
"มาร์ค"ยันราคาน้ำมันขึ้นเพราะตลาดโลก
ปตท.คาดน้ำมันขณะนี้อยู่ที่ 50-60 ดอลล์ต่อบาร์เรล นายกฯแจงน้ำมันแพงไม่ใช่ผลจากภาษีสรรพสามิต ตามติดราคาน้ำมันโลกอีกระยะ หากปรับขึ้นอาจทบทวน ระบุกองทุนน้ำมันชดเชยได้ 4 เดือน
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีหน้ามีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันจะปรับสูงขึ้นไปอยู่ที่ราว 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกน่าจะฟื้นตัว และปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มโอเปกอาจมีการปรับลดกำลังการผลิต เนื่องจากราคาในขณะนี้ยังไม่ใช่ที่ทางกลุ่มต้องการโดยที่ระดับราคาดังกล่าว ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในปีนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวประมาณ 50-60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะเคลื่อนไหวระหว่าง 40-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันปรับเพิ่มราคาน้ำมันเบนซิน 80 สตางค์ต่อลิตร และราคาน้ำมันดีเซล 60 สตางค์ต่อลิตร ว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นขณะนี้ เป็นปัจจัยมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีบางประเทศได้สั่งซื้อน้ำมันในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจาก การปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้รัฐบาลให้นำเงินจากกองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง เข้าไปแบกรับภาระแทนประชาชน
“ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นตอนนี้เป็นไปตามภาวะราคาตลาดโลก ตอนนี้สิ่งที่ติดตามอยู่คือ ราคาน้ำมันตลาดโลกที่สูงขึ้น ส่วนราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี ยังคงตรึงราคาอยู่ ถ้าราคาในตลาดมีแนวโน้มเปลี่ยนไปมากกว่านี้มาก อาจต้องทบทวนอีกครั้ง ขอยืนยันราคาน้ำมันที่สูงขึ้นไม่เกี่ยวกับเรื่องภาษี ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลจะใช้เงินจากกองทุนน้ำมันแบกรับภาระแทนประชาชน 1 เดือนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้เงินจากกองทุนฯอุดหนุนได้อย่างน้อย 4 เดือน ไม่ใช่ 1 เดือน ส่วนราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามต้นทุนแล้ว ขณะที่เงินเฟ้อปีนี้ติดลบทุกเดือน



