
มหกรรมผ้าไหมไทยเทิดไท้ราชินี
มหกรรมผ้าไหมไทยเทิดไท้ราชินี
ตั้งอกตั้งใจจะให้เป็นงานผ้าไหมที่ยิ่งใหญ่แห่งปี จึงเป็นเหตุให้หน่วยงานภาครัฐได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ บริษัทรักชาติ แมเนจเม้นท์ จับจองพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร ชั้นผู้โดยสารขาออกโซนตะวันออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดงาน "มหกรรมผ้าไหมไทย ร่วมเทิดไท้ราชินี" เพื่อให้นักเดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงสนับสนุนส่งเสริม จนกระทั่งผ้าไหมมีชื่อเสียงจนได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยได้รับเกียรติจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันก่อน
สำหรับกิจกรรม ซึ่งนอกจากนิทรรศการ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับผ้าไหมไทยต่างๆ เช่น ผ้าไหมมัดหมี่, ผ้าไหมแพรวา, ผ้าไหมยกดอกลำพูน, ผ้าไหมกาบบัว ฯลฯ การสาธิตการทอผ้าแบบโบราณ การแสดงแฟชั่นโชว์ ฝีมือการออกแบบของผู้ต้องขังหญิงในโครงการ "กำลังใจ" ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และแฟชั่นโชว์ผลงานของดีไซเนอร์ไทยจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศจำนวน 14 แห่ง ที่เคยร่วมงานกับกระทรวงพาณิชย์ โดยได้รับเกียรติจากภริยาทูตประจำประเทศไทย 14 ประเทศ ประกอบด้วย อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย เดนมาร์ก อียิปต์ ลักเซมเบิร์ก แม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ สเปน ศรีลังกา สเปนติมอร์เลสเต ยูเครน อุซเบกิสถาน และชิลี ขณะเดียวกันดีไซเนอร์ดังกล่าว ยังได้ออกแบบชุดไทยประยุกต์ และชุดร่วมสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ "โมเดิร์น แอนด์ เทรนดี้" โดยใช้ผ้าไหมไทยทั้งสิ้น
พงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งว่า ประการสำคัญเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ที่ทรงสนับสนุนส่งเสริมผ้าไหมไทยมาโดยตลอด ดังพระราชกรณียกิจอันเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทย โดยทรงตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี 2519 จนทำให้พสกนิกรมีความกินดีอยู่ดีมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องการส่งเสริมผ้าไหมไทยในพื้นที่แต่ละภาคของประเทศ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ผ้าไหมไทยให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสรับชม
ด้านเจ้ากระทรวงแม่ค้า บุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงอนุรักษ์การทอผ้าไหม ทรงฟื้นฟูการแต่งกายด้วยผ้าไหมไทย ควบคู่กับส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตผ้าไหม ส่งผลให้ตลาดผ้าไหมไทยไม่เพียงแค่เป็นที่รู้จัก ทว่ายังได้รับความนิยมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก จนมาถึงปัจจุบันนี้มีมูลค่าการส่งออกผ้าไหมไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท จึงเชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้จะช่วยประชาสัมพันธ์ "ตรานกยูงพระราชทาน" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระอุสาหะวิริยะของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
หนึ่งในดีไซเนอร์ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมแสดงผลงานในครั้งนี้ ไพโรจน์ พุทธา เจ้าของร้านอินสวนดีไซน์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เปิดใจว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาให้ความนิยมผ้าไหมไทยกันมากขึ้น โดยจะเห็นได้จากในกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานอายุประมาณ 30 ปี มีการสวมใส่ผ้าไหมมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะพระมหากรุณาธิคุณใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงผลักดันเรื่องของไหมไทยมาโดยตลอดนั่นเอง



