ข่าว

ผบ.ทบ.จี้'DSI'หยุดพูดทหารยิงม็อบแดง

ผบ.ทบ.จี้'DSI'หยุดพูดทหารยิงม็อบแดง

16 ส.ค. 2555

'ประยุทธ์' จี้ 'DSI' หยุดให้ข่าว 'ทหารยิงม็อบแดง' ลั่นลูกน้องไม่ได้ยิงใครมีแต่ถูกยิง อ้าง 'ปู' ไม่พอใจแผนดับไฟใต้ไม่ใช่ล้มเหลว สั่งเร่งผลิตอุปกรณ์ป้องกันระเบิด ชี้โผทหาร ไม่แบ่ง 'บูรพาพยัคฆ์-วงษ์เทวัญ'

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 55  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาเปิดเผย ผลการสอบสวนคดีการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ว่า การเสียชีวิตของประชาชนเกิดการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ถ้ายังไม่ยุติก็ไม่สมควรออกมาพูดจา ซึ่งได้ขอร้องผ่านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ไปแล้ว ซึ่งท่านรับปากว่า จะดูให้ และท่านได้ขอโทษ รวมถึงบอกว่า จะไปบอก พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอให้ ซึ่งทางรัฐบาลตอบกลับมาว่า จะให้ลดเรื่องนี้ลงไป ทั้งนี้ขอร้องกันให้หยุดพูด เพราะคดียังไม่สิ้นสุด ถ้าจะพูดขอให้พูดทั้ง 2 ทาง ขอให้พูดในส่วนของเจ้าหน้าที่ด้วยว่า เขาบาดเจ็บและเสียชีวิตจากใคร ตนไม่อยากไปรื้อฟื้น

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ดีเอสไอ จะเรียกทหารสไนเปอร์ ที่อยู่ในคลิปมาให้ปากคำ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า สไนเปอร์อะไร ใครเป็นคนใช้สไนเปอร์ แล้วรู้หรือไม่ว่า สไนเปอร์เป็นใคร ซึ่งในรูปที่ปรากฏเป็นทหารที่เขาติดกล้องเฉยๆ และกล้องตัวนั้น ปืนตัวนั้นไม่ใช่แบบสไนเปอร์ ถ้าพูดแล้วไม่รู้ อย่าพูดดีกว่า แต่สิ่งที่ใช้เพื่อใช้ระวังป้องกัน ซึ่งในตลาดนัดก็มีขายที่ใช้สำหรับยิงนก ไม่ใช่สไนเปอร์ อย่าพูดเรื่อยเปื่อย

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎรระบุว่า ในปี 53 มีการเบิกกระสุนมา 3 พันนัด ใช้ไป 800 นัด อยากทราบว่า กระสุนที่เหลือหายไปไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กระสุนที่เขาเบิกมา เมื่อเหลือเขาก็จะส่งคืน นอกเหนือจากนั้นใช้ฝึกหัด และจำหน่ายต่อไป ไม่เห็นว่าจะต้องไปยิง อยากถามว่า ถ้าเขาเบิกไป 3 พันนัด ยิงไป 300 นัด ขาดไป 2,700 นัด แสดงว่าต้องมีคนตาย 2,700 คนหรือไม่ ถามว่า คนตายอยู่ที่ไหน มีใครบอกว่า ทหารเอาปืนไปยิงคน สื่อไปเอามาจากไหน ต้องไปถามข้อมูลจากคณะกรรมาธิการทหาร เพราะตนถามลูกน้อง เขาบอกว่า ไม่ได้ยิงใครสักคน มีแต่โดนยิง

 

อ้าง 'ยิ่งลักษณ์' ไม่พอใจแผนดับไฟใต้ ไม่ใช่ล้มเหลว

 

          พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่พอใจในแผนการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ของทั้ง 17 กระทรวง ว่า คำว่า ไม่พอใจ หรือพอใจ ไม่ใช่ความล้มเหลว นี่เป็นการทำงานครั้งแรกที่นำทั้ง 17 หน่วยงาน กับ 66 กระทรวง มานั่งตีแผ่งบประมาณ ซึ่งยังไม่มีใครทำได้ วันนี้เป็นการเปิดศักราชใหม่ การแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นการแต่งตั้งเฉพาะกิจ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของนายกฯ แต่งตั้งขึ้นมา แน่นอนว่าทั้ง 17 หน่วยงาน ท่านนายกฯ ต้องการให้แผนงานนั้นประสบผลสำเร็จโดยเร็ว โดยแผนงานทั้งหมดจะต้องมาดูอีกว่า แผนงานไหนควรทำหรือไม่ควรทำ แล้วนำงบประมาณที่ยกเลิกไปนำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง

 

ชมงานสิ่งประดิษฐ์กองทัพ  สั่งเร่งผลิตอุปกรณ์ป้องกันระเบิด

 

          พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานวันภูมิปัญญานักรบไทยพร้อมทั้งมอบรางวัลให้หน่วยงานและนักประดิษฐ์ดีเด่นของกองทัพบก รวมทั้งชมนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ และผลงานวิจัยทางทหาร พร้อมด้วยนายทหารระดับสูงจำนวนมาก โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในการให้โอวาทแก่กำลังพลตอนหนึ่ง ว่า กองทัพบกพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงกลาโหมในการจะผลิตวิจัยสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อลดค่าใช้จ่ายในด้านงบประมาณ ซึ่งสิ่งที่กองทัพบกต้องการเป็นอันดับแรก คือ ทำอย่างไรให้กำลังพลปลอดภัยจากการรบและการปฏิบัติงานทุกภารกิจ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาภายนอกประเทศ ในการที่จะวิจัยพัฒนาสิ่งของที่มีความจำเป็น ซึ่งเราทำเองไม่ได้ ส่วนของการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ จากต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้องมีความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้วัตถุประสงค์หลักของทบ. คือ การป้องกันตัวเอง จึงต้องเริ่มจากสิ่งสำคัญก่อน

          "สิ่งที่ผมต้องการให้เร่งพัฒนาคือ การป้องกันภัยจากวัตถุระเบิด เพราะจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การปฏิบัติการทางการรบที่เป็นหน่วยงานเล็กๆ เกิดความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติการกลางวันหรือกลางคืน นอกจากนั้นเป็นเรื่องของอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อน เช่น เครื่องมือตัดสัญญาณ สิ่งเหล่านี้จะต้องมีการพัฒนา  ผมได้ให้นโยบายว่า สิ่งใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ให้นำไปสู่การผลิตโดยเร็ว และนำไปใช้ ซึ่งการวิจัยและพัฒนาหลายอย่างในครั้งนี้สามารถนำไปใช้ในพื้นที่ภาคใต้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีความปลอดภัยไม่ถึง100% ก็ตาม แต่ก็สามารถป้องกันได้"

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องการวิจัยพัฒนาในปะเทศไทยค่อนข้างนำไปสู่การปฏิบัติไม่ได้ ไม่ต่อเนื่อง ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง คือ ทุกประเทศผลิตยุทโธปกรณ์แล้วขายได้ เพราะกฎหมายอนุญาติ แต่ในประเทศไทยกฎหมายไม่อนุญาต จึงต้องไปแก้กฎหมาย ปรับปรุงเรื่อง พ.ร.บ. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศใหม่ ซึ่งกำลังเข้าพิจารณาอยู่ เพื่อจะได้ผลิตไปขายต่างประเทศได้ด้วย หากจะมีการส่งเสริม ทางกระทรวงกลาโหมต้องไปพูดคุยกับรัฐบาลว่า จำเป็นต้องมีการลดภาษีหรือไม่ หากทำการวิจัย เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องช่วยกองทัพ เพราะของบางอย่างต้องเสียลิขสิทธิ์ และมีราคาแพง ไม่สามารถกำหนดราคาได้ว่าเท่าไหร่

 

ชี้โผทหารทำตามความเหมาะสม ไม่แบ่ง 'บูรพาพยัคฆ์-วงษ์เทวัญ'

 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหาร ว่า เป็นเรื่องของกองทัพที่มีขั้นตอนการดำเนินการอยู่ โดยเสนอขึ้นมาตามลำดับชั้น มีการกลั่นกรองผ่านการพิจารณาระดับล่างก่อนจะเข้าสู่คณะกรรมการปรับย้ายของกองทัพบกระดับนายพล ทั้งนี้ในการพิจารณาของระดับล่างจะปรับระดับรองขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการกองพล ซึ่งเป็นการขยับทางหาง ดังนั้นถ้ามีการมาเสียบก็ขยับไม่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการเจริญเติบโตแบบทหาร เช่นในแต่ละกองทัพภาค ก็จะต้องเติบโตในส่วนของตน เพราะเขาจะชำนาญพื้นที่ สถานการณ์ และรู้จักลูกน้องของเขา เว้นแต่ว่าเป็นผู้บัญชาระดับสูงแล้วจะสามารถไปทำงานอื่นได้

          "ในการเจริญเติบโตของทหาร ไม่อยากให้ใช้คำว่า วิ่งเต้น เป็นเด็กบูรพาพยัคฆ์ หรือ วงศ์เทวัญ ผมไม่เคยคิด ถ้าโตมาจากกองทัพแล้วทำดี แล้วเขาจะส่งขึ้นมาข้างบน ใครจะโตขึ้นมาในระดับของกองทัพก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการพิจารณา เช่น กองทัพภาคที่ 1 จะมี ผบ.กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ผบ.กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ผบ.กองพลทหารราบที่ 9 เขาจะเลือกจาก 3 กองพลมาเทียบกัน เพื่อมาเป็นรองแม่ทัพหรือมาเป็นแม่ทัพภาค โดยเป็นการไล่เรียงดูเรื่องความอาวุโส ไม่ได้เอารายชื่อทั้งหมดมาเข้าคณะกรรมการแล้วมาปรับเหมือนที่ตำรวจปรับ มันคนละเรื่องกัน ซึ่งการที่เป็นระบบแบบนี้ทำให้คุมลูกน้องได้ ผมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนมากลัวผมคนเดียว แต่ต้องเกรงใจตั้งแต่ผู้บังคับหน่วยระดับล่างขึ้นมา ถ้าผู้บังคับการกรมตั้งคนไม่ได้จะสั่งผู้พันฯได้หรือไม่ เช่นเดียวกับแม่ทัพ ถ้าตั้งผบ.พลไม่ได้ ก็ไม่สามารถสั่งการอะไรได้"

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การปรับย้ายครั้งนี้ไม่มีปัญหา คนที่วิ่งเต้นเข้ามาท้ายสุดก็รู้ตัว และจะอยู่ไม่ได้ เพราะช่วยเขาทำงานไม่ได้ และลูกน้องไม่นับถือ ซึ่งก็ต้องอาย ส่วนปัจจัยภายนอกถ้าร้องขอเข้ามา ต้องดูว่าเขามีเหตุผลหรือไม่ เมื่อขอมาก็ต้องบอกว่าเหตุผลเพราะอะไร ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร ท้ายที่สุดผู้บังคับบัญชาก็คือผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาในกระทรวงกลาโหมก็เป็นทหารทั้งหมดเข้าใจดีว่า ทหารต้องเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามคาดว่าจะส่งโผทหารให้รมว.กลาโหมได้ในระหว่างวันที่ 15-20 ส.ค.นี้

          ผู้สื่อข่าวถามว่า คนเสื้อแดงประกาศคัดค้านการแต่งตั้งคนที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากถามว่าเขาคือใคร เป็นข้าราชการ หน่วยงาน ผู้บังคับบัญชาหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่มีส่วน ไม่เกี่ยว ที่เขาขู่มานั้นจะขู่กองทัพบกนั้นมันไม่ได้ ตนไม่ฟังนอกกฎหมายไม่เกี่ยว จะให้คนที่อยู่นอกกฎหมายมาบังคับได้หรือเพราะทุกอย่างเป็นกฎหมาย ซึ่งตนไม่ได้อารมณ์เสีย