
ประวัติชีวิตกับกล้วยไม้ของฉัน (4)
นอกจากมีกล้วยไม้ต่างประเทศ เช่น สกุลแคทลียา ซึ่งเป็นพันธุ์กล้วยไม้ที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งรสนิยมในกล้วยไม้ต่างประเทศของคนยุคนั้นได้บ่งบอกถึงความรู้สึกซึ่งถือศักดิ์ศรีโดยเฉพาะศักดินาเป็นที่ตั้ง
หรือถ้าจะให้สรุปก็คือ ถ้าใครมีกล้วยไม้ต่างประเทศอยู่ในความครอบครองก็จะถือว่าเป็นผู้ดีมีเงินดังเช่นร้อยกรองโบราณบทหนึ่งซึ่งกล่าวเอาไว้ว่า
มีเงินเค้านับว่าเป็นน้อง
มีทองเค้านับว่าเป็นพี่
ถ้าใครมีทรัพย์จึงจะนับว่าดี
ในสมัยนั้นภายในเรือนกล้วยไม้ก็ยังนิยมปลูกหน้าวัวตั้งไว้ที่พื้นเรือนเพื่อช่วยความชื้นให้แก่กล้วยไม้ แถมยังช่วยความชื้นให้หน้าวัวอีกด้วย
จึงสรุปได้ว่าการปลูกกล้วยไม้ของขุนนางในสมัยนั้นถ้าจะคิดค้าขายเล็กๆน้ อยๆ ก็สามารถขายได้ทั้งสองอย่าง จึงเรียกได้ว่า “การหาลำไพ่ให้ตัวเอง” ถ้ามีแรงงานเหลือ
นอกจากนั้นภายในบ้านของเจ้าคุณลุงบริหาร มีเรือนโบราณอยู่หลังหนึ่งซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของท่านเจ้าของ และยังมีห้องพระห้องใหญ่เอาไว้สำหรับให้ข้าทาสบริวารเข้าไปนั่งสวดมนต์กันในตอนค่ำทุกคืนด้วย
ส่วนบ้านเจ้าคุณลุงทะยานนั้นก็มีการปลูกกล้วยไม้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นรูปลักษณะของกล้วยไม้ที่ปลูกก็คล้ายคลึงกันกับเรือนกล้วยไม้ของเจ้าคุณลุงบริหาร
ฉันตัวเล็กนิดเดียว อายุอานามก็เพียง 6-7 ขวบ ฉันไปแอบดูกล้วยไม้ที่อยู่ในเรือนแต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปในนั้นเพราะเกรงไปว่าผู้ใหญ่จะไล่ออกมา
ฉันสังเกตเห็นการปลูกกล้วยไม้ของคนสมัยนั้นแล้วมันคล้ายๆ กับเอากล้วยไม้มาประดับบารมีของขุนนางสมัยก่อน
มีอีกเรื่องหนึ่งฉันใคร่จะขอกล่าวเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วย การที่ในหลวงพระราชทานบรรดาศักดิ์นั้น ชื่อของบรรดาศักดิ์มันก็มีความหมายคล้ายๆ กับอาชีพที่นำปฏิบัติ
พระยาบริหารราชมานพซึ่งเป็นลุงของฉันและเป็นขุนนางผู้ใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามสกุลว่า “สาคริก” ที่ ต.อ่างศิลา จ.ชลบุรี เพราะสกุลนี้สืบเนื่องมาจากสาครบุรี หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ สมุทรสาคร
"ระพี สาคริก"



