
ลือหึ่ง!'เฉลิม'ล็อคเปิดตำแหน่ง'สบ10'
ลือสะพัด 'เฉลิม' ดันเปิดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) ด้านการสืบสวน กำหนดคุณสมบัติล็อคสเปคตัวบุคคล ด้านเพรียวพันธ์ ปัดเปิดเพื่อรองรับ "พล.ต.ท.จรัมพร" ขณะที่ 'เฉลิม' เรียกถกบูรณาการตร.ใต้ สั่งตรวจรถต้องสงสัยทั่วปท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 55 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึง การแต่งตั้งระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) ว่า ขณะนี้ตนยังไม่มีหนังสือสั่งการให้ดำเนินการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้กองบัญชาการต่างๆ ก็เตรียมข้อมูลอยู่แล้ว รอให้มีความชัดเจนกว่านี้จึงจะสั่งดำเนินการ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า จะมีการกำหนดตำแหน่งระดับรอง ผบ.ตร. ขึ้นมาใหม่อีก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวว่า กำลังพิจารณาความเหมาะสมอยู่ โดยคาดว่าน่าจะเป็นด้านเกี่ยวกับยาเสพติดและก่อการร้าย ส่วนจะนำเรื่องเข้าไปในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) หรือไม่นั้น ต้องตามความเหมาะสมและอาจจะนำเข้าไปในการประชุมครั้งหน้าก็เป็นไปได้
เมื่อถามย้ำกลับไปว่ากำหนดตำแหน่งรองผบ.ตร.เพื่อให้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ได้เลื่อนตำแหน่ง หรือไม่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ยังตอบไม่ได้ต้องดูตามความเหมาะสมของบุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว
ขณะที่มีรายงานว่า หลังจาก ก.ตร.ได้อนุมัติ เปิดตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร.ทำหน้าที่บริหารยุทธศาสตร์งานด้านยาเสพติดและต่อต้านก่อการร้าย มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร.มีอยู่แล้วถึง 17 ตำแหน่ง การเปิดเพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง ก็มีการวิจารณ์กันว่าเปิดตำแหน่งเพื่อดันนายพลตำรวจคนหนึ่งให้ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ทั้งที่มีความอาวุโสน้อย ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเปิดตำแหน่งมารองรับงานแต่อย่างใด เพราะหากจะเปิดตำแหน่งเพื่อรองรับงานจริงๆ นั้น ตร.สามารถใช้มอบหมายหน้าที่การงานให้แก่ผู้ช่วยผบ.ตร.ที่มีอยู่แล้วถึง 17 คน คนใดคนหนึ่งก็ได้ และหากจะเปิดตำแหน่งระดับรองผบ.ตร.ขึ้นอีก จะทำให้มีตำแหน่งนี้ระดับรองผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และที่ปรึกษา (สบ10) ที่มีอยู่แล้ว 14 ตำแหน่ง เพิ่มเป็น 15 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่ามีอยู่จำนวนมาก ทั้งที่ ตร.สามารถใช้วิธีมอบหมายหน้าที่การงานได้เช่นกัน โดยมีรายงานด้วยว่า การเปิดตำแหน่ง ที่ปรึกษา (สบ10) ขึ้นใหม่ อาจเรียกตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ10) ด้านการสืบสวน และจะมีการกำหนดคุณสมบัติประจำตำแหน่งในลักษณะล็อคสเปค ตัวบุคคล ทั้งนี้มีข่าวสะพัดว่า การเปิดตำแหน่งระดับ พล.ต.อ.ครั้งนี้ เป็นการผลักดันของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี
เรียกถกบูรณาการตำรวจใต้ สั่งตรวจรถต้องสงสัยทั่วประเทศ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมหารือกันเกี่ยวกับเรื่องการบูรณาการด้านการข่าว ว่า ตนตั้งใจจะหารือกับระดับ รองผบช. ผบก. ผกก. จนถึง รองผกก เพื่ออธิบายรายละเอียด เพราะมีข้อมูลข่าวสารจากหน่วยการข่าวแจ้งเข้ามา จึงต้องการจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่รับทราบ เพื่อการบูรณาการทำงานร่วมกันกับหลายหน่วยงาน แต่มีผู้วิจารณ์ ไม่วิจารณ์ตามความเป็นจริง ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.ศชต.) ตั้งขึ้นมาเป็นสถานที่ตั้ง โครงสร้างศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาค ใต้ (ศอ.บต.) เหมือนเดิม กองทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ยังเหมือนเดิม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าบางครั้ง ทหารไม่สามารถสั่งการมายังฝ่ายปกครองได้ ส่วนทหารตำรวจทำงานไปด้วยกันได้ และเมื่อก่อนตำรวจขึ้นอยู่กับมหาดไทย ขณะนี้ไม่ใช่ เราจึงเอา พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กระทรวงกลาโหม ดูแลด้านการทหารเหมือนเดิม และให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงมหาดไทยดูแลฝ่ายปกครอง ตนจึงมาดูแลตำรวจ โดยโครงสร้างทั้งหมดขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ศอ.บต. และผอ.กอ.รมน.
เมื่อถามถึงการข่าวที่ว่าจะแจ้งให้พื้นที่รับทราบก่อนที่จะมีการก่อเหตุนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า บอกไม่ได้ เป็นความลับ บอกได้แค่ว่าต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ โดยมาตรการที่จะกำชับให้ดูแล ส่วนใหญ่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ต้องถามคนในพื้นที่ แล้วลักษณะงานแบบนี้ต้องเก็บเป็นความลับ อย่างมีผู้ต้องหาเข้ามาติดต่อมอบตัว 40 คน ตนเองคงคิดไม่ได้ ซึ่งต้องถามฝ่ายปกครองว่ารับได้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าเป็นผู้ต้องหาฆ่าเจ้าหน้าที่ตาย แล้วอยู่ๆ จับมอบตัวประกันตัวกันง่ายๆ ตรงนี้ต้องดูเป็นรายบุคคลไป ถ้าใครไม่มีหมายจับ และกลัวเรื่องความปลอดภัย และจะรับดูแลให้
เมื่อถามถึงกรณีรถหายเป็นประจำนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แน่นอน ทั้งรถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ จะดูแลแค่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คงไม่ได้ ต้องดูภาพรวมทั้งประเทศ มีข้อมูลของรถที่ถูกจับกุมที่อื่นบ้างหรือไม่ ยังคงพูดยาก เพราะตนพึ่งจับงานใหม่ แต่กำลังทำอยู่ ส่วนรู้มาตลอดว่ามีรถหายและเตรียมจะก่อเหตุ ก็ยังเกิดเหตุขึ้นอยู่แบบนั้น เท่าที่ศึกษามาเบื้องต้น หากว่าดูเฉพาะเพียงสิทธิขั้นพื้นฐานเสรีภาพให้เจ้าหน้าที่ปรับเปลี่ยนบ้างคงแก้ไขยากแน่ๆ กลางคืนวางระเบิด เช้ากดระเบิด กลางคืนเราจะกำกับพื้นที่บางจุด บริเวณตรงที่ประชาชนไม่เดือดร้อนในเส้นทางต่างๆ ตามที่ยกตัวอย่างมา ถ้าเอ๊ะอะโวยวายกันไปแล้ว แต่ถ้าไม่ปรับเลยก็ลำบาก
เมื่อถามถึงพื้นที่ไหนที่จะมีการสั่งเคอร์ฟิลนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องถามฝ่ายทหาร และช่วยกันคิด เพราะหน้าที่หลักของทหารด้านยุทธการ บางคนก็บอกว่า การตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาคใต้เป็นการใช้วิธีแบบเอาทหารนำการเมือง มันไม่ใช่ ถ้าทหารนำการเมืองก็ไม่เอามหาดไทยเข้ามา ไม่เอาตำรวจเข้ามา ทหารก็สั่งใครไม่ได้ นั่นก็คือการเมืองนำการทหาร พวกไม่รู้ก็พูดไป
เมื่อถามว่าหากมีการสั่งเคอร์ฟิลบางพื้นที่จะกระทบสิทธิของประชาชนหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า กลางค่ำกลางคืน คนดีเขาไม่ไปไหนกันอยู่แล้ว ในเส้นทางที่มันเกิดเหตุบ่อยๆ จึงหยิบข้อมูลดังกล่าวมาคิดและพัฒนา
"ตูม 2 ศพ ตูม5 ศพ แต่เหตุการณ์มันลดลง ครู พระ พี่น้องประชาชน ตายน้อย แต่ไปหนักที่ทหารและตำรวจ ผมจึงเสนอท่านนายกเอาทหารพื้นที่ 3 จังหวัด มาเป็นตำรวจสัก 4,000 มันต้องคิด เพราะปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้"
เมื่อถามว่าจะลดกำลังทหารในพื้นที่ลงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังไม่มี ลดไม่ได้ ส่วนการเอาทหารเป็นตำรวจ หมายถึง ที่เกษียณแล้วที่ปลอดประจำการ เสนอความคิดให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปพิจารณาแล้ว ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับทหารเกณฑ์ รัฐบาลวางแนวทางเพื่อสร้างความเข้าใจ ศอ.บต. ก็ทำงานด้านการพัฒนา กอ.รมน. ทำงานด้านยุทธการ ต้องมีการพูดคุยกัน
เมื่อถามถึงก่อนหน้านี้จะมีการนำส.ส. ภาคใต้ เข้าร่วมพูคุยแต่ไม่ได้รับความร่วมมือนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เขายังไม่มา แต่ถ้าหากนายกรัฐมนตรีประชุมด้วยเขาจะมา เดี๋ยวจะไปกราบเรียนนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งงานนี้พรรคประชาธิปัตย์รู้ดีที่สุด เพราะเป็นคนในพื้นที่



