ข่าว

“ชาญชัย”แนะ"ประชา"หยุดเคลื่อนไหว

“ชาญชัย”แนะ"ประชา"หยุดเคลื่อนไหว

21 พ.ค. 2552

“ชาญชัย” แนะ " 12 ส.ส.กลุ่มประชา” ควรหยุดเคลื่อนไหว และหันมาจับมือทำงานเพื่อประเทศ ปัดขอโควตาเก้าอี้รมต.เพิ่ม ด้าน “สุรเดช” ชี้ ”ประชา ” อย่าเพ้อคิดยังมีส.ส.ยังหนุน เผยไปกราบไหว้ให้กลับมาอยู่ด้วยกันแต่ไม่เป็นผล ยกเหตุเพราะเจ้าตัวมีธงปั่นใจจะย้ายไปอยู่พรร

(21 พ.ค.) นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มของพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า ขอให้กลุ่มของ พล.ต.อ.ประชา และคณะ หยุดปฏิบัติการใดๆ หรือมีข้อเรียกร้องใดๆอีก ขอให้เข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ โดยตนพยายามให้ทุกคนได้เข้ามาทำงานร่วมกันหยุดแบ่งกลุ่ม แบ่งพวก อยากจะบอกว่าตามระเบียบของพรรคนั้นการขาดประชุมของพรรค 3 ครั้งจะขาดความเป็นสมาชิกภาพ ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าในกลุ่มมี 12 คนนั้นได้เข้าไปพูดคุยแล้วพบว่าจริงๆแล้วมีเพียง 3 - 4 คนเท่านั้น อยากให้มาตรวจรายชื่อการประชุมพรรคได้ ที่ผ่านมาตนได้ส่งเอกสารเตือนและส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือไปแล้วว่า สงครามหยุดแล้วมาทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติกันดีกว่า ด้วยความจริงใจและเคารพ ตนไม่มีปัญหากับสมาชิกพรรค ดังนั้นอย่าเสียเวลาอีกเลยขอให้นึกถึงประโยชน์ของชาติและประชาชนได้แล้ว

 เมื่อถามถึงกรณีโฆษกพรรคเพื่อแผ่นดินออกมาเรียกร้องโควต้ารัฐมนตรีเพิ่ม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ขอพูดเรื่องสัดส่วนโควต้ารัฐมนตรีเนื่องจากการเมืองยังไม่นิ่ง แค่มีการพูดถึงการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคภูมิใจใทยฯ ก็มีแรงกระเพื่อมไปยังทุกพรรคแล้ว ขณะนี้ยืนยันว่าไม่มีแนวคิดจะปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน

 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน อดีต 12 ส.ส.ในกลุ่มของพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก กล่าวว่า การที่พล.ต.อ.ประชาออกมาประกาศว่า 12 ส.ส.ของพรรคเพื่อแผ่นดินยังคงจับมือกันเหนียวแน่นนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะหลังจากที่กกต.มีมติให้การเลือกตั้งพล.ต.อ.ประชา เป็นหัวหน้าเป็นโมฆะ และพรรคเพื่อแผ่นดินก็มีการเลือกตั้งใหม่ และได้นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่เสร็จสิ้น ทุกอย่างก็ควรจะยุติได้แล้ว ทั้งตน นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล นายมานพ ปัตนวงศ์ รวมถึงน.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ และม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ได้คุยและมีความเห็นตรงกันควรจะให้พรรคเพื่อแผ่นดินกลับมาเป็นเอกภาพได้แล้ว หากพรรคมีปึกแผ่นก็จะสามารถสนับสนุนรัฐบาลได้เต็มที่ และทุกคนก็มาเข้าร่วมประชุมพรรคแล้ว

 “ ที่ผ่านมาผม และท่านชาญชัย ได้เข้าไปพูดคุยกับพล.ต.อ.ประชาหลายครั้งว่าให้กลับมาอยู่ด้วยกัน จะกราบไหว้อย่างไรก็ไม่เป็นผล เพราะดูเหมือนพล.ต.อ.ประชาจะมีธงที่จะไม่อยู่พรรคเพื่อแผ่นดินแล้วในอนาคต จึงทำให้การพูดคุยไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อท่านจะอยู่อย่างนั้นก็คงช่วยไม่ได้ ขอเพียงกรุณาอย่าไปอ้างว่า 12 ส.ส.ยังเหนียวแน่นเหมือนเดิม เพราะมันไม่เป็นความจริง ” นายสุรเดช กล่าว

 นายสุรเดช กล่าวอีกว่า ในส่วนของการปรับครม.หากพรรคเพื่อแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ทางพรรคก็น่าจะได้รับการจัดสรรเก้าอี้เพิ่มอีกหนึ่งเก้าอี้ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกพรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่หัวหน้าพรรคจะต้องเป็นคนไปพูดคุยกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องนี้เอง อย่าลืมว่าแม้รัฐบาลจะมีผลงานดีวันดีคืน ก็ต้องไม่ลืมว่าพรรคเพื่อไทยคงต้องทำทุกวิถีทางที่จะสกัดกั้นทุกรูปแบบในสภาฯ โดยธรรมชาติหากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ยอมเจรจาให้ตำแหน่งกับพล.ต.อ.ประชา ก็เท่ากับเป็นการหักหน้ากลุ่มของนายพินิจ จารุสมบัติ ถึงตอนนั้น หากกลุ่มของนายพินิจถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลขึ้นมาจะทำอย่างไร จึงไม่เชื่อว่าแกนนำพรรคประชาธิปัตย์จะยอมเจรจากับพล.ต.อ.ประชาตามที่ถูกร้องขอ เพราะถือเป็นมารยาททางการเมือง ที่ต้องให้เป็นเรื่องของพรรคที่จะตกลงกันเอง ไม่ใช่เรื่องของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

 นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน อดีตส.ส.ที่เคยสนับสนุนพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก กล่าวถึงกรณีกลุ่มส.ส.ของพล.ต.อ.ประชา ออกมาประกาศว่าหากรัฐบาลจะเจรจาเรื่องเข้าร่วมรัฐบาลจะต้องประสานงานมาเฉพาะส.ส.ในกลุ่มเท่านั้นว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)มีมติไม่รับรองการเลือกตั้งพล.ต.อ.ประชา เป็นหัวหน้าพรรคพรรคเพื่อแผ่นดิน และทางพรรคได้มีการเลือกตั้งนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ไปแล้ว ทุกคนก็ควรจะยุติสร้างความแตกแยก และหันมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้แล้ว ไม่เช่นนั้นจะถูกประชาชนตำหนิ

 นายปุระพัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ส.ส.ที่เคยสนับสนุนพล.ต.อ.ประชา ก็กลับมารวมตัวกับพรรคเพื่อแผ่นดินภายใต้การนำของนายชาญชัยแล้วไม่ต่ำกว่า 5 คน เพราะเห็นว่า ทุกอย่างจบแล้วหลังจากที่กกต.ตัดสินว่าการเลือกตั้งพล.ต.อ.ประชา เป็นหัวหน้าพรรคตกเป็นโมฆะ ดังนั้นจึงไม่ควรจะมาดึงดันอะไรอีก มั่นใจว่าท้ายสุดกกต.จะรับรองการเลือกตั้งนายชาญชัยเป็นหัวหน้าพรรค

 เมื่อถามว่าเพราะเหตุใดพรรคเพื่อแผ่นดินจึงยังไม่สามารถกลับมารวมตัวกันได้ นายปุระพัฒน์ กล่าวว่า เป็นเพราะคนแก่หัวแข็ง ไม้แก่ดัดยาก แต่สำหรับตนแม้จะมีอายุมาก แต่ก็ไม่เชี่ยวชาญการเล่นการเมือง คิดแต่เพียงว่าอยากให้พรรคเพื่อแผ่นดินกลับมารวมตัวกันให้เป็นหนึ่งเดียวเหมือนเดิม

 เมื่อถามว่า น.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดินขู่ว่าจะไม่ยกมือสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 นายปุระพัฒน์ กล่าวว่า ถ้าจะดูน.พ.แว ต้องอ่าน 3 ชั้น เมื่อเย็นวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมาทุกคนรวมทั้งน.พ.แวมาฮาดีก็ยังนั่งรับประทานอาหารร่วมกันอยู่ รวมทั้งม.ร.ว.กิตติวัฒนา ไชยยันต์ด้วย แต่พอมาวันนี้กลับไปแถลงข่าวสนับสนุนพล.ต.อ.ประชา ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน โดยเฉพาะน.พ.แวมาฮาดีโทรศัพท์มาแจ้งว่า หนีออกมาไม่ทันเลยต้องร่วมแถลงข่าวแบบเลยตามเลย

 “ผมเชื่อว่าหากจะมีการปรับครม.หรือเปลี่ยนแปลงอะไร แกนนำพรรคประชาธิปัตย์จะรับฟังนายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาก่อน คงไม่ฟังเสียงของคนที่เคยประกาศตัวเป็นคู่แข่งของตัวเองแน่ หากทำอย่างนั้นก็ถือว่าเป็นคนใช้ไม่ได้ ” นายปุระพัฒน์ กล่าว