ข่าว

'สุกำพล'โวครบ1ปี'รบ.ปู'แก้ทุกปัญหา

'สุกำพล'โวครบ1ปี'รบ.ปู'แก้ทุกปัญหา

17 ส.ค. 2555

'สุกำพล' โวครบ 1 ปี 'รบ.ปู' แก้ทุกปัญหา ชมเปาะ 'ยิ่งลักษณ์' นายกฯอะเมซิ่ง ขณะที่ ผบ.เหล่าทัพ ร่วมเบิร์ธเดย์ รมว.กลาโหม ครบรอบ 61 ปี เชื่อ 'ดีเอสไอ-ผบ.ทบ.' ไม่ขัดแย้งคดีสลายแดง

                            17 ส.ค.55 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวถึงการทำงานครบรอบ 1 ปีของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีว่า ตนมองน.ส.ยิ่งลักษณ์ดูแลนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยนำนโยบายมากางและติดตามการทำงานทุกวัน ซึ่งมีอุปสรรคขัดขวางต่างๆมากมาย ทุกปัญหาที่รัฐบาลจะต้องแก้ไขได้ทำตามที่ได้บอกไว้ แต่มีความติดขัดบ้างในการดำเนินงาน อย่างการทำงานในด้านเศรษฐกิจ เช่นเรื่องการจำนำข้าว ซึ่งเป้าหมายต้องการให้ชาวนามีรายได้มากขึ้น ซึ่งชาวนาจะได้เงินมากขึ้นจากการจำนำข้าว แต่มีปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องว่ากันไป เรื่องการโกงเป็นอุปสรรคของการดำเนินงาน โรงสีไม่ได้เป็นคนโกง อย่านำเรื่องนี้เป็นหลัก แต่เป้าหมายคือให้ชาวนาดีขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้เงินแล้วก็นำมาใช้ ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน

                            เมื่อถามว่า 1 ปีที่ผ่านมาถือว่าสอบผ่านหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ให้ไปถามคนกลางดีกว่า ตนเป็นรัฐบาลตอบไม่เหมาะสม เมื่อถามต่อว่าแล้วสำหรับน.ส.ยิ่งลักษณ์ถือว่าสอบผ่านหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล หัวเราะและกล่าวว่า “ดูท่านอะเมซิ่ง ผมยังกลัวการทำงานของนายกฯเลย”

 

'ผบ.เหล่าทัพ'แห่เบิร์ธเดย์'สุกำพล'ครบ 61 ปี

                            พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เปิดโอกาสให้พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำคณะผบ.เหล่าทัพประกอบด้วยพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะนายทหารระดับสูงเข้าร่วมอวยพรพล.อ.อ.สุกำพล เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 61 ปี ขาดเพียงพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ติดภารกิจเดินทางไปอำลาตำแหน่งที่ประเทศสิงคโปร์ จึงมอบหมายให้พล.อ.อ.พิธพร กลิ่นเฟื่อง ประธานที่ปรึกษากองทัพอากาศ มาร่วมอวยพรแทน

                            พล.อ.เสถียร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ท่านได้เข้ามามารับตำแหน่งรมว.กลาโหม ท่านได้มอบนโยบายในการปฏิบัติราชการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพ และระบบการป้องกันประเทศให้มีความพร้อมในการรักษาไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตย และความมั่นคง รวมถึงผลประโยชน์แห่งชาติ ตลอดจนการพัฒนาในหลายด้านเพื่อให้กองทัพมีโครงสร้างที่เหมาะสม กะทัดรัด ทันสมัย พร้อมรองรับภารกิจปัจจุบันและอนาคต

                            พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ขอบคุณปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพและข้าราชการทุกคนที่มาอวยพรวันเกิด พรที่น้องๆให้ตนถือว่าประเสริฐเพราะอยู่ในใต้ชายคาเดียวกัน พรดังกล่าวขอให้ย้อนกลับไปโดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารเรือที่มีวันคล้ายวันเกิดวันเดียวกับตน ซึ่งเราทำงานร่วมกันมาเกือบ 1 ปี นโยบายต่างๆที่ออกไปจะไม่สำเร็จเลย ถ้าพวกท่านไม่ทำ ไม่ปฏิบัติหรือช่วยเหลือ สิ่งที่ตนได้รับคือความร่วมมือที่ดีกับทุกหน่วยงาน ไม่ใช่คำเยินยอ เพราะรู้สึกว่า ตนได้รับมาจริงๆ และตนก็ดีใจมาก เพราะได้รับความร่วมมือในการทำงานจากน้องๆเป็นอย่างดี อยากให้ทุกคนช่วยกันดูแลและปกป้องโดยเฉพาะกองทัพ ซึ่งถือเป็นกำลังหลัก ทำงานด้วยกันในภาคใต้ ถ้าใครมาว่า ตนก็ต้องปกป้อง เพราะเข้าใจ และได้สัมผัสเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องดูแลกันในทางที่ถูกต้อง ความร่วมมือที่มีให้กันนั้นทำให้เรามองเห็นอนาคตข้างหน้าว่าจะมีความเป็นปึกแผ่นทีดีและแน่นหนา เพราะตนเป็นคนที่ฟังน้องๆ จะไม่ทุบโต๊ะ ตนจะฟังความเห็นจากน้องๆเพื่อให้เกิดความรอบคอบ ทั้งหมดเพื่อกระทรวงกลาโหม กองทัพ เพื่อความมั่นคง ประเทศชาติ ราชบัลลังก์

                            “ สิ่งต่างๆที่ทำมาถือว่าเดินมาถูกต้องแล้ว บางนโยบายอาจทำให้น้องๆกระเทือนนิดหน่อย เช่นเรื่องการปรับโครงสร้าง แต่จะพยายามให้กระเทือนน้อยที่สุด ต้องสำรวจตัวเองว่าวันนี้เราอ้วนเหลือเกิน เราต้องทำให้เล็กหน่อย แต่ที่สำคัญเรื่องภาคใต้คือเรื่องที่น่าห่วงที่สุด แต่จากการให้สัมภาษณ์ของผบ.ทบ.เรื่องการตั้งศปก.กปต.ว่า ถ้าทำอย่างที่เราคุยกัน ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อม ต้องให้เวลากันนิดหน่อย ส่วนปัญหาตามแนวชายแดน กองทัพก็ควบคุมได้เพราะกองทัพเราเข้มแข็ง รอบ้านเรามีแต่มิตรทั้งนั้น คิดว่าในอนาคตการขับเคลื่อนของกองทัพโดยกระทรวงกลาโหมเรื่องความมั่นคงของชาติไม่น่าห่วงเพราะพื้นฐานของเราคือความเข้าใจซึ่งกันและกัน ถือเป็นตัวเชื่อมสำคัญ เมื่อเข้าใจกัน สื่อความหมายด้วยกันแล้วมันไปกันได้ เรื่องอื่นก็เป็นเรื่องเล็ก ถ้าจับมือเป็นทีมเวิร์คกันไม่ได้ทำอะไรกันก็ยาก ซึ่งผมได้รับครบ”รมว.กลาโหม กล่าว

                            โดยพล.อ.อ.สุกำพล กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในโอกาสที่เป็นวันเกิดตนอยากขอให้ผู้สื่อข่าวเข้าใจการทำงานของกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ตนได้มอบของขวัญ ด้วยการขอให้ทางพม่าถอนแบล็คลิสต์ผู้สื่อข่าว 13 คนแล้ว ตนก็ขอกลับมาบ้างในการให้เข้าใจกัน เพราะตนทำงานอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องภาคใต้ที่ต้องการให้สถานการณ์ดีขึ้น

                            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากผบ.เหล่าทัพอวยพรเสร็จ ทางพล.อ.อ.สุกำพล ได้เดินเข้ามาทักทาย พูดคุยกับผบ.เหล่าทัพด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับมอบเสื้อแจ๊คเกตปักชื่อพล.อ.อ.สุกำพลพร้อมลายเซ็น ให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่มาอวยพร จากนั้นได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกันที่กระทรวงกลาโหมก่อนจะเดินทางกลับ

 

'สุกำพล'เชื่อ'ดีเอสไอ-ผบ.ทบ.'ไม่ขัดแย้งคดีสลายแดง

 

                            พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 จนทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกเกิดความไม่สบายใจว่า เป็นเรื่องของดีเอสไอ ซึ่งเป็นเรื่องของกฎหมาย โดยทางดีเอสไอได้ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งทางกองทัพบกขอร้องว่า ไม่ควรออกมาให้ข่าวได้หรือไม่ เนื่องจากกระบวนการในการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่สิ้นสุด ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของกองทัพบกเสียกำลังใจ หากเป็นเรื่องกฎหมายทางเราก็ไม่ห้าม สำหรับการให้ข่าวควรจะให้น้อยหน่อย เพราะการให้ข่าวไปมาเสมือนว่า ทางทหารผิดเต็มประตู ดังนั้นขอให้ทางดีเอสไอหยุดให้ข่าวไปก่อนแต่กระบวนการทางกฎหมายก็ดำเนินการต่อไป

                            “ ทางเราไม่ว่ากัน แต่อย่าให้ออกมาเป็นข่าวจนมีการคาดเดากันไปต่างๆนานาจนทำให้เกิดภาพที่ไม่ดี และทางผบ.ทบ.ก็เป็นห่วง ทั้งนี้มองว่า ไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับผบ.ทบ. เพราะกฎหมายคือกฎหมาย ทางผบ.ทบ.ก็เป็นห่วงลูกน้อง ต้องแยกกันให้ออก ทางกระทรวงกลาโหมเราอยู่แบบเข้าใจกัน ไม่ใช่ว่ามีเหตุการณ์อะไรขึ้นมาเล็กน้อยก็โทรศัพท์หากัน มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ เราเป็นผู้ใหญ่กันแล้วต้องเห็นใจผบ.ทบ. เพราะเขาต้องปกป้องลูกน้อง ในที่สุดแล้วเป็นเรื่องของกระบวนกฎหมายศาลตัดสินอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ทั้งนี้เชื่อว่า ปัญหาดังกล่าวจะไม่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์เกิดความขัดแย้งกับดีเอสไอ และคิดว่า ปัญหาจะไม่บานปลาย เพราะหากพูดกันรู้เรื่องทุกอย่างก็จบ คิดว่าดีเอสไอคงเข้าใจ”พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว

 

'สุกำพล'ชี้ตั้งศปก.กปต.ช่วยไล่บี้ 17 หน่วยงานแก้ไฟใต้

                            พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวถึงการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีว่า ที่ผ่านมาตนได้ชี้แจงและอธิบายเรื่องงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมให้กับคณะกรรมาธิการที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องงบประมาณไปแล้ว เท่าที่ตนได้ฟังการอภิปราย คิดว่าผู้ที่อภิปรายยังไม่เข้าใจ หากไม่เข้าใจก็สามารถมาถามตนได้ เพราะจะได้เข้าใจและตนเป็นคนเปิดเผยออยู่แล้วว่า มีความโปร่งใส เงินที่เพิ่มขึ้นมาเพราะเป็นการปรับตามสิทธิเงินเดือนที่ควรได้ของกำลังพล ไม่ได้มีอะไรที่เพิ่มขึ้นมากมาย อย่าไปด่วนสรุปอย่างที่พูดกัน

                            ส่วนกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอให้ตัดงบประมาณของกองทัพที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ก็ต้องมาพูดกัน เพราะงบประมาณมีการกลั่นกรองและมีขั้นตอนที่ชัดเจน เรื่องการแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นอย่ามุ่งหวังแต่ทหารในการแก้ไขปัญหาอย่างเดียวว่าจะทำสำเร็จ ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะทหารเป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้นทุกหน่วยงานต้องช่วยกัน โดยทั้ง 17กระทรวง 66 หน่วยงานมีงบประมาณในเรื่องการแก้ไขปัญหาภาคใต้มากกว่าทหาร ซึ่งของทหารส่วนใหญ่เป็นงบเบี้ยเลี้ยงกำลังพล อีกทั้งทหารก็เสียชีวิตทุกวัน คนที่พูดจาไม่เข้าใจ ตนไม่พอใจ แต่คนพวกนี้ต้องปล่อยเขาไป

                            “ ส่วนการตั้งศูนย์ปฏิบัติคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.)ที่ถูกวิจารณ์ว่าซ้ำซ้อนนั้น ความจริงไม่ได้ซ้ำซ้อนอะไรเลย ผมว่า ดีเสียอีกที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบเป็นหัวขบวนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต )ทั้งด้านการพัฒนาและความมั่นคงเป็นผู้รับผิดชอบเต็มที่อยู่แล้ว กฎหมายบอกไว้เลย ท่านหนีไม่ได้อยู่แล้ว แต่นายกฯงานเยอะเพราะต้องทำทุกอย่าง ที่ตั้งศปก.กปต.ขึ้นมาเพื่อแบ่งเบาท่าน เป็นหน่วยที่ทำงานไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ผบ.ทบ.ยังบอกเลยว่าเมื่อผลการประชุมออกมาแล้วเป็นอย่างนี้ก็ดีใจมาก ซึ่งการจัดความสำคัญการพิจารณาให้งบประมาณตามแผนที่กระทรวงเสนอมาเราก็จะเน้นเรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก อย่างกรณีที่หน่วยงานของบประมาณมาในเรื่องเดียวกัน ทางศปก.กปต.จะมีอำนาจในการสั่งการว่าควรจะอนุมัติอย่างไร ที่ผ่านมาแม่ทัพภาคที่ 4 มีอำนาจของกฎหมายกอ.รมน.ในการพิจารณาได้ทุกอย่าง แต่วันนี้ไม่ได้แล้ว เมื่อศอ.บต.มีกฎหมายของตัวเองทำให้มีอำนาจเท่าเทียมกันไปสั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ ” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว

                            พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ตนเข้าไปเสนอว่า แนวทางการทำงานจะต้องมีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน เช่นตำรวจจะไปแทนทหารจำนวนเท่าไหร่ โดยตนจะนำทหารไปทำงานเชิงรุก ไม่ใช่แค่เฝ้าพระและครู แต่ตายทุกวัน วันนี้ก็ต้องเปลี่ยนกัน และเราไปทำเชิงรุกมากขึ้น วันนี้ฝ่ายตรงข้ามมีเสรีในการปฏิบัติ เราไม่มีเวลาไปไล่ล่า มีแต่สกัดกั้นอย่างเดียว หน่วยงานที่สำคัญอีกหน่วยงานคือกระทรวงศึกษาธิการเพราะเป็นต้นทางปัญหา เนื่องจากแนวร่วมต่างๆ มาจากการสอนที่ไม่ถูกต้องจึงต้องแก้ไขตรงนั้น เช่น การให้งบสนับสนุนที่เราทำกันอยู่นั้นต้องดูว่าตรงหรือไม่ ไม่ใช่นักเรียน 100 คน แต่โอนงบให้ 200 คน เงินเหล่านั้นอาจจะกลับมาทำร้ายเราก็ได้ รวมถึงกรมศุลกากรต้องดูเรื่องยาเสพติด น้ำมันเถื่อน ทหารจะได้มีงานที่ลดลงและไปทำอย่างอื่นในเชิงรุกการทำแผนงานนั้นไม่ยากและนโยบายไม่ควรเปลี่ยนบ่อย เพราะถ้าหัวส่ายหางก็สะบัดหมด

                            เมื่อถามถึงเหตุการณ์คาร์บอมที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะมีการเร่งแก้ไขปัญหาอย่างไร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวยอมรับว่าทางเรายังหละหลวมอยู่ ซึ่งต้องมีบ้างแต่พยายามทำเต็มที่แล้ว หากเราทำตามสิ่งที่เรากำหนดมาข้างต้นก็เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น