ข่าว

 มีรถไฟฟ้า...ก็ไม่ได้แก้ปัญหาเสียทุกเรื่อง

มีรถไฟฟ้า...ก็ไม่ได้แก้ปัญหาเสียทุกเรื่อง

16 ส.ค. 2555

มีรถไฟฟ้า...ก็ไม่ได้แก้ปัญหาเสียทุกเรื่อง : ประชาธิปไตยที่รักโดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

              ช่วงนี้ผมมีโอกาสได้ขึ้นรถไฟฟ้าบ่อยขึ้น เนื่องจากรถไฟฟ้ามาถึงหน้าบ้าน
 
                ใช้คำว่ารถไฟฟ้านี้ความจริงก็ครอบคลุมทั้งรถลอยฟ้าและรถใต้ดิน แต่รถลอยฟ้าน่าจะเห็นประเด็นหลายประเด็นสำคัญกว่า และใกล้บ้านผมกับที่ทำงานมากกว่า
 
                ประเด็นที่สำคัญในตอนนี้ของรถไฟฟ้าทั้งสองแบบน่าจะอยู่กับเรื่องใหญ่สองเรื่อง
 
                เรื่องแรกคือ เรื่องของการคำนวณค่ารถไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัญหามาก เพราะอย่างกรณีที่นั่งจากสถานีแบริ่งมาจนถึงสยามสแควร์ หากขึ้นตามระยะทางแล้วจะน้อยกว่าจากซอยอ่อนนุชไปจตุจักร แต่กลับเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า
 
                ในแง่นี้คำตอบคือการต่อสัญญาเพิ่มจากเส้นทางเดิม เหมือนกรณีทางด่วนนั่นไงครับ
 
                คำถามคือไม่มีหนทางอื่นที่ดีกว่านี้อีกเหรอ? อาทิ เอาระยะทางจากอ่อนนุชไปจนถึงจตุจักรเป็นฐาน ใครที่นั่งเกินระยะนั้นก็ให้จ่ายเพิ่มเอา ซึ่งในกรณีนี้ จากแบริ่งถึงสยามนั้นก็จะน้อยกว่าจากอ่อนนุชถึงหมอชิตถึงสองสถานี และไม่น่าจะต้องจ่ายแพงขึ้นถึงสิบห้า-ยี่สิบบาท
 
                เรื่องที่สอง คือความเชื่อที่น่าจะไม่ถูกต้องนักที่คิดว่า การมีรถไฟฟ้าจะช่วยแก้ปัญหารถติด และช่วยให้เมืองนั้นเจริญเติบโต
 
                ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ถูกนัก กล่าวคือ การมีรถไฟฟ้านั้นทำให้มีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น เพราะพิสูจน์มาแล้วหลายปี
 
                แต่ยิ่งขยายเส้นทางนั้นก็ยิ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายแพงขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องที่มีแรงกดดันมากมายไปหมด เนื่องจากหากไม่ขยายเส้นทางก็จะเห็นว่าคนที่ต้องการใช้นั้นก็ยังอยู่ไกลจากรถไฟฟ้าอยู่ดี พวกเขาจึงมากระจุกตัวตรงรถไฟฟ้าขึ้น และทำให้สถานีปลายทางนั้นมีลักษณะที่แออัดมาก
 
                ประเด็นคือ อย่างในกรณีหน้าบ้านผมซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีปลายทางของรถไฟฟ้า ผมไม่พบว่ามีความพยายามในการพัฒนาที่ดินอย่างจริงจัง หากเทียบกับสมัยที่อ่อนนุชเป็นสถานีปลายทาง
 
                ลักษณะที่น่าหวั่นใจคือการกอดที่ดินไว้ หรือพัฒนาแบบฉาบฉวยคือทำที่จอดรถ หรือตลาดนัดสินค้ามากกว่าการพัฒนาที่ดินอย่างจริงจัง และที่สำคัญก็คือ ข้อมูลการพัฒนาที่ดินเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยแต่อย่างใด ดังนั้นแม้กระทั่งแม่ค้าหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่อยู่ในบริเวณนั้นก็ไม่มีความรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่บ้าง
 
                และตลอดสายรถไฟฟ้าที่ต่อขยายจากอ่อนนุช หรือในส่วนที่จะมีการต่อขยายไปทางฝั่งธนบุรี ผมก็มองไม่ค่อยเห็นว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่อย่างจริงจังมากกว่าบริเวณหน้าสถานี หรือซอยหน้าสถานี
 
                พูดง่ายๆ คือ สิ่งที่น่าหวั่นเกรงก็คือ อาจมีความเป็นไปได้ที่ตอนนี้เรากลับไปเอาวิธีคือเรื่องของการตัดถนน ขยายถนนมาใช้ในการก่อสร้างรถไฟฟ้า กล่าวคือ เราไปมองว่ารถไฟฟ้านั้นมีส่วนในการ "ขยายโอกาส" พัฒนา ดุจเดียวกับยุคหนึ่งที่เราตัดถนนบุกเบิกไปยังที่ต่างๆ
 
                สิ่งที่น่าจะต้องตั้งหลักคิดให้ดีก็คือ รถไฟฟ้านั้นเป็นการขนส่งมวลชนในระบบใหม่ ไม่ใช่ถนน ดังนั้นจึงต้องการวิธีคิดเรื่องของการวางผังเมืองที่ดีและเรื่องของการตั้งคำถามกับสิทธิของคนที่จะมีโอกาสในการใช้บริการดังกล่าว
 
                ดังนั้น พื้นที่ที่จะมีรถไฟฟ้านั้นจำต้องมีความหนาแน่นของประชากร และมีการเข้าถึงอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเรื่องที่ท้าทายมากๆ ก็คือ สิทธิของคนรายได้น้อยที่จะมีโอกาสในการเข้ามาใช้พื้นที่ด้วย
 
                หรือพูดง่ายๆ คือบ้านราคาถูกในพื้นที่ที่รถไฟฟ้าเข้าถึง ไม่ใช่มองว่ารถไฟฟ้าจะทำให้บ้านราคาถูกเกิดขึ้นเอง เพราะถ้าไม่มีการช่วยกันคิดเรื่องนี้ เราจะเห็นแต่โฆษณาคอนโดริมแนวรถไฟฟ้า แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงพื้นที่อย่างเป็นระบบอย่างจริงจัง มิหนำซ้ำจะยิ่งทำให้รถมากขึ้นด้วย แต่พื้นที่อื่นๆ ก็ยังไม่พัฒนา ซึ่งท้ายสุดก็ไม่พ้นสภาวะความเจริญเฉพาะปากซอยเหมือนเดิม
 
                เขียนเรื่องนี้ไว้ก่อนการรณรงค์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม.รอบหน้าจะหลงทางไปกันใหญ่ครับ