ข่าว

'กรมที่ดิน' เร่งออกโฉนดที่ดินทั่วไทย

'กรมที่ดิน' เร่งออกโฉนดที่ดินทั่วไทย

11 ส.ค. 2555

คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : บุญเชิด คิดเห็น อธิบดีกรมที่ดิน : 'กรมที่ดิน' เร่งออกโฉนดที่ดินทั่วไทย และจัดสรรที่ทำกินให้คนจน

              ภารกิจหลักอันหนักอึ้งของกรมที่ดิน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่ให้บริการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 111 ปี ยังคงมุ่งมั่นต่อไป ภายใต้นโยบายบูรณาการบริหารจัดการแบบองค์รวม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง กรมที่ดินจึงจัดทำ 4 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ การจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่ยากจน การบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน และการพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชน และอีก 2 โครงการในอนาคต ได้แก่ โครงการศูนย์ข้อมูลที่ดินและแผนที่แห่งชาติ และโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดินเพื่อการบริหารจัดการระบบที่ดิน

             บุญเชิด คิดเห็น อธิบดีกรมที่ดิน เล่าถึงโครงการสำคัญเหล่านี้ว่า โครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ปัญหาขณะนี้คือ มีกำลังเจ้าหน้าที่และงบประมาณไม่เพียงพอ จำเป็นต้องทยอยดำเนินการไปเรื่อยๆ ตามอัตรากำลังที่มีอยู่ และงบประมาณที่ได้รับในแต่ละปี

             "เป้าหมายในปี 2555 กรมที่ดินจะเดินสำรวจเพื่อเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ 64 จังหวัด จำนวน 1 แสนแปลง แต่ละแปลงมีพื้นที่เฉลี่ย 5 ไร่ สอดคล้องกันงบประมาณที่ได้รับ โดยเจ้าของที่ดินไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นค่าธรรมเนียมตอนรับโฉนด เพียงไร่ละ 60 บาทเท่านั้น ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ลดจำนวนการออกโฉนดลงเหลือ 1 แสนไร่ จากเดิม 1.5 แสนไร่ เพราะกำลังเจ้าหน้าที่และงบประมาณไม่เพียงพอ ต้องดึงเจ้าหน้าที่จากภูมิภาคมาช่วย จนอัตราในต่างจังหวัดลดลง การบริการชาวบ้านในท้องถิ่นจึงล่าช้าตามไปด้วย"

            อธิบดีกรมที่ดินเผยอีกว่า ส่วนการจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่ยากจนนั้น จะเน้นบนพื้นที่สูง และพื้นที่ตามแนวชายแดน โดยดำเนินการร่วมกับกองทัพภาค ในการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ผู้อยู่อาศัย เพื่อให้เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ และยังป้องกันการบุกรุกพื้นที่ทำดินของรัฐอีกด้วย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดน ตามโครงการหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดน เป้าหมายในปี 2555 อยู่ที่ 4,500 แปลง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย และสระแก้ว

           ส่วนโครงการการจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่ยากจน จะบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน โดยเป็นการนำที่สาธารณประโยชน์ทั่วประเทศที่ประชาชนเลิกใช้แล้ว มาจัดสรรใหม่เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดให้ใช้ประโยชน์ได้ครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่ ภายใต้ข้อกำนดต้องเป็นผู้ยากจนไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง หรือมีน้อยไม่เพียงพอ

            นอกจากนี้ต้องยอมรับการดำเนินการตามนโยบายแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ ที่สำคัญได้ลงทะเบียนแสดงความจำนงขอที่ดินทำกินไว้ต่อทางราชการแล้ว โดยทางกรมที่ดินจะการดำเนินการจัดทำระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ถนน และแหล่งน้ำ เพื่อจัดระเบียบการถือครองที่ดิน และออกหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐคราวละ 5 ปี ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย เป้าหมายในปี 2555 จำนวน 9,100 แปลง ในพื้นที่ 18 จังหวัดทั่วประเทศ

          "เดิมทีชาวบ้านใช้พื้นที่เหล่านี้ในการเลี้ยงสัตว์ แต่เมื่อสัตว์เลี้ยงลดน้อยลง จึงมีการจัดสรรใหม่ ให้คนไม่มีที่ทำกินเข้าไปใช้ประโยชน์ จัดเป็นแปลงๆ คนที่จะเข้าไปอยู่ได้ต้องผ่านประชาคมในหมู่บ้านก่อนว่าเป็นคนจนจริงไหม ไม่มีที่ทำกินจริงไหม ชาวบ้านคนในชุมชนจะเป็นผู้คัดเลือก บางคนมีที่ดิน 50 ไร่ แต่พอมาจัดใหม่ได้แค่ 15 ไร่ ก็ต้องยอมรับ เพราะที่สาธารณประโยชน์จะไปใช้สิทธิเรียกร้องก็ไม่ได้ ต้องแบ่งให้คนอื่นไป กรมที่ดินมีหน้าที่เข้าไปจัดที่ดินให้เท่านั้นขณะนี้ดำเนินการไปแล้วหลายจังหวัด ส่วนใหญ่ทางภาคอีสาน"

            อธิบดีกรมที่ดินยอมรับว่า งบประมาณมีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชน ซึ่งในแต่ละปีกรมที่ดินได้รับงบประมาณเฉลี่ยปีละ 5,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบบุคลากรที่เป็นรายจ่ายประจำ เนื่องกรมที่ดินเป็นกรมใหญ่ มีสำนักงานที่ดินจังหวัด และสาขา ให้บริการกระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวน 831 แห่ง มีข้าราชการประมาณ 1.2 หมื่นคน ในขณะที่งบลงทุนมีไม่ถึง 1,000 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณปี 2556 นั้น เป็นปีแรกที่กรมที่ดินได้รับงบเพิ่มเป็น 7,000 ล้าน โดยส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นจะมาทำโครงการศูนย์ข้อมูลที่ดิน และแผนที่แห่งชาติ และโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดิน เพื่อการบริหารจัดการระบบที่ดิน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ด้วย

           "ในปี 56 เราจะได้งบเพิ่มมา 1,900 กว่าล้าน เพื่อมาทำโครงการนี้โดยเฉพาะ เมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อย ต่อไปปัญหาเรื่องการบุกรุกต่างๆ ก็จะไม่มี ปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบันนี้คือที่ดินของรัฐมันสังกัดหลายหน่วยงาน ทำให้ไม่มีความเป็นเอกภาพ แต่ถ้าเป็นหน่วยงานเดียวรับผิดชอบ ผมว่าปัญหาคงไม่มี ต่อไปไม่ว่าประชาชน องค์กรเอกชนหรือหน่วยงานท้องถิ่นต้องการจัดเก็บภาษีก็ไม่ต้องไปทำเองแล้วมาดูข้อมูลตรงนี้ก็จบ เพราะเราทำทั้งที่ดินของรัฐและเอกชน"

             นายบุญเชิด ยังกล่าวถึงภารกิจของกรมที่ดินในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีอีก 3 ปีข้างหน้า หรือปี 2558 ว่า ในส่วนของกรมที่ดินได้มีการเตรียมความพร้อมมานานแล้ว ทั้งการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ งานกรมที่ดินเป็นงานเชิงเทคนิค ซึ่งต้องใช้ความรู้ด้านกฎหมายเพื่อให้คนที่ไม่เข้าใจภาษาไทยได้เข้าใจขั้นตอนการทำงานของกรมที่ดิน อีกทั้งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนการศึกษาดูงานกับประเทศสมาชิกตลอดเวลา นำเจ้าหน้าที่จากประเทศสมาชิกไปศึกษาดูงานตามสำนักงานต่างๆ ในต่างจังหวัดด้วย

           นับเป็นอีกก้าวของกรมที่ดิน ที่ตระหนักถึงความต้องการที่ดินของประชาชน และภาคธุรกิจ เพื่อการอยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ ภายใต้การบริการที่สะดวกรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

...........................................
(คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : บุญเชิด คิดเห็น อธิบดีกรมที่ดิน : 'กรมที่ดิน' เร่งออกโฉนดที่ดินทั่วไทย และจัดสรรที่ทำกินให้คนจน )