ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'รับรัฐยังเดินตามหลังโจรใต้

'ยิ่งลักษณ์'รับรัฐยังเดินตามหลังโจรใต้

17 ส.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์' เปิดตัวสารวัตรคลอง โครงการ 'ร่วมแรงไทยรักษาคูคลอง' หวังปลุกจิตสำนึกภาคเอกชน-ประชาชนร่วมดูแล ไม่ทิ้งขยะลงคลองป้องกันมหาอุทกภัย

                          17 ส.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “ร่วมแรงไทย รักษาน้ำใสทุกคูคลอง” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน โดยมีภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบอุปกรณ์สำหรับการดูแลรักษาคูคลองให้กับตัวแทนชุมชนหมู่ 1 บางชันและชุมชนวัดบัวแก้ว พร้อมแจกสติ๊กเกอร์รณรงค์โครงการให้กับชาวบ้าน ก่อนปล่อยขบวนสารวัตรคลองลงเรือเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นร่วมลงนามในป้ายปฏิญาณร่วมรักษาคลองกับตัวแทนผู้ร่วมดูแลคลองสามวา

                          โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ผ่านมาคูคลองไม่ได้ถูกขุดลอก มีวัชพืช และสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ปลายน้ำอย่างกทม.และปริมณฑลทำให้เกิดปัญหาอุทกภัย ภาพเหตุการณ์ปีที่แล้วเป็นสิ่งที่สะเทือนใจ ไม่อยากให้เกิดภาพซ้ำรอยอีก รัฐบาลจึงได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในการขุดลอกคลองหลักทั้งหมดในกทม. ซึ่งมี 307 คลอง เพื่อให้สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว แต่ที่สำคัญแม้ว่าจะขุดลอกคลองแล้ว แต่ถ้าไม่ช่วยกันดูแล ปัญหาวัชพืช เศษขยะกีดขวางทางน้ำ ก็จะทำให้เกิดปัญหาซ้ำซากอีก จึงเป็นที่มาของโครงการนี้ โดยมีเป้าหมาย 307 คลองหลักทั่ว กทม.ที่รัฐบาลอยากเห็นภาคเอกชนและประชาชนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน เพราะความสำเร็จจะเกิดขึ้นจากการขุดลอกคลองจากภาครัฐที่ทำปีละครั้งฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องเกิดขึ้นจากจิตสำนึกของประชาชนทุกคนที่จะช่วยกันดูแลรักษาไม่ทิ้งขยะ รัฐบาลอยากเห็นประชาชนและภาคเอกชนร่วมกันเป็นเจ้าของคลองทั้งหมด โดยรัฐบาลมีหน้าที่เข้าไปสนับสนุนและขอเติมชื่อโครงการนี้เป็น”ร่วมแรงไทย รักษาน้ำใสไหลทุกคูคลอง” เพราะวัตถุประสงค์หลักนอกจากคูคลองสะอาด เป็นที่ชื่นชมของนักท่องเที่ยวแล้ว น้ำจะได้ไหลลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว

                          ทั้งนี้ในวันที่ 20 ก.ย.ของทุกปี ถือเป็นวันอนุรักษ์คูคลองก็หวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมกันน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีมาเป็นแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์คูคลอง ซึ่งทำร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน

                          ทั้งนี้ก่อนเปิดโครงการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้อัดสปอร์ตโฆษณารณรงค์รักษาคูคลองเพื่อเชิญชวนภาคเอกชนและประชาชนในร่วมมือกับภาครัฐในการเฝ้าระวังไม่ให้คูคลองตื้นเขิน พร้อมบันทึกเทปรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ที่จะออกอากาศในวันที่ 18 ส.ค. นี้เวลา 08.00 น.ด้วย

 

'นายกฯ'ลั่นจัดการ'นักการเมือง-ขรก'รุกป่าตามกม.

 

                          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช ว่า ได้รับรายงานแล้ว ซึ่งเบื้องต้นกรมป่าไม้ ได้ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 5 พันนายลงไปช่วยกันดับไฟแล้ว ขณะนี้เราต้องหยุดความเสียหายเรื่องของไฟไหม้ให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยนำข้อเท็จจริงทั้งหมดมาตรวจสอบกันอีกครั้ง  เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่มีนักการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับการบุกรุกและเผาป่าในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ต้องรอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงขึ้นมา หากพบว่ามีการทำผิดก็ต้องดำเนินการไปตามหน้าที่

                          ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเด็ดขาดอะไรออกมาหรือไม่ เพราะเกิดเหตุเช่นนี้บ่อยครั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า มีมาตรการต่าง ๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ทุกคนต้องปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยข้อเท็จจริงมีหลายจุด ซึ่งได้เร่งรัดและให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด

                          เมื่อถามย้ำว่าแต่คนที่ทำผิดวันนี้เป็นนักการเมืองเอง รัฐบาลจะเข้าไปดำเนินการได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลักการคือ 1.เราต้องให้ความเป็นธรรม 2.ถ้าพบว่าเป็นความผิดก็ต้องมีบทลงโทษตามกฎหมาย

                          ต่อข้อถามที่ว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำให้เห็นเป็นกรณีตัวอย่างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องอยู่ที่หลักฐานและรอข้อสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน หากฟังจากข่าวแล้วเราไปปฏิบัติตามเลยคงไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรม และความเห็นใจด้วย แต่ถ้ามีหลักฐานชัดเจนเราก็ว่าไปตามหน้าที่ ยืนยันไม่มีการปกป้องแน่นอน

                          นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธด้วยว่า ยังไม่ได้รับรายงานข้อมูลนักการเมืองบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ จ.ภูเก็ตที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ( ป.ป.ท.) ส่งมา รวมทั้งกรณีการบุกรุกที่ดินใน อ.วังน้ำเขียวที่ได้มอบหมายให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีไปดำเนินการ ก็ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าเช่นกัน โดยในส่วนของที่ดิน อ.วังน้ำเขียวนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องดูวิธีการพี่น้องประชาชนด้วย ดูข้อเท็จจริงอีกครั้งและยินดีให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

'นายกฯ'รับหักใจรัฐยังเดินตามหลังกลุ่มโจรใต้

 

                          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ล่าสุดเกิดเหตุคาร์บอมที่ จ.ปัตตานี ว่า  ได้สั่งการศูนย์ปฏิบัติขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) รวบรวมข้อมูลและติดตามสถานการณ์ รวมทั้งได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิดแล้ว

                          เมื่อถามว่าวันนี้ดูเหมือนเรารู้การข่าวว่าจะเกิดอะไร แต่กลับไม่สามารถป้องกันได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า รู้ ซึ่งการปฏิบัติต่าง ๆ ก็คงต้องทำให้รวดเร็วกว่านี้ และทำเรื่องของระบบป้องกัน ซึ่งวันนี้เราอยู่ในลักษณะของการตามหลัง ดังนั้นเราต้องทำเรื่องระบบป้องกันให้ดี ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันเพราะปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง การให้ข้อมูลต่างๆ ก็ต้องระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางครั้งให้ข้อมูลไปไม่ถูกก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

                          “รัฐบาลจะไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรงเราจะพยายามเพิ่ม เสริมในส่วนของการพัฒนา และสร้างความเข้าใจ เพราะจะเป็นสิ่งที่แก้ไขปัญหาได้ในระยะยาว ขณะเดียวกันความปลอดภัยของประชาชนเราก็ต้องดูควบคู่กันไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

                          เมื่อถามว่าจำเป็นต้องนำกฎหมายพิเศษไปบังคับใช้ในพื้นที่เพื่อให้เกิดความเด็ดขาดมากกว่าเดิมหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้เราใช้กฎหมายทุกรูปแบบที่มีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาลดลงและไม่ได้ทำให้เกิดความสงบ จึงต้องสร้างความเข้าใจเพิ่มขึ้นไปด้วย เพราะบางครั้งใช้ความรุนแรงอย่างเดียวไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา ต้องใช้การลงพื้นที่ลงไปทำความเข้าใจ จึงเป็นที่มาของการตั้ง ศปก.กปต. เพื่อรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานบเข้ามาบูรณาการร่วมกัน และต้องเน้นโหมดของการพัฒนา ให้การศึกษา ทำให้คนในพื้นที่รู้สึกสบายใจมากกว่ามีมาตรการรุนแรงอย่างเดียว เราต้องนึกถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งอยากเห็นความสงบสันติกันทุกคน

                          ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวที่นายกรัฐมนตรีไม่พอใจแผนดับไฟใต้ที่แต่ละกระทรวงเสนอมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ไม่พอใจ แต่แผนที่เสนอมาเป็นแผนปกติ แต่สิ่งที่เราอยากได้เพิ่มคือแผนระยะเบื้องต้นในการดูแลมาตรการแต่ละเรื่อง เช่นการพัฒนา การป้องกัน และการเข้าไปในพื้นที่เมื่อมีเหตุแล้วจะทำอย่างไร รวมทั้งขั้นตอนในการพิสูจน์หลักฐานต่างๆ วันนี้เรามีหลายจุดที่ต้องพัฒนาอีกมาก จึงอยากให้แต่ละหน่วยงานเสนอแผนขึ้นมา โดยการบูรณาการร่วมกัน แทนที่จะปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของทหาร กอ.รมน. หรือศอ.บต.อย่างเดียว เพราะทุกกระทรวงสามารถลงไปช่วยกันได้ เช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะลงไปช่วยสืบสวนสอบสวนและการพิสูจน์หลักฐานพยานต่างๆ เพราะวันนี้แม้เราจะมีกฎหมายพิเศษ แต่เราต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้ เพราะการทำอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและมีความรัดกุม