ข่าว

ทุ่ม1.2หมื่นล.เชื่อมกทม.-ปทุมฯ-อยุธยา

ทุ่ม1.2หมื่นล.เชื่อมกทม.-ปทุมฯ-อยุธยา

18 ส.ค. 2555

ทุ่ม1.2หมื่นล.ผุดทางพิเศษ เชื่อมกทม.สู่ปทุมธานี-อยุธยา : รายงานพิเศษ : โดย ... ทีมข่าวภูมิภาค

          ฝันร้ายที่เกิดขึ้นกับพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ จากภาวะน้ำท่วมในปี 2554 จะเห็นได้ว่าปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นในขณะนั้น นอกจากความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชนแล้ว ยังรวมไปถึงเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดและมีเพียงทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ที่เป็นเส้นทางหลักในการเดินทาง และลำเลียงความช่วยเหลือจากส่วนกลางไปสู่ผู้ประสบภัย ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง 

 

          ขณะเดียวกันด้วยสภาพการจราจรบนถนนพหลโยธิน ช่วงรังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์ ที่เกิดปัญหาติดขัดในช่วงเร่งด่วนของการเดินทาง ทั้งจากความสำคัญของโครงข่ายคมนาคมในเส้นทางนี้ และสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้กรมทางหลวงมีแผนที่จะขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ด้วยเป้าหมายที่จะให้เป็นทางยกระดับต่อเนื่องไปจนถึงประตูน้ำพระอินทร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขนส่ง  

          แนวทางที่วางเอาไว้คือ การเริ่มต้นที่บริเวณจุดสิ้นสุดทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ บริเวณรังสิต กม.33+942 ของถนนพหลโยธิน ไปมีจุดสิ้นสุดที่ประตูน้ำพระอินทร์  ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กม. 50+900 ระยะทางรวม 17 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดคือ ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ที่จะเป็นโครงสร้างทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร ตามแนวเกาะกลางของถนนพหลโยธิน  

          ในเบื้องต้นได้กำหนดจุดขึ้น-ลงทางยกระดับ ฝั่งขาเข้าและขาออกรวม 7 จุด ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เป็นรูปแบบการเดินทางและขนส่งทางถนนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเดินทางระยะทางไกลระหว่างจังหวัด หรือเชื่อมโยงเมืองหลักของภูมิภาคต่างๆ  ซึ่งการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้จัดทำแผนแม่บทโครงการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนเมษายน  2540 ให้มีแผนดำเนินการภายใน 20 ปี (2540-2559)         

          อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณการลงทุนที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้การดำเนินการก่อสร้างล่าช้าและไม่เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ จนถึงปัจจุบันมีทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่เปิดให้บริการคือ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี ระยะทาง 82 กิโลเมตร  และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก ระยะทาง 64 กิโลเมตร รวมเป็นระยะทางทั้งสิ้น 146 กิโลเมตร 

          ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวย กรมทางหลวงจึงดำเนินการศึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย เพื่อให้เป็นแผนแม่บทและแผนดำเนินการในการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง รองรับการพัฒนาด้านต่างๆ รวมทั้งเป็นการสร้างเสริมโครงข่ายโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สอดรับคล้องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งภายใต้การศึกษาโครงการนี้ ได้กำหนดให้มีการพัฒนาทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ช่วงรังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์ เป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเส้นทางใหม่

          อันจะช่วยแก้ไขปัญหาสภาพการจราจรติดขัดในแนวถนนพหลโยธินโดยเฉพาะเวลาเร่งด่วน รวมทั้งยังสามารถใช้เป็นเส้นทางหลักของการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่กรุงเทพฯ ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ ส่วนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการการต่อขยายทางหลวงพิเศษทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) จะก่อให้เกิดประโยชน์ ด้านการจราจรขนส่ง เพราะนี่คือการช่วยลดปัญหาการจราจรและขนส่งที่ผ่านบนถนนพหลโยธิน

          เป็นการเพิ่มโครงข่ายถนนสายหลักตอนบนของกรุงเทพฯ กับจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา รองรับการจราจรระหว่างภูมิภาค (ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) มายังกรุงเทพฯ ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางและต้นทุนการขนส่งสินค้าจากแหล่งผลิตต่างๆ มายังกรุงเทพฯ ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาเมือง โครงข่ายคมนาคมที่มีการต่อขยายจะส่งเสริมการพัฒนาด้านการค้า การลงทุน ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยว รวมถึงการกระจายตัวของแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ ช่วยให้เกิดการขยายตัวของเมืองจากกรุงเทพฯ ไปยังปทุมธานีและพระนครศรีอยุธยา

          "แผนงานที่เราวางไว้โครงการทางหลวงพิเศษส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงรังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์ จะมีระยะทาง 17 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน 12,000 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าการจราจรบนถนนพหลโยธิน ช่วงรังสิต-อยุธยา หนาแน่นมาก ดังนั้น เพื่อรองรับยานพาหนะที่จะมีเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีโครงข่ายทางพิเศษเพื่อรองรับการจราจรที่หนาแน่นโดยเร็ว    

          โครงการนี้จะเป็นการก่อสร้างเชื่อมต่อกับทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ในเส้นทางที่ขึ้นไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีโครงการจะก่อสร้างอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อนเส้นทาง โดยขั้นตอนการดำเนินการหลังจากผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน  คาดว่าการศึกษาความเหมาะสมของรายละเอียดโครงการแล้วเสร็จภายในปีนี้ ส่วนปี 2556 จะเริ่มศึกษา ออกแบบ จากนั้นในปี 2557 จะเริ่มก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการในปี 2559"  เหม โง้วศิริ วิศวกรใหญ่ด้านวางแผนและวางโครงการก่อสร้าง  กรมทางหลวง  อธิบายถึงโครงการดังกล่าว

          สำหรับอัตราค่าผ่านทางยึดหลักการเดียวกับทางด่วนพิเศษคือเก็บค่าบริการที่กิโลเมตรละ 1 บาท ส่วนเส้นทางต่อไปที่อยู่ในแผนงานของกรมทางหลวงคือ แหลมฉบัง (ชลบุรี)-ปราจีนบุรี ระยะทาง 125 กิโลเมตร โดยโครงข่ายเส้นนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับการรับส่งสินค้าที่มีเพิ่มมากขึ้น

 

          คือบทสรุปของโครงข่ายคมนาคมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

 

--------------------

(ทุ่ม1.2หมื่นล.ผุดทางพิเศษ เชื่อมกทม.สู่ปทุมธานี-อยุธยา : รายงานพิเศษ : โดย ... ทีมข่าวภูมิภาค)