ข่าว

ประหารอดีตดาบตร.สามเสนค้ายาบ้า

ประหารอดีตดาบตร.สามเสนค้ายาบ้า

15 ส.ค. 2555

ศาลพิพากษาคดี อดีต ดาบตำรวจ สน.สามเสน ค้ายาบ้า พิเคราะห์แล้ว กระทำผิดจริง ลงโทษประหารชีวิต

          วันที่ 15 ส.ค.55  ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  เวลา  10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อย.1972/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายไพโรจน์ วงศรีแก้ว อดีตนายดาบตำรวจ ฝ่ายสืบสวน ฯ สน.สามเสน เป็นจำเลย ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522  , ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม
 
          โดยอัยการยื่นฟ้องวันที่ 25 มี.ค.54 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค.54 เวลาประมาณ 06.00 น. จำเลยมียาบ้า จำนวน 120,000  เม็ด น้ำหนัก 10.826.790 กรัม คำนวณเป็นปริมาณสารบริสุทธิ์หนัก 1.612.620 กรัม  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตามวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมยาบ้าของกลาง  เหตุเกิดที่ ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66,102 ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ
 
          ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบแล้ว โจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม 2 นาย เบิกความยืนยันข้อเท็จจริงสอดคล้องต้องกันว่า เมื่อต้นเดือน ต.ค.53 ชุดสืบสวนทราบข่าวจากสายลับว่า จะมีการดัดแปลงรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เงิน เพื่อซุกซ่อนยาบ้าขนส่งยาไปยัง จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี โดยช่วงเวลาดังกล่าวพบรถยนต์ดังกล่าวจอดอยู่ที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง ซอยบางกรวย-ไทรน้อย 15/1 จ.นนทบุรี ซึ่งได้มีการติดตามพบจำเลยเป็นผู้ขับรถต้องสงสัย มุ่งหน้าไป จ.เพชรบุรี จึงประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จังหวัดเพชรบุรี ตั้งด่านตรวจค้นและจับกุมจำเลยได้พร้อมยาของกลางที่ใส่ถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ด้านหลังเบาะที่ดัดแปลงทำเป็นซิปล็อค ได้ที่ ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี  ซึ่งจำเลยได้ขับรถที่ซุกซ่อนยาไปส่งที่จ.นครศรีธรรมราช
 
          ส่วนจำเลยให้การปฏิเสธ อ้างว่า ได้รับจ้างจากนายชัย ไม่ทราบนามสกุล จำนวน 200,000 บาท ให้ขับรถไปส่งของที่จ.นครศรีธรรมราช โดยไม่ทราบว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่ และไม่ทราบว่ารถที่ใช้เป็นทะเบียนปลอมนั้น เห็นว่าจากคำให้การของจำเลย ระบุว่าได้รับการว่างจ้างเป็นเงินถึง 200,000 บาท เพื่อให้ขับรถนั้น ถือว่าค่าจ้างจำนวนที่สูงมาก ประกอบกับจำเลยเคยรับราชการตำรวจย่อมต้องสงสัยว่าจะต้องมีการขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย เมื่อของกลางยาเสพติดมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงต้องสันนิษฐานว่าจำเลยมียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย ส่วนความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมนั้น โจทก์ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยฐานนี้ได้
 
          จึงพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ประหารชีวิตสถานเดียว โดยให้ริบของกลาง ส่วนข้อหาอื่นให้ยก