ข่าว

ผู้ดีกร้าว!ห้าม'จอมแฉ'ออกนอกปท.

ผู้ดีกร้าว!ห้าม'จอมแฉ'ออกนอกปท.

17 ส.ค. 2555

อังกฤษกร้าว ไม่ยอมให้ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์ออกนอกราชอาณาจักร วางกำลังตร.แน่นหนา 40 นาย ใช้งบประมาณสูงถึงวันละ 5 หมื่นปอนด์ หรือราว 2 ล้าน 4 แสนบาท ขณะที่ออสเตรเลีย โต้ข้อกล่าวหาเอกัวดอร์ กรณีไม่ปกป้องพลเมืองของตน

          17 ส.ค. 55  นายวิลเลียม เฮ้ก รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ได้ประกาศเมื่อวานนี้ว่า จะไม่ยอมให้นายจูเลียน อัสซานจ์ ชาวออสเตรเลียวัย 41 ปี ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์จอมแฉ " วิกิลีกส์ " เดินทางออกนอกสหราชอาณาจักรอย่างเด็ดขาด หลังจากเอกัวดอร์ ตัดสินใจให้เขาเข้าไปลี้ภัยทางการเมืองในประเทศได้ แต่นายเฮ้ก กล่าวว่า ไม่มีหลักกฎหมายที่ยินยอมให้นายอัสซานจ์ เดินทางออกนอกประเทศไปอย่างลอยนวล และการขอลี้ภัยของนายอัสซานจ์ เป็นความพยายามหลบหนีเงื้อมมือกฎหมาย

          นายอัสซานจ์ ได้เข้าไปอาศัยอยู่ในสถานทูตเอกัวดอร์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกส่งตัวไปให้สวีเดน ที่ต้องการสอบสวนเขาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศ
ซึ่งนายเฮ้ก กล่าวว่า นายอัสซานจ์ เป็นที่ต้องการตัวของทางการตัวของทางการสวีเดน ที่ต้องการสอบปากคำเขาในคดีข่มขืนกระทำชำเรา และคำขอให้ส่งตัวผู้ร้ายของสวีเดน ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานของวิกิกลีกส์ หรือความต้องการของทางการสหรัฐ ที่ต้องตัวนายอัสซานจ์ ฐานเผยแพร่เอกสารลับทางการทูตของกระทรวงต่างประเทศแต่อย่างใด 

          นายริคาร์โด ปาติโน่ รัฐมนตรีต่างประเทศเอกัวดอร์ อ้างว่า นายอัสซานจ์ อาจได้รับโทษประหารชีวิต ถ้าถูกสวีเดนส่งตัวต่อไปให้สหรัฐ และเชื่อมั่นว่า อังกฤษจะรับรองความปลอดภัยของนายอัสซานจ์ อันเป็นการแสดงความเคารพต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่เคยลงนามไว้ในอดีต แต่การให้ที่ลี้ภัยแก่นายอัสซานจ์ ทำให้เกิดความตึงเครียดทางการทูตระหว่างอังกฤษกับเอกัวดอร์ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา 

          อังกฤษได้ส่งกำลังตำรวจ 40 นาย เข้าไปล้อมสถานทูตเอกัวดอร์ และถ้านายอัสซานจ์ ก้าวออกมาเมื่อใด เขาก็จะถูกจับกุมทันที ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้งบประมาณสูงถึงวันละ 5 หมื่นปอนด์ หรือราว 2 ล้าน 4 แสนบาท เพื่อป้องกันไม่ให้นายอัสซานจ์ ถูกลักลอบนำตัวออกมาใน " กระเป๋านักการทูต " และยังมีตำรวจอีก 6 นาย ประจำการอยู่ในพื้นที่สาธารณะรอบอาคารสถานทูต ประจำอยู่ที่ลิฟต์ และทางขึ้นหลังคา 

          ตำรวจได้ใช้อุปกรณ์จตรวจจับความร้อน กรณีมีความพยายามนำตัวนายอัสซานจ์ ออกมา ด้วยการซ่อนตัวในกระเป๋าหรือเฟอร์นิเจอร์ ผู้สนับสนุนเขาเป็นจำนวนมาก ได้ร้องตะโกนให้ปล่อยตัวนายอัสซานจ์ หลายคนสวมหมวกคลุมหน้าอันเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มแฮ็คกิ้ง " อะโนนีมัส " ที่เล่นงานเว็บไซต์ของรัฐบาล

          สภาพความเป็นอยู่ 59 วัน ของนายอัสซานจ์ ภายในสถานทูตเอกัวดอร์ วึ่งตั้งอยู่ที่ไนท์สบริดจ์ และอยู่ห่างจากห้างแฮร์รอดเพียงไม่กี่หลา ไม่ได้สุขสบาย เขาอาศัยอยู่ที่ชั้นล่างของอาคาร ที่ประกอบด้วยห้อง 10 ห้องและชั้นใต้ดิน แต่พื้นที่เกือบทั้งหมดถูกใช้เป็นสำนักงาน ทำให้นายอัสซานจ์ ต้องนอนที่นอนเป่าลมในช่วงวันแรก ๆ แต่ปัจจุบันมีเตียงแล้ว และยังมีเครื่องวิ่งแบบสายพาน , คอมพิวเตอร์และโคมไฟ ที่แม่ของเขาส่งไปให้ ภายในสถานทูตยังมีครัวและห้องน้ำขนาดเล็ก ที่เพิ่งจะติดตั้งฝักบัวสำหรับอาบน้ำให้

 

ออสเตรเลีย โต้ข้อกล่าวหาเอกัวดอร์ กรณีไม่ปกป้องพลเมืองของตน

 

          ในช่วงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่เอกัวดอร์ จะประกาศว่า ยอมให้นายจูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์จอมแฉ วิกิลีกส์ เข้าไปลี้ภัยทางการเมืองในเอกัวดอร์ได้ และหลังจากนั้นอีก 12 ชั่วโมง ได้มีการทวิตเกี่ยวกับนายอัสซานจ์ โดยแฮชแท็ก คำว่า อัสซานจ์ ที่บ้านเกิดของเขาในออสเตรเลีย

          เชื่อว่า จะเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบต่อการมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่ลอนดอน เอกัวดอร์ จึงไม่ค่อยวิพากษ์วิจารณ์อังกฤษ สหรัฐ และสวีเดน เกี่ยวกับเรื่องนายอัสซานจ์ ขณะผู้สนับสนุนนายอัสซานจ์ ได้ไปชุมนุมกันที่ด้านนอกสถานทูตเอกัวดอร์ ในกรุงลอนดอน ที่นายอัสซานจ์เข้าไปหลบอยู่นาน 59 วันแล้ว 

          ด้านนายกรัฐมนตรีจูเลียน กิลลาร์ด ของออสเตรเลีย ไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ กรณีการตัดสินใจให้นายอัสซานจ์เข้าไปลี้ภัยในประเทศ และไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ว่า เธอจะให้ความเห็นด้วย แต่เชื่อว่าจะมีกระแสทางการเมือง ที่จะบีบให้เธอต้องให้ความเห็นต่อการตัดสินใจของเอกัวดอร์ ที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนเขา ในขณะที่รัฐบาลในประเทศบ้านเกิดของเขาเองกลับนิ่งดูดาย 

          ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย ได้แสดงความเห็นว่า การที่ตัดสินใจรอดูสถานการณ์ก็เพราะว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ถึงอย่างไร นายอัสซานจ์ก็ยังเป็นพลเมืองของประเทศ

          กระทรวงต่างประเทศเอกัวดอร์ ออกแถลงการณ์ว่า นายอัสซานจ์ ไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครอง และช่วยเหลือที่เขาควรได้รับจากประเทศที่เขาเป็นพลเมืองอยู่ แต่ออสเตรเลีย ปฏิเสธว่า นายอัสซานจ์ ได้รับการติดต่อถึง 62 ครั้ง ในรอบ 18 เดือน มากกว่าชาวออสเตรเลียคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำ และไม่ได้หวังว่าจะได้รับคำขอบคุณจากนายอัสซานจ์ ด้วยเช่นกัน แต่ออสเตรเลียจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และยังคงมีจุดยืนอย่างที่เป็นอยู่ต่อไป 

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)

----------