
'รามเนตร ใจกว้าง' พัฒนา'เกาะสมุย'
'รามเนตร ใจกว้าง' พัฒนา'เกาะสมุย'เพื่อสิ่งที่ดีกว่า : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์
หลังได้รับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2551 "รามเนตร ใจกว้าง" ก็ลุยงานตามที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนชาวเกาะสมุยทันที โดยร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน และอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในเขตเทศบาลให้เกิดความตระหนักร่วมกันในปัญหา และสร้างความเข้าใจในการแก้ปัญหา เกิดภาคีความร่วมมือจริงจังระหว่างภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างประชาคมในเขตเทศบาลให้เข้มแข็ง
โดยเทศบาลเมืองเกาะสมุยจะเป็นแกนกลางขับเคลื่อนกลไกทุกส่วนให้เดินหน้าในการแก้ปัญหา วางแผนและบริหารจัดการพัฒนาท้องถิ่นทุกด้านให้สอดคล้องต้องกัน ภายใต้ยุทธศาสตร์ "ปกป้อง เปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกาะสมุยต้องดีกว่านี้" และเพื่อให้บรรลุภารกิจ จึงได้กำหนดพันธกิจการพัฒนา คือ "สร้างเมืองเกาะสมุยให้น่าอยู่ สร้างความรู้ให้ประชาชน สร้างสังคมเศรษฐกิจคุณภาพดี สร้างภาคีร่วมพัฒนา"
จนถึงตอนนี้ผ่านไปกว่า 3 ปีแล้ว นายกรามเนตร บอกว่า พัฒนาด้านต่างๆ ตามความเหมาะสมของท้องถิ่นและความต้องการของประชาชน อันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐ ทั้งเรื่องการพัฒนาเมืองรองรับการท่องเที่ยว การฟื้นฟูและแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในเขตชุมชน วางแผนระบบระบายน้ำของแต่ละลุ่มน้ำ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาทั้งระบบของเกาะสมุยต้องใช้งบประมาณมหาศาล รัฐต้องดำเนินการเนื่องจากรายได้หลักของเกาะสมุยนำไปหล่อเลี้ยงทั้งประเทศ ลำพังท้องถิ่นเองดำเนินการไม่ได้ทั้งหมด
ส่วนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและเรื่องขยะ จัดทำโครงการลดปริมาณขยะเข้าเตาเผา ดำเนินการทั้งการรียูส หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือรีไซเคิล อีกทั้งรณรงค์ลดการนำเข้าขยะบางประเภทถือว่าได้ผลพอสมควรทั้งประชาชนในเกาะสมุย ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือต้องการให้เกาะสมุยมีความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งรายได้หลักของเกาะสมุยมาจากการท่องเที่ยว อีกทั้งมีการซ่อมแซมปรับปรุงถนนที่มีอยู่เดิมให้มีความสะอาด สวยงามและปลอดภัย
"ที่เป็นห่วงตอนนี้คือเรื่องการป้องกันและกำจัดโรคมะพร้าว โดยเฉพาะแมลงดำหนามที่กัดกินต้นมะพร้าว ซึ่งถือเป็นพืชหลักของเกาะสมุย ที่ทั้งจังหวัดและเทศบาลพยายามกำจัดมาโดยตลอด รวมทั้งปลูกใหม่ทดแทน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ต้องใช้เวลา" นายกรามเนตร แจง
ขณะที่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างน้ำประปา ที่ก่อนหน้านี้มักมีปัญหาช่วงหน้าแล้ง ปริมาณน้ำดิบไม่เพียงพอกับการผลิตน้ำประปา ตอนนี้ผลักดันให้การประปาส่วนภูมิภาคบริการให้ทั่วถึง ส่วนระยะเร่งด่วนได้เตรียมป้องกันและวางแผนแก้ปัญหา ศึกษาและพัฒนาระบบระบายน้ำของแต่ละลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมรับภาระระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการในพื้นที่ที่หน่วยงานรัฐอื่นๆ ยังบริการไม่ทั่วถึง ประสานงานและพัฒนาให้ผู้ใช้น้ำทุกกลุ่มได้ใช้น้ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ทั้งภาคธุรกิจ โรงแรม ชุมชน และการเกษตร
ส่วนแนวทางด้านการส่งเสริมและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการพัฒนาระบบแบบบูรณาการ ที่เน้นพัฒนาประหยัดทรัพยากร งบประมาณ และพลังงาน เพิ่มสมรรถนะเครือข่ายชุมชน ประชาชน ให้มีบทบาทป้องกันฟื้นฟู และแก้ปัญหาร่วมกัน ผลักดันกฎหมายคุ้มครองพื้นที่ทะเล ชายฝั่ง อีกทั้งฟื้นฟูป่าชายเลน สนับสนุนอาสาสมัครอนุรักษ์ฯ ทั้งบนบกและในทะเล สร้างจิตสำนึกให้แก่ทุกภาคีในเขตเทศบาลเพื่ออนุรักษ์จัดการสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการ "ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย"
"จะกระตุ้นให้ทุกภาคีร่วมกันดูแลและพิทักษ์ เฝ้าระวัง ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับศักยภาพของเมืองและชุมชน ทั้งนี้ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ การออกกำลังกาย และส่งเสริมการท่องเที่ยว ฯลฯ พร้อมสนับสนุนโครงการ "Samui Green Island" ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อให้เกาะสมุยงดงามเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของโลกอีกแห่งหนึ่งตลอดไป"
ส่วนเรื่องการก้าวสู่เสรีอาเซียนปี 2558 นั้น นายกรามเนตร บอกว่า ไม่น่าเป็นห่วง หากตัวกฎหมายไทยเป็นไปตามกรอบการขยายตัวธุรกิจ โดยเทศบาลเมืองเกาะสมุยมีความได้เปรียบเรื่องการบริการ ทำเล โดยเฉพาะ "สปาไทย" ของเกาะสมุยยังได้มาตรฐานระดับโลก เชื่อมั่นว่าได้เปรียบกว่าทุกประเทศในอาเซียน!
..........................................
('รามเนตร ใจกว้าง' พัฒนา'เกาะสมุย'เพื่อสิ่งที่ดีกว่า : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์)



