ข่าว

'เพื่อไทย'ยินดี'นิคม'นั่งประธานวุฒิ

'เพื่อไทย'ยินดี'นิคม'นั่งประธานวุฒิ

14 ส.ค. 2555

"พร้อมพงศ์" แสดงความยินดี “นิคม” นั่งประธานวุฒิ ว่าที่ยิ้มรับตำแหน่งประธานสภาฯสูง พร้อมยันมีหลักในการทำงาน หลากเสียงส.ว.เตือนทำหน้าที่เป็นกลาง

              14ส.ค.2555  นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภาคนใหม่ ถือเป็นนิมิตรหมายดีในระบอบประชาธิปไตย ที่ส.ว.เลือกตั้ง และสรรหาเลือกประธานคนใหม่ โดยฟังเสียงประชาชนที่สะท้อนโพลก่อนหน้านี้ว่า อยากเห็นประธานส.ว.มาจากสายเลือกตั้ง หวังว่าจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน


"นิคม"ยิ้มรับตำแหน่งประธานสภาฯสูง

              ขณะที่บรรยากาศภายในห้องประชุมวุฒิสภา หลังผลการเลือกประธานวุฒิสภา ที่นายนิคมได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกวุฒิสภา ให้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา มี ส.ว.บางส่วนยืนปรบมือให้กับนายนิคม พร้อมเข้ามากอดแสดงความยินดี และจับมือ โดยนายนิคม ได้เดินไหว้ขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาทั่วห้องประชุม พร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

              นายนิคม กล่าวภายหลัง ที่ประชุมมีมติลงคะแนนเลือกให้เป็นประธานวุฒิสภาคนต่อไปว่า ขอบคุณสมาชิกทุกคน ที่ลงคะแนนให้ตน ซึ่งตนก็ไม่ได้มั่นใจว่าจะชนะ ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณสมาชิกทุกคน และหลังจากนี้ ตนก็จะปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ส่วนในการอภิปรายในสภาฯนั้น หลายคนก็ได้เห็นมาแล้ว ว่าตนมีความเป็นกลาง เพียงแต่ในบางครั้งตนอาจจะมีการอภิปรายที่ดูเหมือนจะสนับสนุนทางฝ่ายรัฐบาล จึงอาจถูกมองว่ามีเจตนาไม่เป็นกลาง อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่า จะไม่ทำตามกระแสกดดันทางการเมือง แต่จะยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมเป็นหลัก เห็นได้จากที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใด ตนก็จะสนับสนุนและหาทางออกที่ช่วยให้ประเทศเดินหน้า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนตนก็ให้การสนับสนุน เพื่อให้การทำงานบรรลุสู่เป้าหมาย ส่วนในเรื่องการปรองดองนั้น ตนเห็นว่า ต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชน และรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน

              นายนิคม กล่าวอีกว่า การทำหน้าที่จะไม่ทำตามกระแส หรือทำตามใคร 4 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นถึง หลักในการทำงาน และตนเป็นคนที่แม่นเรื่องกฎหมายและข้อบังคับ สิ่งนี้เป็นจุดแข็งของตน ที่จะทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้รับความน่าเชื่อจากประชาชน

              เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตำแหน่งรองประธานที่จะมาทำงานแทนตน ควรจะเป็นของส.ว.เลือกตั้ง หรือส.ว.สรรหา นายนิคมกล่าว อย่าไปคิดว่าเป็นโคว์ต้า ต้องแล้วแต่ที่ประชุมสมาชิก ว่าจะให้ใครเข้ามาทำหน้าที่นี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 มาจากสายเลือกตั้ง จะทำให้มีปัญหาในการทำงานกับสมาชิกสายสรรหาหรือไม่ เพราะทั้งประธานและรองทั้ง 2 คน ก็ล้วนมาจากสายเลือกตั้งทั้งสิ้น นายนิคม กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากรองประธานคนที่ 1 มาจากสายเลือกตั้ง ก็ไม่น่าจะมีปัญหา อย่างไปแยกแยะมาว่ามาจากสายเลือกตั้งหรือสรรหา คนที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นที่ยอมรับในที่ประชุม คนนั้นแหละที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม บทบาทของวุฒิสภาต่อจากนี้ไปก็จะต้องเป็นหลักให้กับบ้านเมือง

              เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังเห็นสมควรว่า ส.ว.จะต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ นายนิคม กล่าวว่า ตนเห็นว่าการให้สิทธิแก่ประชาชนในการเลือกผู้แทนก็น่าจะเป็นหลัก และไม่ได้หมายความว่า หากมีการออกกฎหมายในลักษณะเช่นนี้ จะเป็นการลิดรอนสิทธิของฝ่ายสรรหา ส่วนการลงมติเรื่องรัฐธรรมนูญในวาระ 3 นั้น ตนเห็นว่า สมควรที่จะให้หยุดในเรื่องนี้ไว้ก่อน เพื่อเอากลับไปดูว่ามีข้อบกพร่องตรงไหน อีกทั้งจะต้องมีการนำกลับไปทำประชามติ เพื่อฟังความคิดเห็นของประชาชน ส่วนมาตราใดที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็ให้แก้ไขเป็นรายมาตราไป


หลากเสียงส.ว.เตือน"นิคม"ทำหน้าที่เป็นกลาง

              นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า เชื่อว่าภาพรวมของสถาบันวุฒิสภาจะดีขึ้น หากนายนิคมยอมปรับตนเอง ในประเด็นที่ถูกมองว่าไม่มีความเป็นกลาง แต่หากนายนิคมยังคงทำหน้าที่เหมือนกับครั้งที่ดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เชื่อว่าจะถูกตั้งคำถามจากวุฒิสมาชิก และอาจถูกอภิปรายถึงการทำหน้าที่ไม่เป็นกลางได้ อีกครั้งบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ต้องเป็น รองประธานรัฐสภา โดยตำแหน่งด้วย ดังนั้นหากนายนิคมไม่ปรับเปลี่ยนตนเอง เชื่อว่าจะถูกพรรคฝ่ายค้านตรวจสอบในการทำหน้าที่ได้เช่นกัน

              น.ส.สุนันท์ สิงห์สมบูรณ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า นายนิคม ถือว่าเป็นเก่งที่ดิฉันยอมรับคนหนึ่ง ดังนั้นเชื่อว่านายนิคมจะทำหน้าที่ประธานวุฒิสภา และควบคุมการประชุมได้เป็นอย่างดี เพราะมีประสบการณ์และแม่นข้อบังคับการประชุม ซึ่งกรณีที่ได้นายนิคมมาทำหน้าที่ครั้งนี้ถือว่ามีความเหมาะสม ส่วนปมของการทำงานที่หลายฝ่ายมองว่าอาจถูกแทรกแซงทางการเมืองจากฝ่ายการเมืองนั้น เชื่อว่า บุคคลในระดับนี้จะสามารถแยกแยะไม่ให้การเมืองมาแทรกแซงได้ 

              นายพิเชต สุนทรพิพิธ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า  เชื่อว่านายนิคมจะทำหน้าที่ ประธานวุฒิสภาได้ เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตามในสิ่งที่ท่านได้ให้สัญญาในการแสดงวิสัยทัศน์ เช่น ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ถือเป็นพันธสัญญาของท่านที่จะต้องทำให้ได้

              นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า เชื่อว่าจะส่งเสริมให้ส.ว.เลือกตั้งทำงานได้ง่ายขึ้น  อีกทั้งกรณีที่ ส.ว.ลงคะแนนให้ นายนิคมซึ่งเป็นตัวแทนของฝั่งเลือกตั้ง มาดำรงตำแหน่ง จะทำสังคมเห็นภาพของความปรองดอง และส่งสัญญาณไปยังประชาชนว่า ส.ว.สรรหาได้ยอมให้แล้ว เพื่อต้องการส่งสัญญาณปรองดอง  ส่วนการทำหน้าที่ในบทบาทนั้น เชื่อว่าจะเป็นผลดีกับรัฐบาลเช่นกัน เพราะ ส.ว.เลือกตั้งการทำงานแต่ละครั้งต้องยึดโยงกับประชาชนด้วย ส่วนรัฐบาลนั้นก็มีที่มาจากประชาชน ดังนั้นการตัดสินใจทำงานใดๆ เชื่อว่าวุฒิสภาจะคำนึงถึงประชาชนมากขึ้น


เลขาธิการวุฒิสภาเผยยังไม่กำหนดส่งชื่อ"นิคม"ให้นายกฯ

              นางนรรัตน์ พิมพ์เสน เลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยว่า หลังจากที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ส.ว.ฉะเชิงเทรา ได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภาคนใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่างแล้ว ขั้นตอนต่อไปทางสำนักเลขาวุฒิสภาจะส่งเรื่องไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เพื่อให้นำชื่อของนายนิคม ขึ้นทูลเกล้าฯ ส่วนขั้นตอนการส่งเรื่องไปยังนายกฯ จะใช้เวลากี่วันนั้น ตนต้องทำโดยเร็วที่สุด เบื้องต้นคาดว่าจะส่งภายหลังที่ได้รับคำพิพากษาของศาล กรณีพิพากษาจำคุก แต่รอลงอาญา เป็นเวลา 2 ปี พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ส.ว.สรรหา ฐานทำผิดกฎหมายเพราะขึ้นเงินเดือนตนเอง สมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน อย่างเป็นทางการก่อน โดยขณะนี้ได้ประสานไปยังศาลแล้ว คาดว่าจะมีการคัดสำเนามาให้เร็วที่สุดในวันที่ 15 ส.ค.

              นางนรรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการส่งเรื่องให้นายกฯ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีการคัดเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ซึ่งว่างลง  

              นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า หลังการประชุมเลือกประธานวุฒิสภา ได้มีส.ว.กลุ่มหนึ่งหารือกันว่า บุคคลที่จะมลดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1นั้น ควรเป็นสว.ภาคสรรหา เพื่อลดข้อครหาจากสังคม


“เพื่อไทย”กำชับ“ส.ส.-รมต.”ห้ามขาดพิจารณางบปี56

              นายพร้อมพงศ์ แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้พิจารณาเรื่องการเตรียมความพร้อมร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556  ซึ่งที่ประชุมขอให้สมาชิกเตรียมความพร้อมและไปร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงระหว่างวันที่ 15-17 ส.ค. และขอให้รัฐมนตรีที่เป็นส.ส.ไปร่วมเป็นองค์ประชุมด้วย  แม้ไม่สามารถร่วมลงมติได้ แต่ขอให้ไปนั่งประชุมด้วย เพื่อให้องค์ประชุมครบ หากมีการอภิปรายพาดพิง ก็ไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี  เพราะคนชี้แจงตอบคำถามคือ กรรมาธิการงบประมาณ  ยืนยัน จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ถ้ามีการพาดพิงจนเสียหาย ก็อาจมีการชี้แจงบ้าง แต่ต้องอยู่ภายใต้ความเหมาะสม ไม่มีการประท้วงพร่ำเพรื่อ  แตาหากฝ่ายค้านนำเรื่องการทุจริตมาพูดในเวทีอภิปรายงบประมาณ ฝ่ายบริหารก็พร้อมจะชี้แจง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทำงานมา 1 ปี ไม่มีเรื่องทุจริต มีแต่การกล่าวหาลอยๆ อย่างไรก็ตามอยากให้นำเรื่องการทุจริตไปพูดในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่า

              นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนการชี้แจงผลงานรัฐบาลครบ 1 ปีนั้น จะมีการแถลงในเดือน ก.ย. แต่ในวันที่ 25-26 ส.ค. พรรคเพื่อไทยจะเรียกประชุมส.ส.เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจเรื่องผลงานรัฐบาล และให้ส.ส.นำผลงานไปแจ้งต่อประชาชน

"ภท."มีมติไม่รับร่างพรบ.งบฯปี56

 
              นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคถึงการพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556ว่า พรรคภูมิใจไทยมีมติไม่รับร่างพ.ร.บ.งบประมาณในวาระ 2 และ3  เนื่องจากพบว่า การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่เป็นไปด้วยความหละหลวม มีผู้ชี้นำเป็นรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่ง ใกล้ชิดแกนนำพรรคเพื่อไทยที่อยู่ภาคเหนือ  เอาเงินมาลงในกระทรวงในพื้นที่ของตัวเอง ถือเป็นการครอบงำคณะกมธ. ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยถือเป็นเหตุผลที่พรรคไม่รับร่างดังกล่าว อย่างไรก็ตามแม้วันที่ 14 ส.ค.นี้ 7 ส.ส.กลุ่มมัชฌิมาจะไม่เข้าร่วมประชุมแต่มติดังกล่าวถือเป็นมติพรรคที่ส.ส. 34 คนต้องปฏิบัติตาม  ถ้าพบว่า มีใครไม่ทำตามมติพรรคก็ต้องมีการไปพูดคุยกันในระดับผู้ใหญ่อีกครั้ง