
'ดาว์พงษ์'เชื่อไฟใต้ดับ'ในหลวง-ราชินี'ทรงแข็งแรง
'รองผบ.ทบ.' มั่นใจถ้าไฟใต้ดับ 'ในหลวง-ราชินี'จะทรงแข็งแรง ยอมรับ 2 พระองค์ไม่สบายพระทัยใต้เดือด ลั่น 'ทบ.' ยึด 'สันติวิธี-กม.'ไม่ใช้ความรุนแรง ซัด'โจรใต้' -'ฆ่าไม่เลือก- หวังแยกดินแดน' เตือน 'ปชช.' ระวัง ถ้าชะล่าใจเสียดินแดนแน่ เผย ไม่หลับหูหลับตาประก
เมื่อเวลา 10.00 น.พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. รับมอบสื่อส่งเสริมศาสนากิจ สู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีบริษัทเอกชนได้นำนาฬิกาแขวนผนังและปฏิทิน ไปมอบให้กับมัสยิดในพื้นที่
ทั้งนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวกับตัวแทนรับมอบว่า สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่พวกเราไม่สบายใจ แต่ยังไม่หมดหวัง ทุกฝ่ายมีความรู้สึกอยากจะแก้ไขปัญหา ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะยึดหลักสันติวิธี รัฐบาล และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ไม่เคยคิดใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการต่อสู้ทางความคิด ปัญหาในพื้นที่มีหลายมิติ ที่สื่อนำเสนอเป็นอีกมิติหนึ่ง คือ ด้านความรุนแรง ตลอดเวลาที่มีการต่อสู้กันมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งคนที่ก่อเหตุ คือ ผู้ร้ายที่คิดไม่ดี คิดแบ่งแยกดินแดน โดยผู้ร้ายพยายามนำคนไทยมุสลิม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2 ล้านคนมาเป็นพวกแต่ทำไม่สำเร็จ เพราะคนไทยมุสลิมกว่า 90 % ไม่เห็นด้วยกับการกระทำเหล่านี้
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จฯ ลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ทุกปี แลไปพำนักที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ได้พบกับประชาชนในพื้นที่มาตลอด มีความผูกพันกับชาวไทยมุสลิม แม้แต่พระองค์ท่านเอง ซึ่งมั่นใจว่าทั้ง 2 พระองค์ ทุกวันนี้ไม่เคยมีวันไหนที่จะไม่ทอดพระเนตรข่าวเรื่องภาคใต้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องคนไทยพุทธ กับ คนไทยมุสลิม หรือเกิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครก็ตาม พระองค์ท่านทรงไม่สบายพระราชหฤทัย ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าเหตุการณ์ใต้เบาลงหรือสงบได้ ทั้งสองพระองค์จะมีพลานามัยที่แข็งแร งจะได้อยู่เป็นมิ่งขวัญให้พวกเราได้เทิดทูนนานๆ” รองผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า แต่สถานการณ์ภาคใต้ คนร้ายใช้วิธีรบแบบกองโจร เอาประชาชนมาเป็นพวกให้ได้ ก่อนหน้านี้เขาพยายามหลอกคนใต้ว่า รัฐบาลและคนไทยพุทธไม่ดี แบ่งแยกชนชั้น ไม่ยุติธรรม แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะคนไทยมุสลิมเข้าใจ ที่ผ่านมาคนร้ายพยายามสร้างความเข้าใจผิดว่า เจ้าหน้าที่ทำเกินเลย แต่ปัจจุบันไม่มีม็อบชาวบ้านเพราะประชาชนเข้าใจ
“การทำงานทุกอย่างเรายึดกฎหมายเป็นหลัก การแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคใต้ ต้องระวังเพราะเป็นเรื่องศาสนา อย่างกรณีพื้นที่พิพาท ไทย -กัมพูชา ไม่กี่วันก็จบเพราะไม่ใช่เรื่องศาสนา แต่เมื่อเป็นเรื่องศาสนาที่มีความละเอียดอ่อนมาก การแก้ไขปัญหาต้องมีความอดทนสูงและต้องเข้าใจ เราโชคดีที่พี่น้องมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้เข้าใจ ทหารเองพยายามทำให้ประชาชนไว้ใจเรา ซึ่งถือว่าทุกวันนี้ได้ผล ผู้ร้ายพยายามเอาพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเป็นพวก โดยใช้วิธีหลอกแต่ทำไม่ได้ เลยเปลี่ยนวิธีทำพี่น้องไทยมุสลิมหวาดกลัว ทั้งลอบวางระเบิด ลอบฆ่าเจ้าหน้าที่ ทำร้ายไม่เลือก วิธีการของคนร้ายได้สั่งให้ไปยิงเจ้าหน้าที่ จะยิงเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนที่เหลือจะให้กองกำลังที่เขาจัดตั้งเอาไว้ หาโอกาสโจมตีเจ้าหน้าที่ เมื่อเผลอเขาจะไปทำร้าย มีหลายคนที่เรารู้ตัวว่าคนนี้เกี่ยวข้อง แต่เรายึดถือกฎหมายเป็นหลัก เราไม่ได้ทำงานแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ไปจับตัวอย่างไม่มีเหตุผลนั้นไม่ได้” รองผบ.ทบ. กล่าว
รองผบ.ทบ. กล่าวต่ออีกว่า กฎหมายพิเศษที่ใช้ในพื้นที่ภาคใต้ ฟังดูแล้วเป็นกฎหมายที่หนัก เช่น กฎอัยการศึก และ พรก.ฉุกเฉิน แต่กฎหมายที่นำมาใช้ก็แค่เพียงมาตราเดียว โดยกฎอัยการศึกใช้ในเรื่องปิดล้อม ตรวจค้น ไม่ต้องรอหมายศาล ส่วน พรก.ฉุกเฉิน ใช้แค่สอบปากคำได้ 30 วัน ส่วนเรื่องเคอร์ฟิวนั้น ทั้งสองกฎหมายสามารถประกาศใช้ได้ แต่การใช้นั้น ไม่ได้ใช้แบบหลับหูหลับตาใช้แน่นอน ต้องคำนึงถึงประชาชนในพื้นที่ สิ่งที่เราพยายามทำอยู่ ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ จะใช้ชีวิตปกติเหมือนใน กทม.ไม่ได้ เพราะมันอันตราย หากเข้มงวดมากก็ต้องพูดกันเยอะหน่อย แต่ประชาชนก็ให้ความร่วมมือ
“พอมีเรื่องเคอร์ฟิวขึ้นมาก็มีคนโจมตีว่า กระทบต่อศาสนกิจ ซึ่งเราทำอย่างนั้นไม่ได้แน่นอน เคอร์ฟิว เพราะมีข้อยกเว้นอยู่แล้ว เราคิดกันแล้ว คงไม่ประกาศกันเต็มพื้นที่ หรือ เต็มอำเภอ คงจะเป็นเส้นทางถนนมากกว่า อาจจะมีการจำกัดการใช้ถนนเส้นนี้ ใครจำเป็นที่ต้องสัญจรไปมาก็ต้องมาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ แต่ถ้าใครไปแล้วไม่บอกกับเจ้าหน้าที่ แสดงว่า คือ พวกโจร ซึ่งจะสามารถแยกกันง่าย สิ่งที่พูดเป็นการบอกเล่า ไม่ได้มีการประกาศใช้ ถ้าจะประกาศเคอร์ฟิวจะต้องมีปัจจัยในการพิจารณามา รัฐบาลก็ยังไม่ได้สั่งการอะไรทั้งสิ้น” รองผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ต้องเข้าใจว่า เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง จะต้องเดือดร้อนบ้าง เพราะมาตรการที่ออกมาก็เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งวันนี้พี่น้องใน 3จังหวัดภาคใต้ มีการปรับตัวและเข้าใจมากขึ้น ซึ่งเราจะต้องมีการต่อสู้กันอย่างนี้ต่อไป การใช้วิธีกองโจรเพื่อพยายามดึงพวกนี้ไปเป็นพวกแต่ไม่สำเร็จ ก็เหลือวิธีเดียวคือการสร้างความหวาดกลัว ยุทธศาสตร์ในการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความสำเร็จ เขาไม่สามารถแย่งชิงประชาชนไปได้
“การแก้ไขปัญหาทุกส่วนต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ทหารแก้ไขคนเดียวคงไม่สำเร็จ ทั้งนี้ เราบังคับใช้กฎหมายในทุกพื้นที่ ตอนนี้ยังไม่เสียดินแดน แต่ถ้าชะล่าใจ เสียดินแดนแน่ในอนาคต เมื่อไหร่ลงประชามติก็เรียบร้อย แต่เราคงไม่ยอม ก็สู้กันจนตาย แต่การจะสู้กันจนตาย ต้องทำให้พี่น้องมุสลิมเข้าใจ สู้กับผู้ร้ายนิดเดียวไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่เขาใช้วิธีหมาลอบกัด” รองผบ.ทบ. กล่าว



