
จับแล้ว2โจ๋โหดฆ่าชิงทรัพย์แท็กซี่
รวบ 2 โจ๋โหด ฆ่าแท็กซี่แทง 8 แผล ชิงเงิน 400 บาท ยอมรับเมายาหาเงินซื้อเหล้ากิน ด้านเพื่อนแท็กซี่ร่วมอาชีพ เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หามาตรการเร่งด่วนคุมเข้มดูแลความปลอดภัย แนะติดกล้องวงจรปิดในรถ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ส.ค. 55 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ร่วมกันแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 และชุดสืบสวน สน.อุดมสุข จับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์คนขับแท็กซี่ โดยคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงร่างผุ้ตายจนเสียชีวิตคาที่ 8 แผล และได้เงินสดไป 400 บาท เหตุเกิดในซอยเฉลิมพระเกียรติ 62 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 2 คนคือ นายศักดิ์ชัย หรือมาน หวังเจริญ อายุ 19 ปี คนใช้มีดแทง และนายอภิเดช หรืออิ๊ด เมฆลอย อายุ 21 ปี พร้อมของกลางอาวุธมีดปลายแหลมยาว 17 นิ้ว และเสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่คนร้ายใส่ในคืนก่อเหตุ
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางดึกวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้เรียกแท็กซี่สีชมพู-ขาว ทะเบียน ทศ 8961 กรุงเทพมหานคร จากกลางสะพานตะเข้ขบ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซึ่งมีนายจินดา หันแถลง อายุ 35 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ เป็นคนขับ เมื่อมาถึงบริเวณท้ายซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 62 ซึ่งเป็นสถานที่เปลี่ยว ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธมีดดาบปลายแหลมที่พกมาขู่คนขับจี้ชิงทรัพย์ แต่นายจินดาต่อสู้ ผู้ต้องหาจึงใช้มีดแทงเข้าตามร่างกายนายจินดารวม 8 แผลจนเสียชีวิต ก่อนจะทิ้งศพไว้พร้อมกับนำเงินของผู้ตายจำนวน 400 บาทติดตัวไปด้วยและมาถูกตำรวจจากสน.อุดมสุข ตามจับกุมได้วานนี้ (13 ส.ค.) จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทราบว่านายศักดิ์ชัย หรือมาน เคยถูกจับกุมคดีเสพสารระเหย ส่วนนายอภิเดชถูกจับกุมข้อหาเสพยาบ้า
นายศักดิ์ชัย ยอมรับว่า ได้เสพยาบ้าก่อนหน้าที่จะลงมือชิงทรัพย์โดยหวังแค่ต้องการเงินมาซื้อเหล้ากินไม่มีเจตนาที่จะฆ่าให้ตาย แต่ผู้ตายเกิดต่อสู้ขัดขืน เหตุที่ทำเพราะเมายาและไม่ตั้งใจอยากขอโทษญาติและครอบครัวผู้ตายด้วย พร้อมยืนยันว่าเพิ่งจะเคยทำเป็นครั้งแรกและไม่เกี่ยวข้องกับคดีฆ่าชิงทรัพย์แท็กซี่ในท้องที่อื่นๆ ที่เกิดขึ้นเพราะไม่เคยออกนอกพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อโดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น และร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุในเวลาต่อมา ขณะที่ ผบช.น.สั่งให้สอบสวนขยายผลต่อไปว่ามีความเชื่อมโยงกับคนร้ายรายอื่นๆ ที่เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันหรือไม่
ด้านนายเอก บุญเทือง อายุ 40 ปี เพื่อนร่วมอาชีพขับรถแท็กซี่ ได้นำช่อดอกไม้มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม พร้อมแสดงความขอบคุณตำรวจนครบาล ในฐานะตัวแทนสหกรณ์แท็กซี่นครชัย ที่ผู้ตายเป็นสมาชิก กล่าวด้วยความเศร้าสลดว่า ในรอบ 1 เดือนเศษที่ผ่านมาเกิดเหตุฆ่าชิงทรัพย์แท็กซี่ เสียชีวิตแล้ว 3 คน และเกิดเหตุจี้ปล้นไม่เว้นแต่ละวัน ลำพังคนขับเองก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครเป็นโจร หรือใครเป็นคนดี เมื่อผู้โดยสารโบกเรียกรถก็ต้องจอดรับทุกรายไปไม่มีสิทธิเลือก หากไม่จอดก็ถือว่า มีความผิด ในส่วนตรงนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่ง วางมาตรการป้องกันให้รัดกุมและเข้มงวดเรื่องการดูแลความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้มากกว่านี้ ไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกต้องมาเสียชีวิตและถูกทำร้ายรายวัน ควรจะมีการติดกล้องวงจรปิดในรถ เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ขับและผู้โดยสารและง่ายต่อการติดตามจับกุมคนร้ายอยากให้หลายฝ่ายช่วยกันในเรื่องนี้อ่างเป็นรูปธรรมเป็นเรื่องเป็นราวไม่ใช่ทำแบบไฟไหม้ฟาง



