
'ปชป.'เชื่อ'แม้ว-ปู'ขัดคอทำปรับครม.สะดุด
'เทพไท'เชื่อ'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์'ขัดคอ ทำปรับ ครม.สะดุด รอเคาะชื่อรมว.คลังสมานฉันท์พี่-น้อง ประชดอุ้ม 'โต้ง'รออภิปรายซักฟอก พร้อมลับมีดเตรียมชำแหละงบปี 56 ดักทางรัฐบาลปรับลดเงินองค์กรอิสระ
12 ส.ค.55 นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรีที่ในช่วงนี้ดูจะเงียบลงไปผิดจากช่วงก่อนหน้าว่า น่าจะเกิดมาจากความขัดแย้งระหว่างตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมามีการส่งสัญญาณจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องนี้มาหลายครั้งแต่ยังไม่มีเสียงตอบรับทั้งๆ ที่เป้าหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการที่จะให้มีการปรับครม.ก่อนเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปด้วยซ้ำ และล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ส่งสัญญาณจากอเมริกาที่ต้องการให้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 เข้าร่วม ครม.ด้วย แต่ที่เป็นปัญหาอยู่ก็คือ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงใด เนื่องจากกระทรวงสำคัญๆนายกฯก็รักษาเก้าอี้ ไว้ให้คนของตัวเอง อาทิ ในส่วนรัฐมนตรีว่าการกกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นกระทรวงเกรดเอ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการเอาใกล้ชิดมาดำรงตำแหน่ง
นายเทพไท กล่าวต่อว่า การส่งสัญญาณปรับ ครม.เกิดขึ้น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจรู้ชะตากรรมรัฐบาลว่าถ้ายังให้ รมว.ที่ล้มเหลวในการบริหารงาน อาทิ นายกิติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ที่มีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจล้มเหลวทั้งระบบ การแก้ปัญหาปากท้อง ทำให้นโยบายรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตอย่างมโหฬารดังนั้น ในฐานะผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง จึงต้องการกำจัดจุดอ่อนของรัฐบาล ทั้งนี้เชื่อว่าเมื่อใดที่เกิดความลงตัวในการคัดเลือก รมว.คลัง ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เกิดขึ้น ได้ การปรับครม.ก็จะเกิดขึ้นตาม แต่ถ้าตราบใดยังขัดแย้งในดุลอำนาจคงเป็นเรื่องยากที่จะมีการปรับครม.ในขณะนี้
“ในฐานะส่วนตัวเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปีกกล้าขาแข็ง ที่จะกล้าท้าทายอำนาจของพี่ชายโดยพยายามอุ้มคนของตัวเองไว้ ให้ได้ในบางตำแหน่ง และก็อยากที่จะให้นายกฯยิ่งลักษณ์รักษานายกิตติรัตน์ ณ ระนองไว้ต่อไป เพื่อที่จะเป็นการง่ายต่อการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทุจริตโครงการจำนำข้าวที่เปิดช่องให้มีการทุจริตอย่างมโหฬาร”นายเทพไท กล่าว
"ปชป."ลับมีดเตรียมชำแหละงบปี 56 ดักทางรัฐบาลปรับลดเงินองค์กรอิสระ
นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2556 ในวาระ 2 - 3 ว่า ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม ว่า ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีผู้แปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติจำนวนมาก และถ้า สส.ทุกคนใช้เอกสิทธิ์ของตัวเองในการอภิปรายเชื่อว่าเวลา 2 - 3 วันคงไม่เพียงพอ อีกทั้งยังเป็นการเร่งรัด โยนภาระให้ไปบริหารจัดการกันเองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลซึ่งไม่ต่างอะไรจากการจำกัดสิทธิ์สมาชิกทางอ้อม อีกทั้งโดยประเพณีที่มีมาตลอดการอภิปรายต้องมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ด้วย ดังนั้น ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใจกว้างให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมด้วย เพื่อให้ประชาชนเจ้าของประเทศได้รับรู้ว่ารัฐบาลได้นำงบประมาณไปใช้อย่างไรบ้าง
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ไม่ต้องกังวลว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะตีรวนหรือเล่นนอกกติกา เพราะอย่างน้อยในสมัยประชุมสามัญทั่วไป พรรคฝ่ายค้านมีการจองกฐินไว้ อภิปรายไว้ถึง 3 วาระ คือ 1.การอภิปรายงบประมาณ ซึ่งมีข้อสังเกต เช่น การให้งบอุดหนุนงบองค์กรอิสระที่ไม่เพิ่มตามสัดส่วนเหมือนหน่วยงานอื่นๆ ขณะที่บางหน่วยงานที่ปรับลด ซึ่งอาจมงได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง บอนไซองค์กรอิสระ และนำที่จะยุบตามธงหากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ 2.การอภิปรายผลงานรัฐบาลในรอบปี 3.การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งทั้งหมดนี้พรรคจะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านตามบทบาทของแต่ละเรื่อง และเชื่อว่าทั้ง3เรื่อง ที่จะต้องอภิปรายในสมัยประชุมนี้ก็สามารถที่จะตรวจสอบและสร้างผลกระเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้ได้
“ หากรัฐบาลตั้งองค์รักษ์ขึ้นมาเพื่อเตรียมจะประท้วงการอภิปรายนั้น ผมมองว่าน่าจะเป็นเรื่องของการตั้งทีมตีรวน ในสภามากกว่าเพราะขอบเขตของการพิจารณา พรบ.งบประมาณ มีข้อบังคับที่ชัดเจน และสมาชิกรัฐสภาต่างก็รู้ดีว่าควรจะอภิปรายได้แค่ไหน ยืนยันจะไม่มีการนอกเรื่องพาดพิงถึงบุคคลภายนอกโดยเฉพาะตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นบุคคลที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย เทิดทูนบูชา อย่างแน่นอน” นายเทพไท กล่าว



