
ปลุกชีพ 'ทูตเซลส์แมน'
ปลุกชีพ 'ทูตเซลส์แมน' : คอลัมน์ที่นี่ บัวแก้ว
"โครงการฝากทูตไปขายสินค้าโอท็อป" เป็นแนวนโยบายการต่างประเทศในมิติด้านการค้าของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มอบหมายบทบาทให้เอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ได้ทำหน้าที่เป็นนักส่งเสริมการขายสินค้าไทย 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ และมองหาลู่ทางการตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ
แนวคิดดังกล่าว ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ของนักการทูตในอดีต ที่ต้องทำหน้าที่เจริญสัมพันธ์ทางการค้า การเมืองควบคู่กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับต่างชาติ ส่วนจะเน้นหนักในเรื่องใดมากกว่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายการต่างประเทศในแต่ละยุคสมัย สำหรับโครงการฝากทูตไปขาย ก็มาจากแนวนโยบายเดิม ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นยุคโปรโมท และต้องการขยายการค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ โดยมอบหมายให้นักการทูตทำหน้าที่เป็น "เซลส์แมน"
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 นักการทูตจำต้องสลัดภาพ "เซลส์แมน" มาใส่ชุด "บุรุษไปรษณีย์" อย่างทันควัน คอยทำหน้าที่ส่งสารชี้แจงทำความเข้าใจ และอัพเดทสถานการณ์การเมืองภายในให้ต่างชาติได้ทราบเป็นระยะๆ
มาจนถึงยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหล่านักการทูตก็ได้สวมบทเป็น "นักกอบกู้" ความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ประเทศไทยต่อสายตาประชาคมโลก หลังจากที่ต้องเผชิญกับปัญหาการชุมนุมขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงภายในประเทศ ประกอบกับต้องเจอศึกหนักปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา จึงทำให้บทบาทนักการทูตไทยด้านการค้าในรัฐบาลก่อนถดถอยไปมาก
ขณะที่โครงการฝากทูตไปขาย เป็นการฟื้นฟูและเน้นย้ำหน้าที่เอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ให้มีบทบาทด้านการค้ามากขึ้น โดยให้เอกอัครราชทูตได้คิดทำเป็นการบ้านว่า สินค้าโอท็อปไทยประเภทใดบ้างอย่างน้อย 3 อย่าง ที่เหมาะสมนำไปขายในประเทศนั้นๆ โดยนักการทูตจะช่วยกรุยทาง และจับคู่การค้า รวมทั้งช่วยโปรโมทสินค้าโอท็อปไทยให้เป็นที่รู้จัก และเป็นที่สนใจในประเทศนั้นๆ
แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่เรามีสินค้าโอท็อปที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการในตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ทูตนำไปช่วยโปรโมทขายมากน้อยเพียงใด
แน่นอนว่า ในยุคที่เศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคมีความผันผวนเช่นนี้ ปัจจุบันผู้บริโภคต่างชาติส่วนใหญ่ ย่อมต้องการซื้อสินค้าที่เน้นในเรื่องประโยชน์ใช้สอย และนวัตกรรมมากกว่าวางตั้งโชว์ และสินค้าโอท็อปไทยที่ถูกพัฒนาให้สะท้อนลักษณะเฉพาะความเป็นไทยมีมากพอและเหมาะสมกับความต้องการตลาดในต่างชาติอย่างไร เพื่อที่ทุกครั้งมีการพูดถึงสินค้าโอท็อปนี้ขึ้นมาจะนึกถึงประเทศไทยได้ทันที อย่างไวน์บล็อกโดจากฝรั่งเศส เครื่องหนังจากอิตาลี กิมจิจากแดนเกาหลี เป็นต้น
แล้วรัฐบาลมีนโยบายให้การสนับสนุนการพัฒนาสินค้าโอท็อปอย่างจริงจังนี้อย่างไร ก็เพื่อให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการจากในประเทศไทย ส่งต่อสายพานไปถึงทูตให้ร่วมโปรโมทสินค้าโอท็อปให้เป็นที่รู้จักของต่างชาติ
.......................................................
(ปลุกชีพ 'ทูตเซลส์แมน' : คอลัมน์ที่นี่ บัวแก้ว)



