ข่าว

ปชป.เชื่อรบ.ตั้งธงเอาผิด'มาร์ค-สุเทพ'

ปชป.เชื่อรบ.ตั้งธงเอาผิด'มาร์ค-สุเทพ'

15 ส.ค. 2555

ดีเอสไอ.เรียกอดีตเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการยิงสไนเปอร์มาสอบ "เทพไท" เชื่อรัฐบาลเตรียมจัดฉากตั้งธงเอาผิด "มาร์ค-สุเทพ" ขณะสภาเพิ่งผ่านงบฯมาตรา3 ฝ่ายค้านตำหนิทำงบไร้แผนป้องกันโกง

             15ส.ค.2555 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดถึงกรณีที่กรมสอบสวนสืบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ.)เรียกอดีตเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการยิงสไนเปอร์มาสอบสวน และพยายามที่จะเชื่อมโยงมายังผู้สั่งการว่าจะต้องรับผิดชอบว่า ร.ต.อ.เฉลิมซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบคดีโดยตรงไม่ควรที่จะออกมาประโคมข่าวสร้างความสับสนให้กับสังคม หากมีข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับมือยิงสไนเปอร์และผู้สั่งการก็ขอให้ดำเนินการตามกฏหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรจะจัดฉากสร้างพยานเท็จเพื่อใส่ร้ายคนอื่น

              ทั้งนี้การที่รัฐบาลชุดนี้พยายามทุกวิถีทางที่จะเอาผิดบุคคลในรัฐบาลชุดก่อน ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่าเกี่ยวข้องกับการตายของผู้ชุมนุมในเหตุการณ์เดือนพ.ค.53 เป็นความต้องการที่จะเอาคืนทางการเมืองมากกว่าการทำคดีอย่างตรงไปตรงมา เห็นได้จากการพยายามที่จะเร่งรัดดีเอสไอ การกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงกรรมการสอบสวนเพื่อเอาคนของตัวเองที่รับใช้ฝ่ายการเมืองเข้ามาทำคดี


สภาฉลุยผ่านงบฯประมาณมาตรา3

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.10 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ได้มีการลงมติในมาตรา  3 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 จำนวน 2.4 ล้านล้านบาท หลังจากที่ใช้เวลาในการอภิปรายมานานกว่า 9 ชั่วโมง โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการด้วยคะแนน 281 เสียง ไม่เห็นด้วย 39 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง ไม่ลงคะแนน 4 เสียง
 
              จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาในมาตรา 4 งบกลาง จำนวน 319,207 ล้านบาท โดยกรรมาธิการมีการปรับเพิ่ม เป็น 319,864 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นในส่วนของการปรับค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ เงินช่วยเหลือและพนักงานลูกจ้างของรัฐ เงินเลื่อนเงินเดือนและปรับวุฒิข้าราชการ และเงินสำรอง เงินสมทบและชดเชยของข้าราชการ


ฝ่ายค้านตำหนิทำงบไร้แผนป้องกันโกง 

              อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการประชุมสภาฯ ซึ่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556  ในช่วงเย็น ยังคงดำเนินไปอย่างปกติ โดยเป็นการอภิปรายสลับระหว่าง ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน และพรรครัฐบาล  ซึ่งเนื้อหาได้ตำหนิการทำงานของรัฐบาล  ที่ไม่ได้เน้นเรื่องของการป้องกันทุจริตคอรัปชั่น   และการประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดของร่าง พรบ.งบประมาณฯ  พบว่ามีการเร่งรัด

              นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์   อภิปรายว่า ตนเป็นห่วงประเด็นเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น   ซึ่งการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้  ไม่มีแผนปฏิบัติการใดที่เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต ทั้งที่ปัญหาเรื่องการทุจริต  รัฐบาลควรให้ความสนใจแก้ปัญหาโดยด่วน   ซึ่งตนขอเรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญ และจริงใจแก้ไขปัญหา  คำสั่ง  หรือนโยบายที่ประกาศต้องติดตาม  เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจัง  รวมถึงให้ความร่วมมือภาคประชาชน  ในการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น   เพราะหากไม่ให้ความร่วมมือเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยมีการทุจริตเพิ่มมากขึ้น

              ด้านนายศุภชัย  ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย  อภิปรายว่า ในการพิจารณารายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ  พบว่า   นายกิตติรัตน์ ไม่ได้ทำหน้าที่ประธานการประชุมมากนัก   แต่มีรองประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ บางคนทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมอยู่บ่อยครั้ง  ทำให้การกำกับดูแลการเสนองบประมาณฯ  ไม่มีความเท่าเทียม อีกทั้งยังไม่มีการตรวจสอบ   ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่าจะมีประเด็นผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องหรือไม่

              “หลายเรื่องได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่มีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบ  ทั้งนี้มีหนังสือพิมพ์บางฉบับระบุว่า รองประธานกรรมาธิการบางคน   มีผู้มีบารมีนอกรัฐบาล เข้ามาจัดการโยกงบประมาณ   เพื่อทำให้เป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ของตนเท่านั้น ซึ่งผมขอคำอธิบาย” นายศุภชัย กล่าว