ข่าว

พิพากษาจำคุก"บังรอน" 50ปีคดีค้ายาบ้า

พิพากษาจำคุก"บังรอน" 50ปีคดีค้ายาบ้า

21 พ.ค. 2552

ศาลอาญา พิพากษาประหารชีวิต"บังรอน"คดีค้ายาบ้า 100,000 เม็ด แต่"บังรอน"ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 50 ปี

(21พ.ค.) เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 801 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดียาเสพติด 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายอัครเดช หรือบังรอน สอนพ่วง,นายเอกสิทธิ์ หรือ เสี่ยวหลิง หรือ หลู้ลิ่ง หรือ หลู้ลิ้น แซ่ฟุ้ง และนายอุหมัด บุญส่ง เป็นจำเลยที่ 1- 3 ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า)เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย โดยโจทก์ฟ้องและนำสืบว่าวันที่ 11 ก.ย.2550 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 3 คน ที่ยังหลบหนีไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันมียาบ้า อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 100,000 เม็ด น้ำหนัก 8,992.450 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 2,479.415 กรัมและชนิดผลึกใส 1 ซอง น้ำหนัก 580.380 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 549.562 กรัม รวมน้ำหนัก 9,572.830 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 3,028.977 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ ในราคา 12,425,000 บาท เหตุเกิดที่แขวงและ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ตามวันเกิดเหตุ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้ พร้อมยาบ้าของกลาง กระเป๋าเดินทาง โทรศัพท์มือถือ


 ทั้งนี้ จำเลยที่ 1 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก มีกำหนด 6 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกันมียาบ้าไว้ในครอบครองฯ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1133,1134/2544 ของศาลจังหวัดสตูล จำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดในคดีก่อนนั้น ในขณะที่มีอายุเกินกว่าสิบเจ็ดปี จำเลยพ้นโทษในคดีดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2549 กลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ภายในเวลาห้าปี นับแต่วันพ้นโทษ ขอศาลได้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามกฎหมาย และขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 และริบของกลาง

 ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 - 3 มีความผิดร่วมกัน มีเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ให้ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 50 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ให้การรับสารภาพ ในชั้นพนักงานสอบสวน เป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงคุกจำเลยที่ 2 และ 3 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษนั้น ศาลเห็นว่า จำเลยได้ถูกล้างมลทิน เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2550 กรณีนี้จึงไม่มีเหตุให้เพิ่มโทษจำเลยได้