ข่าว

เทควันโดขอสู้ชิงทองอลป.ที่บราซิล

เทควันโดขอสู้ชิงทองอลป.ที่บราซิล

11 ส.ค. 2555

เทควันโดไม่ท้อ “บิ๊กเอ” พิมล ศรีวิกรม์ ขอเริ่มต้นสู้ใหม่ ตั้งเป้า 4 ปีข้างหน้าจะกลับไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2016 ให้ได้ พร้อมยืนยันต่อสัญญา “โค้ชเช” เช ยอง ซอก ที่ตัดสินใจโอนสัญชาติเป็นไทยแน่นอนแล้ว

          หลังจากที่ทัพนักกีฬาเทควันโดของไทย ซึ่งประกอบด้วย "เจ้าไอ" เป็นเอก การะเกตุ รุ่นเฟเธอร์เวทชาย (58 กก.), "จูนใหญ่" รังสิยา นิสัยสม รุ่นเฟเธอร์เวทหญิง (57 กก.) และ "น้องเล็ก" ชนาธิป ซ้อนขำ รุ่นฟินเวทหญิง (49 กก.) ที่เป็นหนึ่งในจำนวนทัพนักกีฬา 37 คนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยทำผลงานได้ 1 เหรียญทองแดง จาก "น้องเล็ก" ชนาธิป สาววัย 21 ปี จาก จ.พัทลุง ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาจุฬาฯ นั้น

          ล่าสุด "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้สมาคมจะยังไปไม่ถึงดวงดาว ไม่สามารถคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ได้ในโอลิมปิกหนนี้ แต่ก็จะยังคงจุดยืนเหมือนเดิม คือ ต้องพัฒนาและสร้างนักกีฬาเทควันโดก้าวไปสู่จุดสูงสุดกับเป้าหมายเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 31 ที่ประเทศบราซิลต่อไปให้ได้

          สำหรับ 3 นักกีฬาเทควันโดชุดนี้ที่เดินทางมาโอลิมปิก2012 สมาคมยังคิดว่า ทุกคนยังมีศักยภาพดีพอที่จะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในการเล่นระดับซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ ในอีก 4 ปีข้างหน้า

          "นอกจากเหรียญทองที่เราต้องการแล้ว เป้าหมายอีก 2 ประการที่สมาคมต้องทำให้ได้ก็คือ การพานักกีฬาชายคว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรก และสร้างนักกีฬาหญิงในรุ่นอื่นให้ได้เหรียญรางวัลบ้าง หลังจาก 2 ครั้งที่ผ่านมา คือ "น้องวิว" เยาวภา บุรพลชัย และ "น้องสอง" บุตรี เผือดผ่อง รวมถึง "น้องเล็ก" ชนาธิป ในครั้งนี้ ที่ต่างเป็นผู้เล่นในรุ่น 49 กก.ทั้งหมด”

          ส่วนกรณีของเช ยอง ซอก โค้ชมากฝีมือชาวเกาหลีใต้ นายพิมล กล่าวว่า ขอยืนยันว่า "โค้ชเช" เป็นทรัพยากรที่สำคัญของสมาคมเทควันโดที่จะต้องมีการต่อสัญญาแน่นอน ส่วนเรื่องการขอสัญชาติไทยให้นั้น สมาคมไม่ได้เพิกเฉย แต่ที่เงียบไปในช่วงนี้เนื่องจากต้องการให้ "โค้ชเช" ตัดสินใจเลือกว่าจะถือสัญชาติใดระหว่างเกาหลีใต้กับไทย จะถือสองสัญชาติไม่ได้

          “เชขอไปคุยกับภรรยาก่อน และในที่สุดก็ได้คำตอบก่อนเดินทางมาแล้วว่า เขายืนยันที่จะขอถือสัญชาติไทยอย่างแน่นอน ซึ่งกลับไปจะดำเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จโดยด่วน” บิ๊กเอ กล่าว

          ด้านนายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคมเทควันโด ในฐานะประธานเตรียมนักกีฬาเทควันโดเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เปิดเผยว่า จากผลงาน 1 เหรียญทองแดง ต้องถือว่าสมาคมทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่หวังไว้ถึงเหรียญทอง อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้พลาดก็คือ การจับสลากแบ่งสายประกบคู่ ที่นักกีฬาไทยทั้ง 3 คนโชคร้ายจริงๆ เพราะต้องมาเจอคู่แข่งหนักๆ ตั้งแต่รอบแรก เนื่องจากเรื่องฝีมือของนักกีฬานั้นสู้กับคนอื่นได้ เพียงแค่เรื่องรูปร่างเราเสียเปรียบ พอเปลี่ยนมาใช้เกราะไฟฟ้า จะเห็นเลยว่านักกีฬาที่รูปร่างสูงจะหันมาเน้นเตะหัวเพื่อทำคะแนน แต่จะไม่เน้นเตะลำตัว ทำให้นักกีฬาไทยเป็นรองตรงจุดนี้

          อุปนายกสมาคมเทควันโดยังกล่าวต่อไปอีกว่า ที่ผ่านมากว่าสมาคมจะปั้นนักกีฬาได้ค่อนข้างลำบาก จะต้องไปนำนักกีฬาที่เคยเล่นกีฬาชนิดอื่นมาฝึกเทควันโด ไม่ว่าจะเป็น “น้องวิว” เยาวภา บุรพลชัย, “น้องสอง” บุตรี เผือดผ่อง และมีอายุการเล่นเทควันโดไม่นานนัก เพราะจะได้รับบาดเจ็บง่าย นอกจากนี้เรื่องของกำลังขา การสร้างกล้ามเนื้อก็ไม่ดี จึงต้องเลิกเล่นก่อนเวลาอันควร

          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สมาคมได้สร้างนักกีฬาเทควันโดจริงๆ ฝึกซ้อมเรียนรู้เทคนิคที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งตอนนี้ก็มีการเก็บตัวนักกีฬาระดับเยาวชน 50 คน อยู่ที่ศูนย์ฝึกกีฬาเทควันโดแห่งชาติ และต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกนักกีฬาเยาวชนจากที่ไหนเข้ามาอยู่ในโครงการ จะไม่ดูเรื่องฝีมือหรือความสามารถเป็นอันดับแรก แต่จะดูเรื่องรูปร่างเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฝีมือดีแต่รูปร่างเสียเปรียบก็จะสู้คู่ต่อสู้ไม่ได้ แต่ถ้ารูปร่างดียังนำมาฝึกเพิ่มความสามารถให้เป็นแชมป์ได้

          "นอกจากนี้ผมยังเห็นว่าในกีฬาโอลิมปิก 2012 นักเทควันโดไทยยังมีกล้ามเนื้อบางมัดบางจุดที่ไม่แข็งแกร่ง ผมจะสั่งซื้อเครื่องออกกำลังกายมาใหม่ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อโคนขาและข้อเท้าโดยเฉพาะ แบบที่นักกีฬาเกาหลีใต้เขาทำกัน ผมยืนยันเลยว่าต่อจากนี้นักกีฬาเทควันโดไทยจะสามารถลงเล่นในกีฬาโอลิมปิกได้ 2-3 สมัย เพราะเตรียมตัวมาดี หากมีอาการบาดเจ็บก็สามารถรักษาตัวให้หายได้ และที่บราซิลอีก 4 ปีข้างหน้า จะมีนักกีฬาเทควันโดไทยคว้าเหรียญทองกลับมาอย่างแน่นอน” นายปรีชา กล่าวทิ้งท้าย

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ทีมเทควันโดไทยเสร็จสิ้นภารกิจการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ในช่วงเช้าหลังจากที่รับประทานอาหารในหมู่บ้านนักกีฬาเป็นที่เรียบร้อย "บิ๊กเอ" พร้อมด้วยภรรยา สตาฟฟ์โค้ชนักกีฬาทั้งหมด ได้เดินทางไปช็อปปิ้งในย่าน "ออกซ์ฟอร์ด สตรีท" เพื่อให้นักกีฬาได้เดินเที่ยวซื้อของฝาก รวมถึงชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในลอนดอน ทั้งหอนาฬิกาบิ๊กเบน, ลอนดอนอาย, สะพานทาวเวอร์บริดจ์ ฯลฯ

          ขณะที่บรรยากาศการเตรียมความพร้อมในการต้อนรับและแสดงความยินดีกับ “น้องเล็ก” ชนาธิป ชาวพัทลุงนั้น ล่าสุด นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้กำลังมีการประสานว่าน้องเล็กจะกลับมาประเทศไทยเมื่อใด และมาถึงสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา ตอนไหน เพื่อจะกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน และทราบมาว่า จ.สงขลา ก็ได้เตรียมการจัดต้อนรับเช่นกัน เพราะในการแข่งขันโอลิมปิกมี "น้องเล็ก" เพียงคนเดียวที่เป็นนักกีฬาจากภาคใต้ที่ได้รับเหรียญทองแดง โดย จ.สงขลา จะร่วมไปต้อนรับน้องเล็กที่สนามบินหาดใหญ่ด้วย และจะจัดขบวนแห่ไปยังเทศบาลนครหาดใหญ่ก่อน

          นายวิญญู อีกกล่าวว่า สำหรับในส่วนของ จ.พัทลุง ขณะนี้ได้เตรียมของขวัญเป็นทองคำน้ำหนัก 10 บาท ไว้เบื้องต้นเพื่อให้น้องเล็กแล้ว ส่วนการต้อนรับตนพร้อมคณะจะเดินทางไปรับที่สนามบินหาดใหญ่ จากนั้นจะมีขบวนแห่ไปหาดใหญ่ก่อนจะมายัง จ.พัทลุง โดยจะแวะไหว้รูปปั้นพระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย) ที่บริเวณสามแยกท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง และไปยังโรงเรียนสตรีพัทลุง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่น้องเล็กจบการศึกษาชั้นมัธยม จากนั้นขบวนแห่ไปรอบเมืองพัทลุง ก่อนจะมากราบไหว้พระพุทธนิรโร หรือพระสี่มุมเมือง ที่ข้างศาลากลางจังหวัดพัทลุง

          ส่วนงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อแสดงความยินดี จะจัดที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง ซึ่งจะสามารถรับรองประชาชนที่มาร่วมงานได้ประมาณ 3,000- 5,000 คน โดยรูปแบบการจัดเลี้ยงจะมีการประชุมปรึกษากันอีกครั้งหนึ่งว่าจะเป็นแบบโต๊ะจีน หรือบุฟเฟ่ต์