ข่าว

แสงสว่างปลายอุโมงค์หรือไฟหน้ารถ

แสงสว่างปลายอุโมงค์หรือไฟหน้ารถ

16 ส.ค. 2555

แสงสว่างปลายอุโมงค์…หรือไฟหน้าของรถที่กำลังพุ่งมาหา : คอลัมน์ สวัสดีเศรษฐกิจ : โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

          บทความที่ผมนำเสนอวันนี้ อาจเป็นไปในลักษณะค่อนไปทางมองโลกในแง่ร้าย เนื่องจากการอ่านข้อมูลข่าวสาร ได้รับรู้ความห่วงใย ความกังวลของผู้คน ผู้ใหญ่ที่รอบรู้ในด้านเศรษฐกิจการเงิน จากสิ่งที่ได้รับมา ผมจึงได้กำหนดหัวข้อไว้ว่า สิ่งที่กำลังจะมา สิ่งที่เราเห็นและคาดการณ์ว่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ อย่างที่พวกเราชอบเปรียบเทียบกันคือ เราจะรอด ธุรกิจเราจะรอด เราจะออกจากอุโมงค์ที่มืดมิดนี้ได้หรือไม่ หรือเรากำลังเดินอยู่บนทางรถไฟในอุโมงค์ที่มีรถไฟความเร็วสูงพุ่งเข้ามา 

 

          ตัวอย่างการวิจารณ์ที่ผมเห็น เช่น ลมพัดหวนจากตะวันออกที่รุ่งเรืองไปสู่ตะวันตกที่เต็มไปด้วยปัญหา ทางเดินที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำตาของเอเชียยุคหลังปี 2540 ปีที่เราพูดว่า เผาจริง เผาหลอก เดินขึ้นเมรุนั้นได้สร้างประสบการณ์ความเข้มแข็งให้แก่ผู้คนผิวเหลือง หัวดำ จนมาถึงวันนี้ การที่ต้องรัดเข็มขัดจนเอวขาดออกจากกัน การตัดงบประมาณรายจ่าย การที่เศรษฐกิจหดตัวอย่างแรง การตกงาน การว่างงาน และอื่นๆ... 

          อะไรๆ ที่ต้องทำ ที่เขาสั่งให้ทำ ที่เขาบอกว่าทำแล้วจะรอด...เราได้ทำมาหมดแล้ว บัดนี้เรารู้แล้วว่าการจะอยู่ให้รอดนั้น คือการตั้งรับด้วยการใช้ชีวิตกินอยู่ การทำธุรกิจแบบพอเพียง ไม่มีก็อย่าสร้างหนี้ ที่มีก็อย่าฟุ่มเฟือย ไม่รับทัศนคติที่ผิดๆ ที่ว่าจะมีรัฐบาล จะมีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย ต้องเข้าใจว่าเงินของรัฐ เงินของหลวง มันมีวันหมด หากไม่มีรัฐบาลก็ต้องไปกู้เขามาและลึกๆ ทุกท่านทุกฝ่ายก็รู้ว่าที่จะต้องเอาไปจ่ายคืนในอนาคตก็คือภาษีของเรา 

          ในยุโรปโดยเฉพาะประเทศที่มีปัญหานั้น คนมันเคยกิน เคยใช้ จนเคยตัวไปแล้ว จู่ๆ มีใครก็ไม่รู้ที่บอกว่าจะมาแก้ไขปัญหากับรัฐบาลเรา บอกว่า “ให้อดข้าวเพื่อชาติ” ต้องรัดเข็มขัดการกิน การใช้ในความเป็นอยู่ ต้องขึ้นราคาสาธารณูปโภค ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ลดการอุดหนุนด้านพลังงาน ต่างจากตอนที่เข้ามาเป็นสมาชิกยูโรใหม่ๆ ชนิดฟ้ากับเหว  

          ผมคิดต่อว่าหากคนประเทศนี้ยังไม่ยอมรับและปรับตัว มุ่งแต่ประท้วง ประเทศที่ร่ำรวยศิลปะ วัฒนธรรมแบบนี้ใครเขาจะไปเที่ยว เงินก็ไม่ไหลเข้าจากการท่องเที่ยว ยิ่งเละเทะไปกันใหญ่ ที่เลวร้ายสุดคือการแตกของฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่จะบั่นทอนความสามารถของสถาบันการเงิน เมื่อเงินไม่ไหลเวียนแล้ว เราท่านก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นที่บอกว่ามาตรการแก้ไขต่างๆ นั้น มันใช่แสงสว่างปลายอุโมงค์หรือไฟหน้าของรถไฟที่กำลังพุ่งมาหา...คนในประเทศนั้นต้องตอบและรับผิดชอบเองดังคำพระที่ว่า กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา 

          ในความเห็นของผม ต้องรักษาสถาบันการเงินอย่างธนาคารและธุรกิจให้ได้ เพื่อให้คนที่ทำงานในธุรกิจยังไม่ตกงาน ยังเดินไปได้แม้ลำบาก การกระตุ้นต้องทำในธุรกิจที่มีแวลู เชน (Value chain) สูงๆ และเป็นแวลู เชนที่ยาวมากพอ ส่วนภาครัฐก็ต้องกลับมาที่การประหยัดและใช้เงินอย่างให้เกิดประโยชน์ โครงการแบบประชานิยมก็ต้องตัดใจเลิก ลึกๆ ในใจผมมีลางสังหรณ์ว่า ไม่ใครก็ใครได้ออกจากประชาคมเศรษฐกิจยุโรปแน่ๆ ก่อนหรือหลังเท่านั้น

 

 

--------------------

(แสงสว่างปลายอุโมงค์…หรือไฟหน้าของรถที่กำลังพุ่งมาหา : คอลัมน์ สวัสดีเศรษฐกิจ : โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด)