
พัทยาผุด'ศูนย์จอดรถ-จอดเรือ'
พัทยาผุด 'ศูนย์จอดรถ-จอดเรือ' ยึดโมเดลเมืองท่องเที่ยวระดับสากล : รายงานพิเศษ : โดย ... ศุภกร อรรคนันท์
จากฐานข้อมูลของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในปี 2551 พบว่า มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางด้วยรถยนต์เข้ามาที่เมืองพัทยาในวันหยุดเฉลี่ย 4 หมื่นคันต่อวัน ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนขนาดเล็ก หลากหลายรูปแบบทั้งทางบกและทางทะเล ไม่สามารถที่จะรองรับได้ จนเกิดผลกระทบตามมามากมาย อาทิ การจราจรหนาแน่นบนผิวถนน การเกิดอุบัติเหตุ ปัญหานักท่องเที่ยวฝ่าฝืนกฎระเบียบการจอดรถในที่ห้ามจอด ขณะเดียวกันการนำเรือท่องเที่ยวขึ้นมาจอดบนบก ยังส่งผลกระทบต่อมลพิษสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิทัศน์บริเวณชายหาดมาโดยตลอด
ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพื้นที่จอดรถยนต์และจอดเรือ เมืองพัทยาจึงได้ผลักดันให้เกิดโครงการศูนย์บริการจอดรถและเรือเพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางบกและทางทะเลเมืองพัทยา โดยได้อนุมัติงบประมาณปี 2551-2553 จากสำนักงบประมาณรวม 735 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบขนส่งทั้งทางบกและทางทะเลให้เป็นระบบ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองของเมืองพัทยา
โดยศูนย์บริการจอดรถและจอดเรือฯ ถือเป็นยุทธศาสตร์ศูนย์กลางของระบบขนส่งทางบกและทางทะเล เพื่อเอื้อให้นักท่องเที่ยวไปมาสะดวกทั้งทางบกและทางทะเล เชื่อมต่อไปยังโรงแรม, ห้างสรรพสินค้า, ย่านวอล์คกิ้งสตรีท, เกาะต่างๆ ในพื้นที่เชื่อมโยงเพื่อการท่องเที่ยว ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ได้แก่ เรือสำราญ เรือท่องเที่ยว เรือขนส่ง รถรางไฟฟ้า ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในลักษณะ “จอดแล้วจร” (Park and Ride) เพื่อไปทำกิจกรรมต่างๆ
"โครงการศูนย์บริการจอดเรือเพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางบกและทางทะเลเมืองพัทยา" (Pattaya Land and Marine Transportation Hub) จึงเป็นการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและเกี่ยวเนื่องกันกับภาคขนส่ง ภายใต้แนวทางพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางบกและทางทะเลเมืองพัทยา อย่างเป็นระบบ ใช้พื้นที่การก่อสร้างโดยรวม 12 ไร่ ณ บริเวณท่าเทียบเรือ (แหลมบาลีฮาย)
สำหรับรูปแบบของโครงการ จะเป็นอาคารศูนย์บริการจอดรถ มีความสูง 14 เมตร รวมพื้นที่ 8,833 ตารางเมตร รองรับการจอดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ด้วยเครื่องจักรจอดรถแบบอัตโนมัติจำนวน 3 ชุด สามารถจอดรถได้ทั้งบนดินและใต้ดินจำนวน 417 คัน มีทางเข้าตัวอาคารจำนวน 6 ช่องทาง และทางออกตัวอาคารจำนวน 6 ช่องทาง และยังสามารถปรับเปลี่ยนทางเข้าเป็นทางออกได้ในกรณีชั่วโมงเร่งด่วน
ส่วนที่พื้นที่จอดเรือ จากเดิมซึ่งนำเรือมาจอดอยู่บนพื้นที่ หลังจากดำเนินการก่อสร้างที่จอดเรือเสร็จสิ้น จะสามารถรองรับเรือขนาดความยาวไม่เกิน 8 เมตรในทะเล แบบทุ่นลอยยกเรือ (Hydro Lift) จำนวน 200 ลำ รวมพื้นที่ 14,300 ตารางเมตร และพื้นที่จอดเรือขนาดใหญ่ความยาวไม่เกิน 11 เมตรในทะเล แบบทุ่นลอยยกเรือ จำนวน 150 ลำ และแบบทุ่นผูกเรือ 10 ลำ พร้อมพื้นที่ซ่อมบำรุงเบา รวมพื้นที่ประมาณ 12,200 ตารางเมตร โดยศูนย์บริการจอดรถและจอดเรือแห่งนี้ ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิด ส่วนระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2554-28 กรกฎาคม 2556 รวมเวลา 540 วัน
"โครงการศูนย์จอดรถจอดเรือ ถือเป็นการพัฒนาโครงสร้างฐานที่สำคัญ สัมพันธ์กับการเติบโตของการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ขณะนี้การก่อสร้างเกินกว่า 50% ไปแล้ว ทั้งในเรื่องอาคารจอดรถอัตโนมัติ และในเรื่องของที่จอดเรือ โครงการนี้นักท่องเที่ยวจะได้รับความสะดวกและดูแลความปลอดภัยเรื่องของการจอดรถให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปพักผ่อนที่เกาะล้าน
ที่สำคัญเป็นการสร้างจุดแข็งในเรื่องการท่องเที่ยวให้แก่เมืองพัทยา ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับ แน่นอนก็คือในเรื่องของเศรษฐกิจดีขึ้น เช่นเดียวกันกับในเรื่องของการจอดเรือ ผู้ประกอบการด้านนี้ก็จะได้รับความสะดวกขึ้น มีความปลอดภัยสำหรับเรือ ที่สำคัญคือ การแสดงให้เห็นถึงการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีท่าจอดเรือมาตรฐาน "อิทธิพล คุณปลื้ม" นายกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" และว่า
พื้นที่ส่วนที่เหลือยังสามารถพัฒนาให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์หรือแลนด์มาร์คของเมือง เช่นเดียวกับเพียร์ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย และเพียร์ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ที่มีพื้นที่ขายสินค้าที่ระลึก ร้านอาหาร กิจกรรมครอบครัว สำหรับพื้นที่จอดเรือ ยังสามารถต่อยอดเป็นศูนย์ขนส่งทางน้ำรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ได้
"สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่ง ว่าเมืองพัทยาให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่พื้นที่ และให้ความมั่นใจได้ว่า งบประมาณที่ดำเนินการคุ้มค่า ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อสร้างประโยชน์โดยรวม สร้างภาพลักษณ์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเรือยอชท์เข้ามาใหม่" นายกเมืองพัทยากล่าว
วิวัฒน์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวก ลดปัญหาสิ้นเปลืองเวลาการเดินทางลง ผลดีก็คือ จะทำให้นักท่องเที่ยวมีเวลาในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งเวลาที่มากขึ้นก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น
"พัทยานับว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และเป็นระดับชั้นนำในเออีซี ซึ่งคนในเออีซีจำนวน 600 ล้านคน เชื่อมั่นว่าทุกคนจะเดินทางมาที่เมืองพัทยา ฉะนั้นเมื่อพัทยาเป็นเมืองชั้นนำ การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานให้มีความสะดวกสบาย ก็จะทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายรับมากขึ้น ผมว่านี่คือแผนงานสำคัญที่เมืองพัทยา ในฐานะเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศจะต้องเพิ่มมูลค่ารายได้จาก 5 หมื่นล้านบาท ให้เติบโตไปจนถึง 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการสร้างรายได้ของภาคการท่องเที่ยวทั้งประเทศ 2 ล้านล้านบาทในอนาคต" นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยากล่าว
คือภาพของโครงการลงทุนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2556
--------------------
(พัทยาผุด 'ศูนย์จอดรถ-จอดเรือ' ยึดโมเดลเมืองท่องเที่ยวระดับสากล : รายงานพิเศษ : โดย ... ศุภกร อรรคนันท์)



