
วิจัยชำแหละ'เครือข่ายทักษิณ'รวมตัวหลวมๆ
เผยงานวิจัย ชำแหละ เครือข่ายทักษิณ ชี้รวมตัวหลวมๆ ส่อหักปม ปรองดอง
สำนักข่าวอิศรารายงานว่าเมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 16 ส.ค. ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายอุกฤษฎ์ ปัทมานันท์ นักวิชาการเชี่ยวชาญพิเศษ (ระดับ 10) สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอผลการวิจัยเรื่อง “เครือข่ายอำนาจทักษิณ:โครงสร้าง บทบาท และพลวัต หรือ Shinawatra Family Network ในงานสัมมนาทางวิชาการ โครงการวิจัย “สู่สังคมไทยเสมอหน้า การศึกษาโครงสร้างความมั่งคั่ง และโครงสร้างอำนาจเพื่อการปฏิรูป” ทุนศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร จัดโดยศูนย์ศึกษาเศรษศาสตร์ คณะศาสตร์ จุฬาฯ
นายอุกฤษฎ์ เริ่มต้นกล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้แม้ยังไม่สมบูรณ์ ทำไปได้ราว 60% เท่านั้น แต่ก็พอจะอธิบายเครือข่ายอำนาจของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งก่อนและหลังการรัฐประหารในปี พ.ศ.2549 ได้ ก่อนรัฐประหาร เครือข่ายอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณ ประกอบด้วยกลุ่มนักธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและมีความสัมพันธ์กับอำนาจทางการเมืองจนสามารถเข้ามากำหนดนโยบายเองได้ ทั้งบริษัทจากธุรกิจโทรคมนาคม สินค้าเกษตร ธนาคาค อสังหาริมทรัพย์ ที่น่าสนใจคือธุรกิจสื่อสารมวลชนเข้ามาตอนหลัง อาจเพราะความเปลี่ยนแปลงในลูกสูงมาก จึงต้องใช้การสื่อสาร การโฆษณา การวางแผนประชาสัมพันธ์มากขึ้น ซึ่งโครงสร้างเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือหล่นมาจากฟ้า แต่เกิดจากนักการเมืองบางคนที่ยังหนุ่ม และมีเงินมาก
“บริบทของการรวมตัวระหว่างกลุ่มธุรกิจและกลุ่มการเมืองดังกล่าว เกิดเพราะ 1.วิกฤตการเงินปี พ.ศ.2540 ทำให้ธุรกิจล้มระเนระนาดจนต้องหาทางเข้าไปเกาะเกี่ยวกับผู้มีอำนาจ 2.โครงสร้างทางการเมืองที่เปลี่ยนไปนับแต่มีรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540 ที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจในการพัฒนาประเทศมากขึ้น เกิดรัฐบาลพรรคเดียว ไม่เป็นรัฐบาลผสมเช่นในอดีต 3.ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองเพิ่มขึ้น สังคมชนบทเปลี่ยนแปลงไป มีความเป็นเมืองมากขึ้น สนใจข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง ทำให้นักการเมืองต้องคิดนโยบายที่ตอบโจทยืความต้องการของชาวบ้าน” นายอุกฤษฎ์กล่าว
นายอุกฤษฎ์ กล่าวว่า หลังการรัฐประหารปี พ.ศ.2549 เครือข่ายอำนาจของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่หยุดทำงานไประยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณและภริยา คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ต้องลี้ภัยไปยังสถานที่ๆ ปลอดภัย ส่งผลให้เครือข่ายอำนาจของพ.ต.ท.ทักษิณแคบลง เกิดเครือข่ายรูปแบบใหม่ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยองค์ประกอบยังเป็นนักธุรกิจและนักการเมือง แต่ก็เป็นเพื่อนสนิทและคนไว้ใจ มากกว่านักธุรกิจที่ล้มลายจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี พ.ศ.2540 แล้วมาสวามิภักดิ์กับพ.ต.ท.ทักษิณมีทหารและตำรวจนอกราชการเข้ามาร่วม โดยหน้าที่คนพวกหลังเปลี่ยนมาเป็นสนับสนุนการเมืองมวลชน ทั้งนี้ เหตุที่เข้ามาร่วมกับเครือข่ายอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณเพราะต้องการทวงความเป็นธรรม จากการแต่งตั้งโยกย้ายที่พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังการรัฐประหารปี พ.ศ.2549 ด้วย ด้านทุนในเครือข่ายอำนาจของพ.ต.ท.ทักษิณ แม้ส่วนใหญ่จะหน้าเดิมๆ อาทิ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เจ้าของห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล นายไพวงศ์ เตชะณรงค์ เจ้าของเขาใหญ่โบนันซ่า หรือบริษัทในเครือแลนด์แอนด์เฮ้าส์ของตระกูลอัศวโภคิน แต่ทุนท้องถิ่นจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ขณะที่น่าสนใจเรื่องบทบาทของวัดพระธรรมกาย
นายอุกฤษฎ์ ยังกล่าวว่า รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอำนาจของพ.ต.ท.ทักษิณเห็นได้จากการใช้กลไกต่างๆ พยุงความนิยมในตัวพ.ต.ท.ทักษิณ และเข้าไปจัดการกระบวนการยุติธรรม แต่กับกองทัพมีลักษณะเป็นพันธมิตรในระยะแรก ก่อนจะถูกหักหลังการแต่งตั้งโยกย้าย ที่พอคำสั่งลงมาก็เปลี่ยนท่าทีเลย ขณะที่รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็อยากจะทำเหมือนรัฐบาลนายสมัคร แต่ไม่มีเวลาทำเพราะอยู่ได้เพียง 3 เดือน สำหรับคนเสื้อแดงเข้ามาอยู่ในเครือข่ายอำนาจของพ.ต.ท.ทักษิณ และมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น หลังจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้กลเกมในรัฐสภา ก้าวขึ้นมา แต่ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ตูมลงมาทันที มีกระบวนการในการสร้างขึ้นมา และเมื่อการเมืองหลักผันมาอยู่ที่การเมืองมวลชน แกนนำที่เป็นนักพูด ผู้มีวาทศิลป์และนักจัดตั้งมวลชนจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ โดยมีการสื่อสารระหว่างแกนนำกับมวลชน เปลี่ยนจากสื่อกระแสหลักที่รัฐและราชการฝ่ายตรงข้ามควบคุม มาเป็นการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ เช่น เฟซบุ๊ก โฟนอิน สไกป์ ฯลฯ อย่างมีประสิทธิภาพ
“ตัวอย่างที่น่าสนใจของเครือข่ายอำนาจของคุณทักษิณ ได้แก่ชมรมคนรักอุดรของคุณขวัญชัย ไพรพนา ที่เป็นสามารถต่อสายตรงไปยังคุณทักษิณได้เอง มีการระดมทุน การเคลื่อนไหว การสื่อสารระหว่างกัน ภายในกลุ่ม โดยจุดร่วมสำคัญของคนเสื้อแดงในชมรมคนรักอุดร ก็คือทุกคนรักและเทินทูนคุณทักษิณ” นายอุกฤษฎ์กล่าว
นายอุกฤษฎ์ กล่าวอีกว่า ขอสรุปตรงนี้ว่า ในข้อสรุปของผม อยากสรุปว่า หน้าที่ของเครือข่ายอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณเป็นอย่างไรมี 5 ประการ 1.พยุงความนิยมพ.ต.ท.ทักษิณ 2.ลดความนิยมคนต้นคิดรัฐประหาร2549 3.สลายการแกนนำทหารที่ล้วนเป็นคมช. 4.ล้มคนที่ล้มรัฐบาลที่อยู่ในเครือข่ายอำนาจของพ.ต.ท.ทักษิณ และ 5.นำตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน โดยให้คดีความต่างๆ สิ้นสุดลง
“อย่างไรก็ตาม เครือช่ายอำนาจของคุณทักษิณ ไม่ได้มีสถานะคงที่ แต่จะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับความเกี่ยวข้องในช่วงนั้นๆ ซึ่งแม้แต่ละส่วนในเครือข่ายจะมีจุดร่วมกัน คือมีคุณทักษิณเป็นแรงบันดาลใจทางการเมือง และเป็นแหล่งที่มาของทรัพยากรต่างๆ ทว่าแต่ละส่วนต่างก็มีเป้าหมายส่วนตัวที่แตกต่างกันไป อย่างคนเสื้อแดงแต่ละกลุ่มก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน ผมเชื่อว่าในอนาคตคนเสื้อแดงที่เป็นชาวบ้าน จะขัดแย้งกับคนเสื้อแดงที่มีแนวคิดเอียงซ้าย เพราะจะมีความพยายามในการกันคนกลุ่มหลังออกนอกเครือข่าย นอกจากนี้ ยังอาจขัดแย้งกับนักการเมือง โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง เพราะเห็นต่างเรื่องแนวทางปรองดอง เคยด่าๆ กันอยู่จู่ๆ จะมาดีกัน สัญญาณที่แสดงให้เห็นชัดที่สุด ก็คือปฏิกิริยาต่อคำปราศรัยของคุณทักษิณในโอกาสครบรอบ 2 ปี เหตุการณ์ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา” อาจารย์จุฬาฯ รายนี้ กล่าวปิดท้าย
ด้าน น.ส.นฤมล ทับจุมพล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้มีส่วนที่อยากให้ปรับปรุง 3 ข้อ 1.การเลือกโฟกัสที่ตัวผู้แสดง (actor) ทำให้มีสมมุติฐานล่วงหน้า ว่ามีใครบางคนเป็นนางพญาแมงมุม ที่คอยเชื่อมโยงเครือข่าย (web) ต่างๆ 2.วิธีในการเก้บข้อมูล ที่ใช้วิธีการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้สัมภาษณ์อาจจะพูดในสิ่งที่เราอยากฟัง หรือพูดในสิ่งที่คิดว่าจะทำให้เราสบายใจ และ 3.เวลาที่เราศึกษาเรื่องเครือข่าย สิ่งสำคัญน่าจะเป็นว่า อะไรที่ตีกรอบ (frame) ให้คนเหล่านั้นยังอยู่รอบตัวพ.ต.ท.ทักษิณใช้เป็นเพราะมีวิสัยทัศน์ร่วมกันหรือมีศัตรูร่วมกันหรือไม่
นางนวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า เวลาวิจัยเรื่องเครือข่ายทางการเมือง อยากให้นำเรื่องวาทกรรม (discourse) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มากกว่าไปดูเฉพาะตัวแสดงเพียงอย่างเดียว



