ข่าว

'ไฟใต้'...

'ไฟใต้'...

16 ส.ค. 2555

'ไฟใต้'... : กระจกเงา โดยอัศศิริ ธรรมโชติ [email protected]

              เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส คนร้ายลอบวางระเบิดทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เป็นระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ตามพงหญ้า แล้วจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่บอกว่า เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่จะแสดงศักยภาพหลังจากที่ถูกปราบหนัก
 
                การแสดงศักยภาพของกลุ่มคนร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะหลังแทบจะไม่เป็นข่าว เพราะเกิดขึ้นอย่างซ้ำซากเกือบทุกวัน ข่าวนี้ก็เช่นกันซ่อนซุกอยู่หน้าในของหนังสือพิมพ์เท่านั้น
 
                จนกระทั่งถึงวันที่ 25 กรกฎาคม วันต่อมา ถึงได้เป็นข่าวใหญ่ คราวนี้ทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ และสื่อทุกประเภท ต่างแย่งกันเสนอข่าว เพราะมีตำรวจตายคราวเดียวกันถึง 5 นาย บาดเจ็บอีกต่างหาก
 
                เหตุเกิดที่ อ.รามัน จ.ยะลา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยครูโรงเรียน ผ่านมาถึงถนนสายหนึ่งตรงหัวสะพานที่คนร้ายได้ซุกซ่อนระเบิดไว้ภายในรถกระบะ แล้วจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตายทันที 5 นาย เป็นนายตำรวจ 1 นาย นายดาบ 1 นาย นายสิบ 3 นาย คนร้ายได้ชิงเอาอาวุธเป็นปืนยาวไปด้วย 6 กระบอกก่อนที่จะหายลับไปหลังจากที่โปรยตะปูเรือใบทิ้งไว้บนถนนแล้วอย่างเช่นเคย
 
                ข่าวว่าในวันต่อมา 26 กรกฎาคม เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยหลังหนึ่ง ยังได้พบคลิปในโทรศัพท์มือถือภาพเหตุการณ์คาร์บอมบ์คราวนี้ที่คนร้ายถ่ายไว้ให้ดูต่างหน้าด้วย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ได้แต่งุนงงว่าคนร้ายถ่ายคลิปไว้เพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่
 
                หน่วยข่าวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เผยว่า เหตุคาร์บอมบ์ลอบสังหารคราวนี้มีสาเหตุมาจากกลุ่มแนวร่วมต้องการปฏิบัติการตอบโต้กรณีตำรวจเข้าจับกุมยาเสพติด แสดงให้เห็นว่ากลุ่มค้ายาเสพติดมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ นี่นับว่าข่าวกรองคืบหน้าขึ้นมาหน่อย
 
                นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้พบว่ารถกระบะตอนเดียวที่ใช้เป็นคาร์บอมบ์ครั้งนี้ เป็นรถกระบะคันเดียวกันกับที่คนร้ายได้ปล้นฆ่าชิงเอามาจากพ่อค้าคนหนึ่งในพื้นที่ จ.ปัตตานี และคันเดียวกันนี้แหละที่คนร้ายนำไปก่อเหตุยิงกำนันที่ อ.สายบุรี พร้อมกับพวกตายไปถึง 4 คนมาแล้วก่อนหน้านี้ นี่ก็ต้องนับว่าข่าวกรองของหน่วยราชการไทยเราได้คืบหน้าขึ้นมาอีกนิด
 
                ส่วนวันต่อมาคือ 27 กรกฎาคม คนร้ายได้ปฏิบัติการ ดังต่อไปนี้
 
                เช้า 8 โมงกว่า เข้าโจมตีฐานทหารที่ดูแลบ้านพักของคนไทยพุทธ ซึ่งเหลือเพียงหลังเดียวของหมู่บ้านใน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เกิดปะทะยิงกันกับเจ้าหน้าที่ทหาร ถึงเวลาบ่าย 3 โมงที่ อ.ระแงะ คนร้ายได้แอบเข้ามาชายป่าข้างกำแพงโรงเรียนแห่งหนึ่งแล้วขว้างระเบิดเข้าไปในโรงเรียน เกิดยิงโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ทหารที่มาดูแลโรงเรียนอยู่ ไม่มีใครบาดเจ็บตาย แต่เวลาตี 3 ที่หมู่บ้านใน อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี สามีภรรยามุสลิมคู่หนึ่ง ถูกยิงสาหัสและภรรยาเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนเวลาตี 5 เศษที่ปัตตานีเช่นกัน อดีตผู้ใหญ่บ้านถูกยิงเสียชีวิต
 
                กล่าวได้ว่า คนร้ายได้ลงมือปฏิบัติการทั้งเช้า สาย บ่าย ค่ำ ไปจนถึงฟ้าสาง และเหตุการณ์ทั้งหมดนี้คนร้ายได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้อย่างเคยแทบทุกครั้ง จนกระทั่งถึงวันที่ 28 กรกฎาคม ที่นับได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ที่สุด
 
                เหตุเกิดที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ที่คราวนี้กลุ่มคนร้ายเกือบ 20 คนถึงกับแสดงศักยภาพต่อหน้ากล้องวงจรปิดที่ต่อมาได้เผยแพร่ออกไปทั่วประเทศ ซึ่งทั้งลูกเล็กเด็กแดงต่างก็ได้ดูกันจะยิ่งกว่ามหกรรมกีฬาโอลิมปิกเสียอีก ด้วยการใช้รถกระบะ 3 คันเข้าไล่ประกบยิงทหารหน่วยเฉพาะกิจที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บนถนนหลวงสายหนึ่ง ตายไป 4 นาย บาดเจ็บ 1 นายในช่วงเช้ามืดของเดือนรอมฎอน
 
                ข่าวบอกว่าจากการสอบถามเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายทราบอยู่แล้วว่า บริเวณแถวนั้นมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ ปฏิบัติการคราวนี้จึงจงใจอย่างแจ้งชัดที่จะโชว์ศักยภาพเพื่อข่มขวัญทหาร จึงได้กราดยิงและยิงซ้ำก่อนที่จะชิงเอาอาวุธปืน เสื้อเกราะ หมวกเหล็ก และวิทยุสื่อสารโยนขึ้นรถแล้วแยกย้ายกันหนีไป
 
                ได้อ่านได้ฟังได้ดูข่าวแล้ว ก็ได้แต่ซึมครับ ขณะที่เขียนนี้เหตุร้ายก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งฆ่าชาวบ้าน วางระเบิดตำรวจ ยิงทหาร เผาโรงเรียน จนกระทั่งล่าสุดคือคาร์บอมบ์ที่โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี จนไฟฟ้าดับเกือบทั้งเมือง
 
                ถ้าเป็นภาษามวยเวลานี้ ก็ต้องบอกว่า กลุ่มผู้ก่อการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เท่ากับว่า “เปิดหน้าชก” อย่างไม่เกรงกลัวอะไรแล้ว ในขณะที่เจ้าหน้าที่และฝ่ายรัฐบาลได้แต่ถอยกรูดๆ จนแทบจะตกเวทีแล้ว รออยู่แต่ว่าเมื่อไหร่จะ “โยนผ้ายอมแพ้” เท่านั้นครับ