
เตือน'19แกนนำนปช.'ไปฟังคำสั่งศาล22ส.ค.
อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาประชุมตำรวจวางแผนรับมือม็อบแดงตามให้กำลังใจแกนนำนปช. ฟังคำสั่งพิจารณาถอนประกัน 22 ส.ค. เตือน 19 แกนนำ ไปศาลตามนัด อย่าเล่มเกมขอเลื่อน อาจผิดสัญญาประกัน สั่งถอนประกันได้ทันที
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ส.ค.นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ เพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ ที่ศาลนัดสอบถามการพิจารณาถอนประกันตัวนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.มหาดไทย จำเลยคดีร่วมกันก่อการร้าย และนัดฟังคำสั่งพิจารณาถอนประกันของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับพวกรวม 19 คน ว่า ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ ในเวลา 09.00 น. จะมีการสอบถามนายยศวริศ ต่อจากเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนในเวลา 15.00 น. จะเป็นการนัดฟังคำสั่งแถนประกันตัว 19 จำเลย จะไม่มีเหตุอะไรให้เลื่อนคงจะจบในวันนั้น ศาลอาญาจึงได้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล กองปราบปราม และกรมราชทัณฑ์ ซึ่งผลสรุปแล้วคือศูนย์ปฏิบัติการร่วมรักษาความปลอดภัย ศปก.ก็เห็นว่าจะกำหนดมาตรการเหมือนวันที่ 9 ส.ค.ทั้งการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดสถานที่สื่อมวลชน และผู้สนับสนุนในพื้นที่เดิม การที่จำเลยหรือผู้ติดตามจะเข้าห้องพิจารณาคดีก็ต้องแลกบัตรจำแนกสี สื่อมวลชนจะเข้าห้องพิจารณาคดีก็ต้องแลกบัตรเหมือนเดิมทุกอย่าง รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้คู่ความและประชาชนด้วย
นายทวี กล่าวว่า ในครั้งนี้ ศปก.ยังได้เตรียมการในกรณีที่องค์คณะผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนอาจมีคำสั่งเป็นผลลบกับจำเลยหมายถึงการมีคำสั่งเพิกถอนประกันจำเลย ซึ่งกรณีนี้ตนยังไม่ทราบผลว่าจะออกมาอย่างไร เพราะองค์คณะเจ้าของสำนวนกำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งแผนการที่เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการบังคับตามคำสั่งศาล ทางราชทัณฑ์จะต้องดำเนินการอย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องช่วยสนับสนุนอย่างไร จะต้องมองสถานการณ์ในทุกมิติให้รอบครอบโดยอาศัยบทเรียนในวันที่ 9 ส.ค.มาทบทวนและเพิ่มเติมในส่วนที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการดำเนินการ ภาวนาว่าในวันนั้นฝ่ายผู้สนับสนุนคงจะมาไม่เยอะ ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องเดินทางมา ดูทีวีจะดีกว่า แต่ถ้าเดินทางมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ที่ผู้สนับสนุนยืนรอนอกศาล ศปก.เตรียมการที่จะรับมือทุกรูปแบบโดยมีการสมมติสถานการเบาที่สุดเป็นอย่างไรหนักที่สุดเป็นอย่างไร ส่วนเหตุการณ์เฉพาะหน้าจะมีการประเมินในวันที่ 22 ส.ค.ทุก 2 ชั่วโมง
นายทวี กล่าวว่า ในวันที่ 22 ส.ค. ศาลยังมีการประกาศใช้ข้อกำหนดห้ามกระทำพฤติการณ์ใดที่เป็นการรบกวนการพิจารณาคดีที่จะเป็นการละเมิดอำนาจศาลอยู่ ยังไม่ได้ยกเลิก หลังเสร็จสิ้นการพิจารณาจึงมีการยกเลิก ต้องขอร้องให้เห็นใจด้วย ศาลต้องการรักษาความสงบให้มากที่สุดหากศาลอาญาทำไม่ได้ ก็คงไม่มีที่ไหนในประเทศไทยทำได้ เพราะว่าเรามีทั้งอำนาจตามกฎหมาย มีอำนาจเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสนับสนุน คงจะทำเท่าที่คู่ความ ผู้สนับสนุน หรือประชาชนภายนอกเดือดร้อนน้อยที่สุด เพื่อให้ไม่มีปัญหา แต่เท่าที่คุยกันก็คงใช้กำลังเจ้าหน้าที่เท่าเดิมแต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้กำลังเท่าใดเป็นหน้าที่ของผู้ปฎิบัติ กลุ่มผู้สนับสนุนที่จะมาศาลก็ไม่ปิดกั้น แต่ไม่มาดีกว่า
เมื่อถามถึงแผนการรับมือหากมีการถอนประกันแกนนำแดงที่อาจมีการปิดถนนหรือล้อมรถราชทัณฑ์ ว่า ทางกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพูดคุยกันแล้วในภาพกว้างๆ รายละเอียดจะพาไปเรือนจำเส้นทางไหนอย่างไร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะประชุมกันในวันที่ 22 ส.ค. ช่วงเช้าอีกครั้ง ตนยังไม่ทราบ เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องรู้บางคนเท่านั้น เพราะเป็นภารกิจการนำตัวจำเลยเข้าสู่เรือนจำ
ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 22 ส.ค. หากมีจำเลยคนใดคนหนึ่งไม่มาหรือจะขอเลื่อนฟังคำสั่ง นายทวี กล่าวว่า โดยผลของกฎหมายแล้วจำเลยทุกคนต้องมา ถ้าไม่มาถือว่าผิดสัญญาประกัน ศาลสามารถสอบถามได้เลยโดยไม่ต้องเรียกมาสอบถามใดๆเลย เพราะถือว่ามีการผิดสัญญาประกันโดยปริยาย จึงขอเตือนจำเลยทั้ง 19 คน ล่วงหน้า ว่า อย่าเล่นเกมเด็ดขาด ถ้าจะใช้ไม้ไหน อย่างไรก็คงจะมีมาตรการรับมืออยู่แล้ว แต่คงบอกไม่ได้ คนที่ไม่มาอาจถูกถอนประกันก่อนคนที่มาก็ได้ซึ่งจะเป็นเรื่องร้ายแรงกว่า ดังนั้นจำเลยทุกคนควรจะมา วินาทีนี้ตนยังไม่รู้ผลจะออกมาอย่างไรอยู่ระหว่างองค์คณะกำลังปรึกษาหารือเขียนคำสั่งอยู่ในส่วนของจำเลย 18 คนที่สอบถามเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนนายยศวริศ คงต้องรอข้อมูลในวันที่ 22 ส.ค. ช่วงเช้าอีกส่วนหนึ่งนำไปประกอบกับการเขียนคำสั่งแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายผู้ร้องหรือฝ่ายนายยศวริศ ยื่นเอกสารพยานหลักฐานมาเพิ่มเติม แต่ยังมีเวลายื่นอีกหลายวัน
“อยากให้ฝ่ายจำเลยมาศาลให้ครบ หากไม่มาศาลก็ถอนประกันเหมือนคดีอาญาทั่วไป แต่ศาลไม่อยากให้ยืดเยื้อ เพราะประชาชนจะเดือดร้อน อยากให้มันจบไปในวันนั้น เพราะถ้าเป็นการอ่านคำสั่งในคดีอาญาจะต้องอ่านพร้อมกันทีเดียว บางคนแย้งว่าจำเลยกลุ่ม ส.ส. 5 คน ไม่อยู่ แต่ส่วนใหญ่ 19 คนอยู่แต่คิดว่าในวันนั้นจะมีทิศทางที่ดี ซึ่งวันที่ 22 ส.ค.นี้จะไม่มีการเลื่อนฟังคำสั่ง ยกเว้นมีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่าไม่มี และหากศาลเลื่อนก็จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการคาดเดาผลไปต่างๆ แต่ศาลบริสุทธิ์ใจตัดสินไปตามกฎหมาย ไม่มีอคติหรือการแฝงเร้น ซึ่งองค์คณะเจ้าของสำนวนวางตัวได้อย่างเหมาะสมเป็นแบบอย่าง เชื่อว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะคลี่คลายในช่วงเย็น” อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากล่าว



