ข่าว

เตือน'เหนือ-กลาง-อีสาน'ฝนตกหนัก!

เตือน'เหนือ-กลาง-อีสาน'ฝนตกหนัก!

15 ส.ค. 2555

กรมอุตุฯ เตือน ภาคเหนือ-กลาง-อีสานตอนบน ยังคงมีฝนตกหนัก ขณะที่ กทม.-ปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 60 ของพื้นที่ ด้านเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น หลัง จ.น่าน ฝนชุก ส่วนแม่สอด น้ำท่วมหนัก ตรัง-บุรีรัมย์ แล้งจัด

                          15 ส.ค.55 กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไป หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่งโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคกลาง

                          อนึ่ง พายุโซนร้อน "ไคตั้ก" ทางตะวันออกของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ มีทิศทางการเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงทะเลจีนใต้ในวันนี้ 15 ส.ค.55 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในระยะ 1-2 วันนี้

                          สำหรับ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ช.ม.

 

เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นหลังฝนตกชุกในจ.น่าน

 

                          ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุด (14 ส.ค.) มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ 548 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (รับน้ำได้สูงสุด 3,590 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 6.29 เมตร ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยา ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.50 เมตร (รทก.) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 151 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (รับน้ำได้สูงสุด 2,840  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาต่ำกว่าตลิ่ง 9.35 เมตร ในขณะที่มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ 342 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (รับน้ำได้สูงสุด 3,500  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจุดนี้ยังเป็นจุดวัดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะไหลผ่านเข้าสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วย) แนวโน้มสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังทรงตัวและอยู่ในเกณฑ์ปกติ 

                          สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา (14 ส.ค.) มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,303 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 7,100 ล้านลูกบาศก์เมตร

                          เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 4,806 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 4,700 ล้านลูกบาศก์เมตร

                          เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 39 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 37 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 60 ล้านลูกบาศก์เมตร

                          เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 233 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 700 ล้านลูกบาศก์เมตร

                          เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี  มีปริมาณน้ำ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 680 ล้านลูกบาศก์เมตร 

                          แนวโน้มสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกในพื้นที่จังหวัดน่านค่อนข้างมาก ทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่แม่น้ำน่านบริเวณจังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีน้ำไหลลงเขื่อนสิริกิติ์มากขึ้นตามไปด้วย โดยตั้งแต่วันที่ 11-14 ส.ค. มีน้ำไหลลงเขื่อนสิริกิติ์รวมกันมากกว่า 320 ล้านลูกบาศก์เมตร ในส่วนของเขื่อนอื่นๆ ยังคงมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯค่อนข้างน้อย ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำที่จะไหลลงอ่างฯมากขึ้น ในช่วงที่เกิดน้ำป่าไหลหลาก

 

ชาวแม่สอดยังเดือดร้อน น้ำจากลำห้วยไหลท่วมหมู่บ้าน 

 

                          ราษฎรบ้านแม่ตาว หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ประมาณ 50 หลังคาเรือน ยังคงได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ที่ไหลเอ่อเข้ามาจากน้ำในลำ ห้วยแม่ตาว และลำห้วยจากบ้านห้วยม่วง ซึ่งมีแมน้ำเมยหนุนอยู่ โดยระดับน้ำสูงมาก ชาวบ้านต้องใช้เรือและเดินลุยน้ำไปมา ขณะที่นายสำรวย วิริยะ นายกเทศมนตรีตำบลท่าสายลวด พร้อมด้วยคณะได้นำอาหารแห้งไปแจกชาวบ้าน เนื่องจากการสัญจรไปมาลำบาก 

                          ราษฎรบ้านแม่ตาว กล่าวว่า เกิดน้ำท่วมมานาน 4 วันแล้ว หรือตั้งแต่วันที่แม่น้ำเมยมีระดับสูงขึ้น อยากให้รัฐลงไปแก้ไขโดยด่วน เพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาก 

                          นายสำรวยกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดน้ำท่วมขัง เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเมยสูง ทำให้น้ำในลำห้วยแม่ตาว ลำห้วยม่วงสูงขึ้น และไหล่เข้าท่วมในหมูบ้าน ทำให้ชาว บ้านได้รับความเดือดร้อน ซึ่งการแก้ปัญหาต้องทำพนังกั้นน้ำท่วม เพราะทางเทศบาลได้สูบน้ำออกไปแล้ว แต่น้ำกลับย้อนเข้ามาอีก เพราะความเหลี่ยมล้ำของสภาพพื้นที่ และหมู่บ้านอยู่ใกล้ลำห้วย 

                          "พื้นที่ตำบลท่าสายลวด เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดน และเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ หรือเชื่อมด้านตะวันออก ตะวันตก รวมทั้งอีก 2 ปี ข้างหน้า พื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะตำบลท่าสายลวดเป็นประตูบ้านสู่ชายแดนไทย - พม่า ที่จะต้องรับความเป็นสมาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี การแก้ปัญหาน้ำท่วม เราจะต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ลำพัง งบประมาณของท้องถิ่นเองไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้"

 

ตรัง - ฝนทิ้งช่วงขาดแคลนน้ำกระทบเกษตรกรนาข้าว

 

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลพวงจากสภาวะฝนทิ้งช่วงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมานานกว่าครึ่งเดือน หรือนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมานั้น  เริ่มสร้างผลกระทบกับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตรังระดับหนึ่งแล้ว สำหรับการเพาะปลูกที่ต้องใช้น้ำเป็นปริมาณมาก แต่กลับไม่มีฝนตกลงมาตามฤดูกาลอย่างเช่นทุกๆ ปีที่ผ่านมา  โดยเฉพาะการทำนาข้าว ที่ขาดแคลนน้ำในการดำนา  หรือนำไปเลี้ยงต้นข้าวบางส่วนที่เริ่มเติบโตเป็นกอๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว จนทำให้เกิดสภาพเหี่ยวเฉาและล้มตายไปจำนวนหนึ่ง

                          นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ เกษตรจังหวัดตรัง กล่าวยอมรับว่า รู้สึกเป็นห่วงหากเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงไปยาวนานมากกว่านี้ เพราะอาจทำให้พืชผลที่เพาะปลูกเอาไว้เกิดความเสียหายได้  อย่างไรก็ตาม โชคดีที่พื้นที่ปลูกข้าวส่วนใหญ่จะดำนาเสร็จแล้ว และอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ แต่หากฝนทิ้งช่วงนานเข้าจริงๆ ก็ย่อมมีผลกระทบตามมาแน่นอน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการหารือเตรียมการทำฝนเทียม เพื่อช่วยเหลือเฉพาะในบางพื้นที่ที่เกิดความเดือดร้อนมากจริงๆ หากฝนไม่ตกลงมาเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 เดือนขึ้นไป

                          ทั้งนี้ เนื่องจากปกติในช่วงนี้ของทุกๆ ปี ถือเป็นช่วงฤดูฝน และจะมีฝนตกลงมาค่อนข้างเยอะ แต่ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป จึงส่งผลให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ดังนั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง จึงได้สั่งให้สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง 10 อำเภอ ลงไปให้ความรู้แก่เกษตรกร ด้วยการจัดหาวัสดุมาคลุมโคนพืชผล เพื่อลดความสูญเสียของน้ำ และทำแนวกันไฟ เผื่อว่าจะเกิดไฟป่าลุกลามขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งติดตามสถานการณ์ข่าวสารต่างๆ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในปีนี้เกิดภัยธรรมชาติขึ้นมาค่อนข้างจะหลากหลาย 

 

บุรีรัมย์ - นาข้าวขาดน้ำแล้งตายกว่าหมื่นไร่

 

                          สถานการณ์ฝนทิ้งช่วงที่ จ.บุรีรัมย์ ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนาข้าวของเกษตรกรทั้ง 16 หมู่บ้านใน ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง ที่ไถหว่านเพาะปลูกไว้ได้ประสบปัญหาขาดน้ำหล่อเลี้ยงเหี่ยวเฉาและยืนต้นตายเสียหายไปแล้วร่วม 10,000 ไร่  ขณะที่บางส่วนไม่เจริญเติบโต สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรต้องประสบปัญหาขาดทุนจากผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจึงต้องการเรียกร้องให้ทางจังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าไปสำรวจความเสียหาย เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วนด้วย ทั้งนี้เกษตรกรยังระบุด้วยว่าปีนี้ตำบลถลุงเหล็กประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงหนักที่สุดในรอบกว่า 20 ปี

                          ด้านนายประยูร แก้วบุตรดี กำนันตำบลถลุงเหล็ก ระบุว่า จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงดังกล่าว จะส่งผลกระทบทำให้ปีนี้เกษตรกรทั้งตำบลได้ผลผลิตไม่ถึง ร้อยละ 20 จากพื้นที่เพาะปลูกกว่า 10,000 ไร่ สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก จึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ  ได้เร่งเข้ามาสำรวจช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน  โดยการจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรที่นาข้าวเสียหาย พร้อมทั้งแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรได้นำไปเพาะปลูกในฤดูกาลผลิตต่อไปด้วย