ข่าว

ปชป.เย้ย'ปู'เฉียดใต้แค่3ครั้ง

ปชป.เย้ย'ปู'เฉียดใต้แค่3ครั้ง

11 ส.ค. 2555

"ชวนนท์" ระบุ ปชป.อภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำหน้าที่ตรวจสอบ ตามระบอบประชาธิปไตย เตือนรัฐบาลปรามพวกปากกล้าขาสั่น พร้อมแนะ กลับไปเตรียมข้อมูลมาตอบในสภาให้ได้ เย้ย"ปู"เฉียดใต้แค่ 3 ครั้ง

               11ส.ค.2555 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเตรียมข้อมูลเพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ดี ที่จะใช้เวทีรัฐสภาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือฝ่ายรัฐบาลเมื่อได้ยินว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ออกอาการปากกล้าขาสั่น ออกมาท้าทายฝ่ายค้าน แต่ส่วนใหญ่บุคคลที่ออกมาแสดงอาการล้วนแต่ เป็นคนที่อยู่นอกสภาฯ ปุ่มเปิดไมค์สภาอยู่ตรงไหนยังไม่รู้ และไม่มีหน้าที่ตอบคำถามในสภา


               โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า บุคคลที่ฝ่ายค้านต้องการให้ตอบคำถาม ตอบข้อเท็จจริง ตอบข้อสงสัย ในการทำงานของรัฐบาล คือ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ หากรัฐบาลมั่นใจว่าได้ทำงานอย่างเต็มที่ ตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น ก็ให้เตรียมข้อมูลเหล่านั้นไว้


               “หลายอย่างที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นคือรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพในการทำงาน ยกตัวอย่าง การตอบกระทู้สดของนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เรื่องราคายาง เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการเอานักปราศรัยทางการเมือง นักเคลื่อนไหวจัดตั้งม็อบมาเป็นรัฐมนตรี สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองมาก”โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว


               โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงแนวทางการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล ว่า ไม่อยากให้รัฐบาลคิดเหมือน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า หากแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะชนะเลือกตั้ง ซึ่งตนเห็นว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็พูดชัดเจนแล้วว่า ขอให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยแก้ปัญหาภาคใต้ให้ได้ จะแพ้การเลือกตั้งก็ไม่เป็นไร และที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ก็พยายามให้คำแนะนำรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคใต้มาโดยตลอด แต่รัฐบาลกลับกล่าวหาว่าที่ผ่านมานโยบายแก้ปัญหาไฟใต้ 99 วันของพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถทำได้


               นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากนี้สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคณะทำงานเข้ามาแก้ปัญหาอย่างเป็นเอกภาพ โดยปรับโครงสร้างศอ.บต. ให้ขึ้นตรงกับนายกฯ มีกฎหมายรองรับ ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 4 อำเภอ ในจ.สงขลา รวมทั้งมีแผนยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ อ.เบตง จ.ยะลา ขณะที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาได้นำคนของตัวเองไปกินตำแหน่งศอ.บต. เพื่อรอกินตำแหน่งปลัดกระทรวง รวมถึงการเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไปเจรจากับผู้ก่อการร้ายที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้สถานการณ์ไฟใต้ลุกโชน เพราะกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ไปคุยด้วยก็พยายามแสดงศักยภาพออกมาว่าเขายังอยู่ และคำพูดท้าทายของผู้มีอำนาจในรัฐบาล แม้จะไม่ใช้คำว่า “โจรกระจอก” แต่ก็เริ่มหลุดคำว่า “กองโจร” และ “ความรุนแรง” ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการก่อเหตุมากเกิดขึ้น


               “รัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง พอเกิดระเบิดหนึ่งครั้งก็ตั้งรองนายกฯ เข้ามาดูถึง 3 คน มั่วไปหมด สร้างความสับสนในสายบังคับบัญชา และจะเป็นการสร้างเงื่อนไขในการแก้ปัญหาด้วย รวมถึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมามากมาย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่านายกฯ จะจำหน่วยงานที่ตัวเองตั้งขึ้นทั้งหมดได้หรือไม่ และตลอด 1 ปีที่ผ่านมานายกฯ เฉียดภาคใต้เพียงแค่ 3ครั้งเท่านั้น คือ ครั้งที่ 1. เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2554 เป็นประธานเปิดงาน “5 ธันวา รวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพร” ที่อ.หาดใหญ่ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2555 ลงพื้นที่ 2 วันให้หลังเกิดเหตุการณ์คาร์บอมที่รร.ลีการ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2555 ไปค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี ตั้งกอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า โดยไม่ได้บอกประชาชน แต่ให้ประชาชนเดินทางไปที่ค่ายสิรินธร” นายชวนนท์ กล่าว


               นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีวิทยุเสื้อแดงบางจังหวัดที่กล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังความรุนแรงในภาคใต้ รวมถึงจัดฉากให้นายอภิสิทธิ์ ลงไปในพื้นที่นั้น ตนอยากเรียกร้องให้เสื้อแดงได้ใช้สติ อย่าฟังเรื่องที่ปัญญาอ่อน ยิ่งกว่าการ์ตูน เพราะนายอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่ก็ใจคอไม่ค่อยดี หวาดเสียวหลายครั้ง ขบวนรถยางแตก แต่ก็ต้องลงพื้นที่เพื่อดูแลประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และอดีตนายกฯ ทั้งๆที่ไม่มีคนมาคอยคุ้มกัน และเหตุการณ์ในครั้งนี้ประชาชนต้องการกำลังใจ และอยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงไปในพื้นที่ แต่หากไม่กล้าตนเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ ยินดีที่จะพาไป


               โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาวิจารณ์ความไม่เหมาะสมของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในเสนอตัวเป็นนายกฯ แนบท้ายญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า นายพร้อมพงศ์ เป็นคนปากกล้าขาสั่น ไม่ใช่นักเลงจริง เพราะนักเลงจริงจะไม่ทำร้ายผู้หญิง เพราะการพูดจาเป็นลักษณะของการตีกิน ไม่กล้ารับการตรวจสอบ ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมรับการตรวจสอบกรณีการเกณฑ์ทหารอย่างเต็มที่ แต่ขณะนี้เป็นวาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ เตรียมตอบคำถามในการแก้ปัญหาต่างๆให้ได้