ข่าว

ทูตแจง'แม้ว'เข้าปท.ใช้กม.มะกัน

ทูตแจง'แม้ว'เข้าปท.ใช้กม.มะกัน

14 ส.ค. 2555

ทูตมะกันแจงออกวีซ่าให้ "ทักษิณ"ภายใต้กม.อเมริกา ไม่เกี่ยวสถานการณ์การเมืองไทย ระบุเป็นเกียรติที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ชี้ที่ผ่านมาก็สนองคำขอของรบ.ไทย

              เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 14 ส.ค. ที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล  นางคริสตี เอ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันมีคนไทยที่สนับสนุนและต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาเคลื่อนไหวในสหรัฐฯว่า มีคนไทยเดินทางไปเยือนสหรัฐฯจำนวนมาก โดยมีคนไทยที่ได้รับการออกวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เฉลี่ยปีละ 50,000 คน
 
              เมื่อถามว่าแต่พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นผู้ต้องหาหรือนักโทษของประเทศไทย เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าววา การออกวีซ่าของสหรัฐฯให้กับคนต่างชาตินั้น กระทำภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯอย่างเคร่งครัด และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องหรือส่งผลใดๆกับสถานการณ์การเมืองของประเทศนั้นๆ
 
              ต่อข้อถามว่าจากการที่สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทย-สหรัฐฯ ได้มีการหารือกับรัฐบาลในเรื่องส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นางคริสตี้ กล่าวว่า สหรัฐฯรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติที่มีความร่วมมือทางด้านกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศ และแน่นอนว่าไทยกับสหรัฐฯมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐฯก็ตอบสนองคำขอของรัฐบาลไทย
 
              เมื่อถามว่าสหรัฐฯไม่ทราบหรือว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีปัญหาทางการเมืองกับประเทศไทยซึ่งทำให้เกิดความวุ่นวายในสหรัฐฯ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวย้ำว่า การออกวีซ่าให้กับคนต่างชาติในทุกกรณีอยู่ภายใต้กฎหมายสหรัฐ และไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองประเทศใดประเทศหนึ่ง

นพ.ตุลย์นำม็อบชุมนุมหน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกา

              ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.00 น.นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มเครือข่ายประชาชนทนไม่ไหว พร้อมด้วยผู้ชุมนุมประมาณ 25 คน มารวมตัวอยู่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ  เพื่อเรียกร้องกรณีที่ทางการสหรัฐอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณนักโทษคดีอาญาตามหมายจับของศาลหลายหมายจับเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งที่มีสนธิ สัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยมี พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมด้วยกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ ฝ่ายป้องกันปราบปราม และฝ่ายจราจร สน.ลุมพินี ร่วมกันรักษาความปลอดภัย

              นายแพทย์ตุลย์   แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มเครือข่ายประชาชนทนไม่ไหว ขึ้นปราศรัยบนรถยนต์กระบะติดเครื่องขยายเสียง เพื่อทวงถามกรณีเมื่อวันศุกร์ที่  10 ส.ค. 2555 กลุ่มภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ได้มาชุมนุม ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริประจำประเทศไทย กล่าวโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเลือกปฏิบัติ โดยอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นักโทษคดีอาญาตามหมายจับของศาลหลายหมายจับเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งที่มีสนธิ สัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ครั้งนี้เป็นการละเมิด พรบ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ไทยกับสหรัฐฯ ลงนามกันและประกาศใช้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยวันที่ 14 ส.ค. 2555  ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้มารวมตัวกันเพื่อมาฟังคำตอบทางสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา เพื่อรอรับฟังคำตอบ

              ต่อมา นายแพทย์ตุลย์ ได้เข้าไปพบกับ นาย แดเนียล คลิปเฟอร์ เจ้าหน้าที่ทูตฝ่ายการเมืองในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อพูดคุยเจรจาเรื่องที่ได้ส่งหนังสือให้กับทางประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อทวงถามการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของประเทศสหรัฐอเมริกา เบื้องต้นสถานการณ์เหตุการณ์ในการชุมนุมดังกล่าว เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีความรุนแรง และไม่มีปัญหาอุปสรรค แต่อย่างใด


“นพดล”เผย“ทักษิณ”ไม่หวั่นม็อบเหลืองไล่


              นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถือเป็นวันมงคล พ.ต.ท.ทักษิณจึงไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งกระทบกระทั่งกันระหว่างคนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลือง จึงหลีกเลี่ยงเดินทางไปพบปะผู้ชุมนุม ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจลอสแองเจลิส ทั้งๆที่หากจะเดินทางไปจริงก็สามารถทำได้

              นายนพดลกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในภาพรวมของการอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาของพ.ต.ท.ทักษิณพบว่า มีความเรียบร้อยดี มีเพียงกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นที่รับไม่ได้เมื่อเห็นความสำเร็จในการเดินทางไปสหรัฐฯของพ.ต.ท.ทักษิณ จึงออกมาป่วนสร้างให้เป็นประเด็นขึ้นมา ทั้งนี้ทราบว่ามีคนเสื้อเหลืองถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไปบางส่วน เนื่องจากกฎหมายการชุมนุมที่นั่นเข้มข้นมาก ต้องขออนุญาตและแจ้งรายละเอียดให้ชัด ห้ามผิดเงื่อนไขเด็ดขาด ซึ่งก็มีบางคนยอมเสี่ยงถูกจับให้เป็นประเด็นทางการเมือง 

              "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เสียหายอะไร ถือเป็นเรื่องปกติ เป็นสีสันทางการเมือง แต่การกระทำบางอย่างเช่น การปาขวด ถือเป็นการกระทำที่รุนแรง เกินเลย คนที่เสียหาย เสียภาพลักษณ์น่าจะเป็นคนเสื้อเหลืองมากกว่า อดีตนายกฯไม่ได้เอาการประท้วงของคนเพียงหยิบมือมาเป็นสาระ เพราะมีคนที่รักท่านเยอะกว่า ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่สหรัฐฯอีก 3-4 วัน เชื่อว่าคงไม่มีเหตุการณ์อะไรอีก หลังจากนั้นท่านจะเดินทางมายังเกาหลี และจีน"นายนพดลกล่าว


“จิรายุ” ยัน “ทักษิณ” ไปได้ทุกที่ขู่พันธมิตรฯระวังถูกไล่บ้าง

              นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อยู่ระหว่างเดินทางในประเทศสหรัฐฯ ยังคงสบายใจ และสามารถเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆในสหรัฐได้ต่อไป แม้มีกลุ่มคนบางกลุ่มมาต่อต้านก็ตาม เพราะการแสดงออกต่างๆเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ถ้าต่อไปกลุ่มพันธมิตรฯไปต่างประเทศแล้วมีคนต่อต้านก็คงไม่เป็นผลดี

              ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้วาทกรรมโจมตีสหรัฐที่ให้วีซ่าพ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศนั้น ถือเป็นการไร้มารยาททางการทูตที่ไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น ขอตั้งข้อสังเกตว่า ระยะหลังสหรัฐไม่ให้ความสำคัญกับประเทศไทยมากนักในเวทีอาเซียน เพราะมีปัญหาการเมืองในประเทศ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเร่งสร้างภาพลักษณ์ประเทศในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวให้ดีขึ้น
 
              นายจิรายุ กล่าวถึงกรณีน.ส.มัลลิการ์ บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กโจมตีนายพานทองแท้โดยมีการพาดพิงถึงบุพาการี ว่า ถือเป็นสิ่งอัปมงคลทางการเมืองในวันแม่แห่งชาติ ที่พรรคประชาธิปัตย์ ใช้วันสำคัญด่าแม่คนอื่น ซึ่งนายพานทองแท้ ไม่อยากไปตอบโต้ ขอเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า หากตอบโต้เรื่องการเกณฑ์ทหารไม่ได้ ก็ให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องให้ทีมงานออกมาด่าแม่คนอื่น

              ส่วนการประชุมพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ระหว่างวันที่ 15-17 ส.ค. จะไม่มีการใช้ทีมองครักษ์ในการตอบโต้ แต่ให้ใช้สิทธิความเป็นส.ส.พิจารณาว่า หากมีการพูดนอกประเด็นการอภิปรายเรื่องงบประมาณ ก็ต้องใช้สิทธิประท้วง วันนี้ฝ่ายค้านจ้องแต่ค้านแบบไม่ลืมหูลืมตา เช่น การวิจารณ์ว่ารัฐบาลดีแต่กู้ แต่สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็มีการออกพรบ.กู้เงินเช่นกัน

 

'ปชป.'เดินหน้าฟ้องศาลโลกคดีฆ่าตัดตอนยุค"ทักษิณ"

              ขณะที่นายเฉลิมชัยพร้อมด้วย นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สงขลา ส.ส.ชุมพร นายธีรชาติ ปานวิรุฬลักษณ์ นายนคร มาฉิม ส.ส.พิษณุโลกและนายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี ร่วมกันแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการช่วยเหลือเหยื่อฆ่าตัดตอนยาเสพติดว่า ได้ตั้งตั้งคณะทำงานติดตามเรื่องนี้เพื่อติดตามทวงความเป็นธรรมให้กับญาติผู้สูญเสีย โดยมีนายนิพนธ์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน นายศุภชัย นายธีรชาติ นายนคร และนายนิพิฐฎ อินทรสมบัติ และนายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นคณะทำงาน ซึ่งจะรับเรื่องร้องเรียนจากญาติผู้เสียหายที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบติตามนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในปี 2546 และติดตามผลการดำเนินการในส่วนของพนักงานสอบสวนที่ยังมีความล่าช้า ถ้าญาติผู้เสียหายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในปี 2546 ให้นำเรื่องและเอกสารหลักฐานมาร้องเรียนกับนายนิพนธ์ได้

              นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เหตุผลที่พรรคไม่ดำเนินการเรื่องนี้ในช่วงที่เป็นรัฐบาลเพราะไม่อยากให้เป็นประเด็นการเมือง เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่มีคำพิพากษาที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการฆาตกรรมในช่วงเวลานั้นเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัดตอน ประกอบกับมีญาติมาร้องเรียน พรรคจึงเข้าไปดูแลเพื่อช่วยเหลือ ทั้งนี้เห็นว่าในเรื่องการคืนความเป็นธรรมให้คนบริสุทธิ์ไม่มีคำว่าช้าเกินไป โดยหลังจากที่พรรคเปิดรับเรื่องร้องเรียนก็มีผู้ได้รับความเสียหายร้องเรียนเพิ่มเติมเข้ามา เช่น กรณีน้องฟลุคก็มีญาติติดต่อมาแล้ว รวมถึงมีญาติผู้เสียหายพร้อมร่วมเป็นโจทก์หากคดีสามารถไปสู่ศาลโลกได้ด้วย โดยต้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ​ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงสัตยาบันยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศโดยเร็ว และในส่วนนี้ก็มีการแจ้งเรื่องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศไว้แล้ว โดยในขณะนี้นี้พรรคจะเริ่มต้นจากกระบวนการภายในประเทศไปก่อน

              ด้านนายนิพนธ์ กล่าวว่า ประเด็นความเสียหายจากนโยบายรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณในช่วงปี 2546 คือนับจากมีการประกาศสงครามยาเสพติดเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนมีคดีฆาตกรรม 2,604 คดี ตาย 2,873 ศพ สูงขึ้น 87 % ของช่วงเวลาปกติ มีผู้ได้รับความเสียหายและยังไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใดทั้งสิ้น ซึ่งผลพวงของความเสียหายนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบเพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น คณะทำงานจะใช้ผลการสอบสวนเดิมของ คตน.และข้อเท็จจริงเพิ่มเติมทั้งพยานเอกสาร และวัตถุเพิ่มเติม โดยจะรีบทำให้มีข้อสรุปโดยเร็วที่สุด และจะชี้แจงความคืบหน้าเป็นระยะ