ข่าว

สภาคึกคัก!ถกงบ56'สมศักดิ์'ยันไร้ป่วน

สภาคึกคัก!ถกงบ56'สมศักดิ์'ยันไร้ป่วน

15 ส.ค. 2555

'สมศักดิ์'ระบุ ระยะเวลาการอภิปรายงบปี 2556 จำนวน 3 วัน น่าจะเพียงพอ สรุปยอด สส.ทำงานในสภาฯ492 คน ด้าน'มาร์ค' อัดงบปี 2556 มีการกู้เงินมาปกปิดตัวเลขขาดดุลจำนวนมาก

             14 ส.ค.55 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 ว่า กรอบ 3 วัน น่าจะเพียงพอ แม้จะมีผู้สงวนคำแปรญัตติกว่า 100 คน หากอภิปรายอยู่ในประเด็นเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา ประกอบกับฝ่ายค้านระบุว่า จะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ แต่หากการอภิปรายจะเข้าข่ายอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะใช้ข้อบังคับการประชุมเคร่งครัด

              สำหรับการอภิปรายวันแรก จะใช้เวลาถึงเวลา 24.30 น. และวันที่ 17 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายอาจแล้วเสร็จในเวลา 01.30 น.

 

สรุปยอด สส.ทำงานในสภาฯ 492 คน

                นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยก่อนเข้าระเบียบวาระได้แจ้งถึงจำนวน สส. ที่สามารถปฏบัติหน้าที่ได้ล่าสุด คือ 492 คน เนื่องจากล่าสุดมีหนังสือแจ้งมาจากทางศาลฎีกาซึ่งได้รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่ ในพื้นที่ กทม. เขต 28 แทน พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์

 

''มาร์ค''อัดงบปี 2556 มีการกู้เงินมาปกปิดตัวเลขขาดดุลจำนวนมาก

                 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ในวาระ 2 และ 3 จะเน้นอภิปรายยอดรวมงบประมาณ งบกลาง และงบสำนักนายกรัฐมนตรี ปัญหานโยบายการเงินการคลัง นอกเหนือจากการจัดทำงบแบบขาดดุล แล้วยังกู้เงินจำนวนมหาศาล แสดงให้เห็นว่าไม่ได้จัดงบขาดดุล ขณะเดียวกัน เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายไม่ถึงร้อยละ 5 ทำให้เห็นว่าประสิทธิภาพการใช้เงินบกพร่อง

                "จะชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสของการใช้งบกลาง 1.2 แสนล้านบาทปีที่แล้ว ที่ขณะนี้ยังไม่มีการแก้ไข หากรัฐบาลยังมีแนวคิดกู้เงินเพิ่มเติมเช่นนี้ จะทำให้ปัญหาหนี้ของประเทศสูงมาก ขาดวินัยการเงินการคลัง และจะกระทบต่อเสถียรภาพและเกิดปัญหาได้ภายใน 1-2 ปี เพราะรัฐบาลไม่มีความสามารถในการหารายได้เข้าประเทศ ประกอบกับ นโยบายโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรล้มเหลว เพราะนอกจากจะขาดทุนแล้ว ยังเปิดช่องให้มีการทุจริต" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

 

 สภาฯเริ่มพิจารณาร่าง พรบ.งบฯ56-ปธ.กมธ.แถลงยอดปรับลด-เพิ่ม 22,003 ล้านบาท

                นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ได้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 (พ.ร.บ.งบฯ 56) จำนวน 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณาเสร็จแล้ว 

                โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ.งบฯ 56 แถลงต่อที่ประชุมถึงการสรุปสาระสำคัญของการพิจารณา ว่ากรรมาธิการฯ มีมติปรับลดงบประมาณ จำนวน 22,003 ล้านบาท โดยได้พิจารณาจากเป้าหมายดำเนินและประเมินจากผลการดำเนินงานจริงในช่วงงบประมาณ ปี 2555 รวมถึงระยะเวลาและความสามารรถในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งได้ปรับลดงบประมาณในโครงการหรือรายการที่มีเป้าหมายการดำเนินงานไม่ชัดเจน มีความจำเป็นน้อย รวมถึงโครงการหรือรายการที่มีการดำเนินล่าช้ากว่าแผน และคาดว่าไม่สามรถใช้จ่ายได้ทันปีงบประมาณ 2556 หรือรายการผูกพันจากงบประมาณเดิม

               นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า กรรมาธิการฯ ยังได้พิจารณาเพิ่มงบประมาณตามจำนวนที่ปรับลด ตามที่คณะรัฐมนนตรีเสนอ โดย 1.จัดสรรเพิ่มให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ กองทุนและเงินหมุนเวียน จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล เช่น ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การยกระดับราคาสินค้า การแก้ไปปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด การพัฒนาแหล่งน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคม การพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา การศึกษา และการพัฒนาหลักประกันสุขภาพ 2.จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 4,751 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีเร่งด่วน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงรักษาการจัดสรรรายได้ให้กับ อปท. ต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลร้อยละ 20.27 3.จัดสรรให้หน่วยงานของรัฐสภา ศาล องค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ จำนวน 330 ล้านบาท เพื่อสนับสุนนให้หน่วยงานดำเนินภารกิจได้เอย่างมีประสิทธิภาพ

              ประธานกมธ. กล่าต่อว่า กรรมาธิการได้อนุมัติเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่าย รวม 3 รายการ คือ 1.มหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวน 65 ล้านบาท ไปเป็นงบประมาณของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ.2515 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้ว 2.การเปลี่ยนแปลงงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ 3.การเปลี่ยนแปลงงบประมาณของหน่วยงานกองทุกตั้งตัวได้ ทั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของรายการ และไม่กระทบวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้

              “การพิจารณารายละเอียดงบประมาณ ทั้งส่วนที่มีปรับลดและเพิ่มงบประมาณ ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษของเป้าหมายการดำเนินงานและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รายการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มีความสำคัญกับประชาชน เพื่อให้สามารถดำเนินการภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ จำนวน 2.4 ล้านล้านบาท ตามที่สภาฯ ได้ลงมติรับหลักการวาระแรก” นายกิตติรัตน์ กล่าว

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แจ้งถึงผลการหารือกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ต่อเวลาอภิปรายว่าสรุปจะวางกรอบให้มีการประชุมรวม 45 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นวันละ 15 ชั่วโมง โดยการพิจารณา พรบ.งบฯ 56 วันนี้ อาจจะพิจารณาไปเกินเวลา 24.00 น. ส่วนในวันที่ 16 ส.ค. จะเริ่มพิจารณา เวลา 09.00 - 24.00 น. ส่วนวันที่ 17 ส.ค. จะเริ่มพิจารณา เวลา 10.00 - 01.30 น. ทั้งนี้เวลาที่กำหนดให้สิ้นสุดอาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งขึ้นอยู่กับบรรยากาศการอภิปราย

             จากนั้นนายสมศักดิ์ แจ้งว่า การอภิปรายของสมาชิกสภาฯ จะพิจารณาเรียงลำดับตามที่กรรมาธิการฯ ได้จัดส่งเอกสารมาให้ ดังนั้นตนขอให้ สส. ถือเป็นความรับผิดชอบด้วย หากขานชื่อแล้วไม่ได้อยู่ในห้องประชุมจะให้ถือว่าสละสิทธิ์