
3ตลก.รธน.ยอมถอนฟ้อง'พสิษฐ์'
โฆษกศาลรธน. เผย 3 ตุลาการยอมถอนฟ้อง "พสิษฐ์ - มติชน" ปมเผยแพร่คลิปให้ร้ายแล้ว หลังคู่กรณียอมทำตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ แกนนำแดงมั่นใจศาลอาญายกคำร้อง 19 แกนนำ 22 ส.ค.นี้
ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 15 ส.ค. นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ตามที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายจรูญ อินทจาร , นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และนายเฉลิมพล เอกอุรุ เป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ จำเลยที่ 1 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ จำเลยที่ 2 และบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) ด้วยข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดต่อพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดคอมพิวเตอร์ จากกรณีเผยแพร่คลิปวิดีโอกล่าวหาตุลาการทั้ง 3 คน ว่ามีส่วนร่วมในการโกงข้อสอบ
หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า ศาลอาญาได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว อยู่ในขั้นตอนการนัดสืบพยาน ต่อมาตุลาการทั้ง 3 คนได้เป็นโจทย์ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 3 ต่อศาลแพ่ง โดยในส่วนของบริษัท มติชน ได้ฟ้องบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ติชนรายวัน เป็นจำเลยในคดีแพ่งด้วย
นายพิมล กล่าวว่า ส่วนนายพร้อมพงศ์ได้ติดต่อผ่านคณะที่ปรึกษากฎหมายของตุลาการทั้ง 3 คน เพื่อขอไกล่เกลี่ย โดยเห็นว่า ตุลาการทั้ง 3 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอบและออกข้อสอบ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าตุลาการทั้ง 3 คนไม่กระทำการเช่นนั้น ซึ่งนายพร้อมพงศ์ได้จัดทำคลิปวิดีโอเผยแพร่คำขอโทษลงในยูทูป และลงประกาศคำขอโทษต่อตุลาการทั้ง 3 คน ในหนังสือพิมพ์มติชน เป็นเวลา 5 วันตามเงื่อนไขที่ตกลง ทางตุลาการทั้ง 3 จึงได้ถอนฟ้องนายพร้อมพงศ์ ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งไปเมื่อเดือนเมษายน 2555
หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญกล่าวต่อว่า กรณีของนายพสิษฐ์และบริษัทมติชน ได้มีการนำคดีเข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ย โดยบริษัทมติชน และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ตกลงที่จะลงข้อความขอโทษในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน เป็นระยะเวลา 5 วันติดต่อกัน พร้อมทั้งจะดำเนินการถอดข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่นำเสนอข่าว ทำให้ตุลาการทั้ง 3 คนเสื่อมเสียออกจากเวปไซด์มติชนออนไลน์ และยินยอมชดใช้ค่าทนายความให้แก่ตุลาการทั้ง 3 คน ซึ่งได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขเกือบครบถ้วนแล้ว
นายพิมล กล่าวว่า นายพสิษฐ์ได้ตกลงที่จะดำเนินการตามเงื่อนไข ประกอบด้วย 1. ให้ผู้สื่อข่าวลงบทสนทนาขอโทษเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทูป 2. ลงข้อความขอโทษในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน กำหนดระยะเวลา 10 วันติดต่อกัน 3. ขอโทษตุลาการทั้ง 3 คนเป็นการส่วนตัว ณ สถานที่นอกสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตามที่กำหนด และ 4. ยินยอมชำระค่าทนายความ ให้แก่ตุลาการทั้ง 3 คน อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขของนายพสิษฐ์ในระยะแรก ยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลง แต่นายพสิษฐ์จะดำเนินการแก้ไข ให้เป็นไปตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในศาลต่อไป
หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า แม้การปฏิบัติตามเงื่อนไขของนายพสิษฐ์ จะยังไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขข้อตกลงกันก็ตาม แต่เพื่อเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ตุลาการทั้ง 3 คน จึงได้มอบอำนาจให้บุคคลไปถอนฟ้องในคดีอาญา กับบุคคลดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตุลาการเห็นว่ากรณีนี้มีผลกระทบต่อตุลาการและองค์กร จึงจำเป็นต้องเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนและสาธารณชน เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะมีการยื่นเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมต่อศาลอาญา กรณีนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและเบอร์โทรศัพท์ของตุลาการและครอบครัว หรือไม่ นายพิมล กล่าวว่า ทางสำนักงานได้ยื่นเอกสารและข้อมูลไปหมดแล้ว ซึ่งก็อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลอาญา
แกนนำแดงมั่นใจศาลอาญายกคำร้อง 19 แกนนำ 22 ส.ค.นี้
พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลอาญานัดฟังคำวินิจฉัย ถอนประกัน 19 แกนนำ นปช. ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ว่า มั่นใจว่าศาลจะยกคำร้อง ส่วนกรณีของนายยศวริศที่ขึ้นปราศรัยหน้ารัฐสภาและเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นการปราศรัยครั้งนั้นเป็นการปราศรัยตามเอกสาร
ส่วนกรณีการแถลงข่าวของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่มีลักษณะเหมือนเป็นการข่มขู่ตุลาการ พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวว่า เรื่องนี้นายก่อแก้วไม่ควรพูดรุนแรงขนาดนั้น และควรรู้สถานะความเป็น ส.ส. ของตัวเอง การต่อสู้ต้องให้เป็นหลักการและทำงานในระบบให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามหากศาลมีคำวินิจฉัยรายบุคคลออกมาแล้ว อาจมีกรณีที่เข้าข่ายความผิด ศาลอาจจะมีคำสั่งห้าม ไม่ให้แกนนำคนนั้น ๆ ขึ้นปราศรัยบนเวที และไม่น่าจะมีบทลงโทษที่รุนแรงถึงขั้นถอนประกัน อย่างไรก็ตามในวันที่ศาลนัดฟังคำวินิจฉัย คนเสื้อแดงก็จะไปให้กำลังใจแกนนำตามปกติ และเชื่อว่าจะไม่มีเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
"เพื่อไทย"ไม่แปลกใจท่าที"ภูมิใจไทย"ไม่รับร่างงบประมาณ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า สมาชิกพรรคจะไม่โหวตรับร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายปี 2556 วาระ2-3 แน่นอน ว่า ไม่แปลกใจเพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านที่ต้องกอดคอพรรคประชาธิปัตย์
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายศุภชัยกล่าวว่ามีแกนนำพรรคเพื่อไทยในภาคเหนือ บงการรัฐมนตรีคนพิเศษแล้วไปครอบงำกรรมาธิการงบประมาณ หวังจะนำงบมาลงพื้นที่ตัวเองนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เป็นเพียงการจินตนาการเอาเองว่า มีเจ๊หรือแกนนำพรรคเพื่อไทย มาสั่งรัฐมนตรีได้ ทางพรรคเพื่อไทยขอปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง
“ประพันธ์”เผยยอดผู้สมัครรับสรรหาเป็นส.ว.ภาคอื่น29คน
นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ กกต.เปิดให้องค์กรเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว.สรรหา ภาคอื่นๆ แทนนายศรีสุข รุ่งวิสัย ว่าภายหลังจาก เปิดให้องค์กรลงทะเบียนเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาตั้งแต่วันที่ 1-15 ส.ค. ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายในการเปิดรับลงทะเบียน โดยมีองค์กรที่เสนอชื่อทั้งสิ้น29 คน จาก 29 องค์กร โดยในวันที่ 16 ส.ค. กกต.จะรวบรวมและเสนอรายชื่อเข้าที่ประชุมกกต.ก่อนที่จะส่งรายชื่อทั้งหมดให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาภายใน 5 วันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นายประพันธ์กล่าวต่อว่าสำหรับการเปิดลงทะเบียนเสนอชื่อส.ว.สรรหาภาควิชาชีพ แทนนายสัก กอแสงเรือง ที่เปิดให้ลงทะเบียนที่เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 7-21 ส.ค. นี้ ขณะนี้มีองค์กรที่เสนอชื่อบุคคลผู้เข้ารับการสรรหาแล้วจำนวน 8 คน
นายประพันธ์กล่าวอีกว่าสำหรับการเปิดลงทะเบียนเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นส.ว.ในภาครัฐ หลังจากที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งเพิกถอนการสรรหาส.ว.ของนายประจิตต์ โรจนพฤกษ์ เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดปทุมธานีเมื่อปี 2552 ทางกกต.ได้มีมติให้เปิดลงทะเบียนเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา เป็นส.ว. สรรหา ภาครัฐ ในวันที่ 22 ส.ค. - 5 ก.ย.
วุฒิสภาเคาะวันเลือกรองปธ.วุฒิสภาคนที่1วันที่ 20 ส.ค.
นายสมชาย แสวงการ ส.ส.สรรหา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมตินัดประชุมวุฒิสภา เพื่อเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ภายหลังจากที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ว่าที่ประธานวุฒิสภา ลาออกจากตำแหน่ง ในวันที่ 20 ส.ค. เวลา 10.00 น. โดยได้มีการบรรจุในวาระประชุมวุฒิสภา เป็นเรื่องด่วนลำดับที่ 1 ส่วนขั้นตอนการคัดเลือกตั้งจะยึดตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ.2551 และได้กำหนดให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อแสดงวิสัยทัศน์คนละไม่เกิน 10 นาที
"นิวัฒน์ธำรง"เผยการเตรียมแถลงผลงานรัฐบาลรอบ1ปีคืบหน้า
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรายงานแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 1 ปี ว่า มีความคืบหน้าไปประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่เราอยากทำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและดีที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์ในการให้สาธารณชนและสภาได้ดู และจะมีการประชุมอีก 2 ครั้ง สำหรับนโยบายต่างๆ ที่ดำเนินการไปแล้ว ทั้ง16 นโยบาย ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์ เช่น กองทุนสตรี โครงการรับจำนำข้าว แท็บเล็ต เป็นต้น ทั้งนี้จะเสนอร่างฯผลงานสุดท้ายให้คณะรัฐมนตรี ในวันที่ 18 ก.ย.55 หลังจากนั้นจะมีการจัดพิมพ์และคาดว่าจะส่งสภาฯได้ภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ ส่วนรูปแบบที่จะเสนอต่อประชาชน ขณะนี้กำลังคิดรูปแบบอยู่ โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ ทั้งเว็บไซต์ แผ่นพับ และจัดทำรูปเล่ม คาดว่าจะมีการแถลงผลงานกับประชาชนได้ในปลายเดือนนี้ หรืออย่างช้าต้นเดือนกันยายน



