
เวิลด์วาไรตี้:ภาพ3มิติจากดาวอังคาร
เวิลด์วาไรตี้ : ภาพ 3 มิติจากดาวอังคาร
มนุษย์เราก้าวอย่างมั่นคงไปทีละก้าวเพื่อตามความฝันที่อยู่ในจินตนาการของคนรุ่นก่อนๆ ที่ตกทอดกันมาถึงปัจจุบัน (และจะต่อไปจนถึงอนาคต) ความฝันในการตั้งถิ่นฐานบนดาวดวงอื่นเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ก็เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพูดถึงกันมานาน ก่อนหน้าที่จะมีความตื่นตัวกันในเรื่องสิ่งแวดล้อมเสียอีก
ดาวอังคารดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดและมีสภาพที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตมากกว่าดาวดวงอื่นในระบบสุริยจักรวาลจึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ต่างมุ่งมั่นมุ่งหมายทำความเข้าใจให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้ประโยชน์ในฐานะแหล่งที่อยู่แห่งใหม่ของมวลมนุษยชาติ
องค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐอเมริกา (นาซา) เป็นหัวหอกหลักในการสำรวจดาวเคราะห์สีแดงแห่งนี้ ที่มีหลักฐานจากอุกกาบาตยืนยันร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนดาวอังคารเป็นเครื่องกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับดาวดวงนี้มากยิ่งขึ้น
นอกจากสหรัฐอเมริกาแล้ว สหภาพโซเวียต (รัสเซียในปัจจุบัน) ก็เคยส่งยานสำรวจดาวอังคารขึ้นสู่อวกาศมาแล้วในปี 2514 ในชื่อ มาร์ส ทู และ มาร์ส ทรี แต่ก็ล้มเหลวทั้งสองครั้ง เพราะประสบปัญหาในการลงจอด และการสื่อสารระหว่างยานกับศูนย์ควบคุม
นับจากนั้นอีกกว่า 2 ทศวรรษจึงมีการฟื้นโครงการส่งยานสำรวจดาวอังคารอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นผลงานของนาซา ที่ประสบความสำเร็จกับการส่งยาน มาร์ส พาธไฟน์เดอร์ ลงจอดบนดาวอังคาร เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2540 ซึ่งตรงกับวันชาติสหรัฐอเมริกา แม้จะลงจอดด้วยความทุลักทุเล แต่มาร์ส พาธไฟน์เดอร์ ก็ถือเป็นยานสำรวจดาวสีแดงคันแรกที่ลงจอดได้สำเร็จและทำงานได้
ต่อมาประเทศอังกฤษก็ถือโอกาสส่งยานบีเกิล 2 ลงจอดบนดาวอังคารโดยดีดตัวออกจากยานอวกาศ มาร์ส เอ็กซ์เพรส ในปี 2546 แต่ในเวลาต่อมาไม่นานยานลำนี้ ก็ถูกตีทะเบียนสูญหายไปในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2547
นาซาก็ได้พยายามส่งยานสำรวจดาวอังคารอีก 2 ลำลงจอดบนดาวอังคารได้สำเร็จ ทั้งยานมาร์ส เอ็กซ์พลอเรชั่น โรเวอร์ จากยานอวกาศ สปิริต และออปเปอชูร์นิตี้ ในปี 2546
ก่อนที่ล่าสุดนาซาจะประสบความสำเร็จกับการส่งยานคิวริโอซิตี้ ยานสำรวจดาวอังคารที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มยานสำรวจดาวแดง มีน้ำหนักถึง 899 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์ขุด เจาะ เซ็นเซอร์ตรวจสารเคมี ชีวะ และกล้องดิจิตอล 17 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่กล้อง 3 มิติ ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างพิเศษสุด
เมื่อคิวริโอซิตี้ผ่านช่วงเวลา 7 นาทีวิกฤติ ระหว่างการลงจอด เพราะต้องชะลอความเร็วจาก 2.1 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมงมาที่ 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยอาศัยร่มชูชีพ และลงจอดในรอยแยก เกล (Gale Crater) ที่เป็นเป้าหมายอย่างแม่นยำ ก็เริ่มทำงานสำรวจ โดยส่งภาพสามมิติ ที่เป็นภาพสีภาพแรกในประวัติศาสตร์ของการสำรวจดาวอังคารกลับมายังศูนย์ควบคุมในห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนเจ็ตของนาซา
ที่ต้องถือเป็นประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จของการสำรวจดาวอังคาร เพราะการส่งภาพสามมิติ และภาพสี จะต้องใช้เทคโนโลยีการสื่อสารระดับสูง เพื่อนำภาพที่มีขนาดไฟล์ภาพใหญ่กว่าภาพขาวดำธรรมดามากนัก กลับมายังโลกที่อยู่ห่างออกไป 250 ล้านไมล์ หรือ 400 ล้านกิโลเมตร
นาซาได้นำเอาภาพที่ได้จากยานคิวริโอซิตี้มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7.5 แสนล้านบาท ออกเผยแพร่ในสื่อต่างๆ และในเฟซบุ๊ก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมชื่นชมกับความสำเร็จในครั้งนี้ด้วย



