
แวะปลีกวิเวกที่...อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย ที่สุดแห่ง"น้ำตก-นก-ไม้ และเต่าภูเขา" หายาก
ใครไปเที่ยว จ.เลย แล้วหลายครั้ง และเริ่มเบื่อกับแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอย่าง "ภูกระดึง" และ "ภูเรือ" ซึ่งแสนจะวุ่นวาย เต็มไปด้วยขยะทางชีวภาพ ขยะสายตา และขยะอารมณ์จากนักท่องเที่ยวร้อยพ่อพันแม่ที่มีมารยาท และระดับจิตสำนึกในการท่องเที่ยวแตกต่างกัน
ถ้าไม่อยากเผชิญมลพิษทางอารมณ์โดยไม่จำเป็น ลองเปลี่ยนมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ อ.นาแห้ว กันดีกว่า เพราะ อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (นาแห้ว) ยังคงความบริสุทธ์ทางธรรมชาติ และยังมีคนรู้จักไม่มาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบปลีกวิเวกอย่างยิ่ง
ภูสวนทราย เดิมชื่อ "อุทยานแห่งชาตินาแห้ว" ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ นาแห้ว แสงภา และเหล่ากอหอ มีสภาพภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นป่าดิบชื้น มีที่ราบน้อย จุดที่สูงที่สุดประมาณ 1,408 เมตร จากระดับน้ำทะเล
นอกจากความสวยงาม และเงียบสงบแล้ว ที่นี่ยังรวบรวมความเป็น "ที่สุด" ไว้หลายอย่าง ทั้ง "จุดกางเต็นท์ที่สูงที่สุดในภาคอีสาน" สำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ "ภูตีนสวนทราย"
แต่จุดเริ่มต้นในการเที่ยวชมอุทยานแห่งนี้จะเริ่มขึ้นที่ "จุดชมวิวเนิน 1255" หรือ "ภูหัวห้อม" ซึ่งเป็นจุดชมวิวในระยะใกล้ สามารถมองเห็นบ้านห้วยน้ำผักอยู่ด้านล่าง และเห็นวิวของ "ภูสอยดาว" และ "ภูเวียง" ของประเทศลาวได้เป็นอย่างดี
ทิวเขาแห่งนี้ทอดยาวจากเหนือจรดใต้ อยู่ริมถนนรอบอุทยาน ซึ่งจะเรียกได้ว่าเป็นถนนเลียบแนวชายแดนไทย-ลาวได้เลย ทิวทัศน์ฝั่งตรงข้ามยังเต็มไปด้วยแมกไม้น้อยใหญ่แน่นขนัด ส่วนในฝั่งไทยเองก็ไม่น้อยหน้า เพราะผืนป่ายังหนาแน่น และเขียวขจี ดูสบายตา
สาเหตุที่ป่าไม้ผืนนี้ยังอุดมสมบูรณ์มาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะเส้นทางการชักลากไม้ทำได้ยากลำบาก และเมื่อปี 2530-2531 ราษฎรใน ต.แสงภา อ.นาแห้ว ได้รวมตัวคัดค้านมิให้ทำสัมปทานไม้ กระทั่งในปี 2532 รัฐบาลในขณะนั้นจึงประกาศปิดป่ายกเลิกการทำไม้ทั่วประเทศ
ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าทำให้เกิดน้ำตกหลายสาย แต่ที่พิเศษที่สุด คือ "น้ำตกเหือง" ซึ่งอาจเรียกได้ว่า "น้ำตกสองประเทศ" เป็นแนวพรมแดนตามธรรมชาติที่สร้างคุณูปการแก่คนทั้งสองแผ่นดิน และอาจนับเป็นแนวพรมแดนที่มีความงดงามที่สุดก็ว่าได้
คนทั้งสองฝั่งต่างมีความรู้สึกร่วมกันว่า แม้จะมีแม่น้ำเหืองเป็นพรมแดนกั้นตามธรรมชาติ แต่นั่นก็มิอาจกั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองฝั่งที่มีต่อกันอย่างแน่นแฟ้นมานานนับพันปีได้
สำหรับ "นักดูนก" คงยิ่งชื่นชอบน้ำตกสายนี้ เพราะถ้าโชคดีคงมีโอกาสได้เห็น "นกแต้วแร้วสายพันธุ์ใหม่" ของประเทศไทยที่เป็นนกพันธุ์หายาก หาดูได้เพียงไม่กี่แห่งในประเทศ
นอกจากน้ำตกเหืองแล้ว ที่นี่ยังมีน้ำตกสวยๆ อีกหลายสาย เช่น น้ำตกคิ้ง น้ำตกช้างตก น้ำตกวังตาด น้ำตกตาดผา น้ำตกผาค้อ ฯลฯ
ส่วนนักท่องไพรที่อาจไม่ได้กางเต็นท์นอนบนภูก็สามารถมาชมธรรมชาติยามเช้าได้เช่นกัน โดยเริ่มออกกำลังขากันตั้งแต่ตี 4 เมื่อมองลงไปทางทิศตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้จะเห็นทิวทัศน์ของป่าเต็งรัง และทะเลภูเขาได้สุดลูกหูลูกตา
ในยามเช้าของฤดูหนาว จะเห็น "ทะเลหมอก" ที่งดงามเกินบรรยาย ทั้งยังมีหลุมหลบภัย หรือ "บังเกอร์" ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ป่าผืนนี้เคยเป็นฐานที่มั่นของทหารไทยในการสู้รบครั้งเมื่อครั้ง "ยุทธภูมิร่มเกล้า" เมื่อปี 2530 อีกด้วย
ใครที่นิยมชมสัตว์พันธุ์หายาก ที่นี่มี "เต่าปูลู" ซึ่งเป็นเต่าน้ำจืดขนาดเล็กที่มี "หางยาวที่สุดในโลก" ซึ่งมีหัวโตมาก โดยมีส่วนกว้างประมาณครึ่งหนึ่งของกระดอง มีปากงุ้มแหลมคล้ายปากนกแก้ว หัวหดเข้ากระดองไม่ได้ แต่มีคอยาวยื่นออกมาได้มาก เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว
เต่าพันธุ์นี้อาศัยอยู่ในลำธารน้ำบนภูเขาสูงเท่านั้น พบมากแถบจีนตอนใต้ และชายแดนไทย-ลาว-พม่า มีนิสัยดุ กินเนื้อและลูกไม้เปลือกแข็งเป็นอาหาร เป็นสัตว์ที่เสี่ยงจะสูญพันธุ์ เพราะการแผ้วถางป่า ถูกจับเป็นสัตว์เลี้ยง และปรุงเป็นสูตรยา
ใครที่ชอบชมพืชหายาก ที่นี่มี "ต้นค้อ" ซึ่งเป็นต้นปาล์มที่หาดูได้ง่ายกว่าที่เขาค้อ ปาล์มพันธุ์นี้คงต้องแหงนคอดู เพราะมีความสูงถึง 40-50 เมตร ลักษณะใบเป็นแฉก 50 ใบรวมกันเป็น 1 ก้านขนาดมหึมา
ลูกค้อสามารถนำมากินได้ แต่ต้องรอนานหน่อย เพราะ 2 ปี ออกลูกแค่ครั้งเดียว !!
เทศกาลวัดหยุดยาว เลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หลบคลื่นมหาชนมาเที่ยว "อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย" ซึ่งยังคงเงียบสงบ และรวบรวมความเป็นที่สุดไว้อย่างมากมาย หรือถ้าใครมาเที่ยว "เทศกาลผีตาโขน" ลองขับรถมานอนรับอากาศดีๆ นี่ก็น่าสนใจไม่น้อย
"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
[email protected]



