
สุดเซ็ง!'เต๋อ เชิญยิ้ม'ถูกโจรงัดบ้านกลางดึก
คนร้ายบุกงัดบ้าน "เต๋อ เชิญยิ้ม" ย่านนิมิตใหม่ พบคนร้ายยกเซฟไปทั้งตู้ กวาดพระเครื่องล้ำค่า เงินสดร่วมล้านหนีลอยนวล ตร.เตรียมเรียก รปภ.มาเค้น หลังเจ้าของบ้านสงสัยพฤติการณ์ อีกรายเพื่อนบ้านสวมวิญญาณโจร บุกงัดบ้านย่านปทุมฯ ขณะออกไปร่วมงานวันแม่ ชาวบ้านช่วยจั
เวลา 21.00 วันที่ 12 สิงหาคม ร.ต.ท.วโรดม สนามชัย พงส.(สบ1)สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ บ้านเลขที่ 44/114 หมู่บ้านพนาสนธ์ 8 ซอยนิมิตใหม่ 12 ถนนนิมิตรใหม่ แขวงทรายกองกิน เขตมีนบุรี กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายปภังกร พงษ์ทีปต์ อาย 50 ปี หรือ เต๋อ เชิญยิ้ม นักแสดงดาราตลกชื่อดัง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ 83 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด ซึ่งพบว่าบริเวณหน้าต่างข้างบ้านมีร่องรอยงัดหน้าต่างเข้ามา และภายในบ้านข้าวของถุกรื้อค้นกระจุยกระจาย
จากการสอบสวนนางสาวธันย์ชนก สมบัติ อายุ 30 ปี บุตรสาวของ เต๋อ เชิญยิ้ม ให้การว่า กลับมาจากทำงานถึงบ้านเวลาประมาณ 21.00 น. ก็พบว่าผิดสังเกตเนื่องประตูข้างบ้านถูกเปิดทิ้งไว้ ห้องนอนชั้นล่างมีร่องรอยงัดที่หน้าต่างจึงเดินสำรวจพบว่ามีรอยรื้อค้นกระจัดกระจาย บนชั้นสองห้องนอนของพ่อข้าวของในตู้เสื้อผ้า ที่พ่อแม่เก็บตู้เซฟ ขนาดสูงเท่าหัวเข่าได้หายไปทั้งตู้ จึงรีบโทรศัพท์บอกพ่อที่ไปพักผ่อนช่วงวันหยุดที่อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ให้ทราบทันที จากนั้นตนมาสอบถามรปภ.ว่าทำไมปล่อยปละละเลยให้คนร้ายมาลักทรัพย์ภายในบ้าน ทางพ่อจึงบอกให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี มาตรวจสอบ
ลูกสาวเต๋อ เชิญยิ้ม กล่าวอีกว่า บ้านหลังนี้เพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน ซึ่งในบ้านจะอยู่กัน 6 คน มีพ่อแม่ ตน และแฟน ญาติ คนใช้ 1 คน ซึ่ง ตนออกจากบ้านไปทำงานเวลา 08.00 น. ส่วนพ่อแม่คนใช้ไปจ.สระบุรี กันตั้งแต่ 11.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงค่ำพ่อโทรศัพท์มาบอกให้ตนรีบกลับบ้านเพราะไม่มีใครอยู่บ้าน เมื่อกลับเข้าบ้านก็ถูกคนร้ายงัดบ้าน ส่วนสิ่งของที่หายไปเป็นเครื่องประดับและเงินสด
ต่อมา เต๋อ เชิญยิ้ม เดินทางมาถึงบ้านพร้อมทั้งกล่าวว่า หลังทราบเรื่องรีบเดินทางมาจากจังหวัดสระบุรี กลับมาที่บ้านเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกขโมยไป ทรัพย์สินที่หายไปจะเป็นแหวนแต่งงาน แหวนหยกที่ภรรยาได้มาจากพ่อแม่ พระเลี่ยมทองหลายองค์ ที่อยู่ในกล่องตู้เซฟเป็นพระเครื่องชื่อดังรวมมูลค่าที่สูญหายไปประมาณ 5 แสนบาท แต่สิ่งที่สะเทือนใจเสียดายคือแหวนแต่งงาน แหวนหยก กำไร ที่ได้จากพ่อแม่ มีคุณค่าทางจิตใจเนื่องจากพ่อแม่ของภรรยาเสียชีวิตไปแล้วเหลือเพียงสิ่งของเหล่านี้เก็บไว้ดูต่างหน้า หวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมคนร้าย และนำทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปกลับมาแม้ไม่ได้คืนทั้งหมดก็ขอให้พบแหวนแต่งงาน แหวนหยก กลับบมาก้พอใจ
หลังจากนี้ก็คงจะมีการเพิ่มมาตราการักษาความปลอดภัยในบ้านติดกล้องวงจรปิด สัญญาณกันขโมยต่างๆเพื่อไม่ได้มีขโมยมาขึ้นซ้ำสองอีก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มีคนแนะนำให้ติดกล้องวงจรปิดแต่เหตุที่ตนมองโลกในแง่ดีเกินไปจึงไม่ได้คำนึงถึงเรื่องขโมยจะขึ้นบ้าน
"ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมาโดยมีลูกและแม่มาอยู่ด้วยรวมกับคนใช้ทั้งหมด 6 คน แต่ผมมาอยู่ก็ผูกมิตรกับเพื่อนบ้านในหมู่บ้านตั้งแต่รปภ. รวมถึงคนงานก่อสร้าง มีอะไรก็จะแบ่งปันให้เสมอไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาหารการกินแต่ในวันนี้ที่ผมไปงานต่างจังหวัดถือโอกาสไปพักผ่อนด้วย พาภรรยาไปสระบุรี หลังออกจากบ้านผมก็บอกกับรปภ.หมู่บ้านว่าฝากบ้านไว้ด้วยเพราะกว่าลูกสาวจะกลับบ้านก็คงดึก ปกติผมก็ไม่เคยฝากบ้านไว้กับใครครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่บอกฝากรปภ.จนมีคนร้ายมาขึ้นบ้าน ส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วเวลาไปต่างจังหวัดอย่างน้อยสองวัน หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ทรัพย์สินมีคุณค่าทางจิตใจไปภรรยาก็ร้องไห้เสียใจเพราะสิ่งที่ถูกขโมยมีคุณค่าทางจิตใจหาอย่างอื่นมาทดแทนไมได้แล้ว"เต๋อ เชิญยิ้ม กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่ เต๋อ เชิญยิ้ม เดินทางมาตรวจสอบบ้านที่ถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ ตั้งแต่จุดที่คนร้ายงัดบ้านเข้าไปจนถึงจุดต่างๆที่ค้นร้ายรื้อค้นทรัพย์ โดย เต๋อ เชิญยิ้ม พยายามทำสีหน้ายิ้ม และพยายามหัวเราะเหมือนกับที่เคยเล่นตลก เล่นละคร แต่แววตาเศร้าน้ำตาคลอเบ้า เพราะเสียดายทรัพย์สินที่คอยพูดย้ำเสมอว่าเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าทางจิตใจ แต่แม้ไม่มีราคาแพงมากนัก และบ้านหลังนี้เก็บเงินซื้อมาในราคา 5 ล้านบาท ย้ายเข้ามาอยู่มีเพื่อนบ้านบอกว่ามีขโมยมาขึ้นบ้านบ่อยครั้งและหลายหลัง แต่ เต๋อ เชิญยิ้ม บอกว่าไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นักเพราะทำดีกับทุกคนแล้วไม่น่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น
นอกจากนี้ เต๋อ เชิญยิ้ม ยังกล่าวติดตลกว่า แสดงตลกมาโชกโชน พอเจอเหตุการณ์นี้ตลกไม่ออก จากนั้นก็ได้นำหลวงปู่ทวด ที่หลงเหลืออยู่มาแจกจ่ายให้กับสื่อมวลชนที่มาทำข่าวพร้อมกับบอกว่าเอาไปให้พี่น้องสื่อมวลชน ดีกว่าลปล่อยให้โจรมาขโมยอีกรอบ อย่าไรก็ตามนอกจากบ้าน เต๋อ เชิญยิ้ม ที่ถูกโขมยขึ้นบ้านแล้ว ยังมีบ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เลขที่ 44/95 ถูกคนร้ายขึ้นไปขโมยทรัพย์สินเช่นกันในวันเดียวกัน โดยเจ้าของบ้านบอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่คนร้ายขึ้นมาลักทรัพย์ และครั้งล่าสุดวันนี้ได้พระเลี่ยมทองไป 1 องค์
ร.ต.ท.วโรดม กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบสอบเก็บพยานหลักฐานจุดเกิดเหตุหาคราบลอยนิ้วมือแฝงตามจุดต่างๆจากนั้นจะมีการเรียกรปภ.หมู่บ้านไปสอบสวน เนื่องจากคำบอกเล่าของเจ้าของบ้านระบุว่าก่อนออกจาบ้านฝากให้ดูแลบ้านเพราะไม่มีใครอยู่ เหตุการณ์ที่คนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ทั้งสองหลังน่าจะเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแก๊งชาวโคลัมเบีย ที่เช่ารถมาแล้วออกตระเวณลักทรัพย์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำสำนวนคดีพร้อมเก็บหลักฐานพร้อมๆกันในการติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป
อีกราย เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ผจญ ขำเจริญ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูคต รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในหมู่บ้านวังทองรีเวอร์ปาร์ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ว่า ได้จับกุมคนร้ายปีนเข้าบ้านข้างเคียงขโมยทรัพย์หลายรายการ ทราบชื่อคนร้าย คือ นายสุพมิตร ป้องจิตใส อายุ 32 ปี พักอยู่บ้านเช่าซอย 10 ในหมู่บ้านเดียวกัน พร้อมของกลางโน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์ยี่ห้อโนเกีย 1 เครื่อง โทรศัพท์แบล็กเบอร์รี่ 1 เครื่อง พระเครื่องกว่า 100 องค์ มีพระสมเด็จวัดปากน้ำเลี่ยมทอง เหรียญรัชกาลที่ 5 เลี่ยมทอง รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท
สอบสวนนายสุพมิตร เพื่อนบ้านที่ทำตัวเป็นคนร้าย สารภาพว่า มีอาชีพขับรถแท็กซี่ ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่ารถและค่าเช่าบ้าน จึงเดินดูว่าบ้านไหนไม่มีคนอยู่ก็จะปีนเข้าบ้านงัดหน้าต่างเข้าไปขโมยทรัพย์สิน แต่พอดีคนข้างบ้านเห็นเหตุการณ์จึงเรียกชาวบ้านมาช่วยกันจับตัวไว้ได้



