
ลอบกัด!จวกตั้ง'ธิดา'วางแผนศึกษาไทย
'ชวนนท์' ซัด 'สุชาติ' ลอบกัดการศึกษาไทย ตั้ง 'ธิดา' วางแผนการศึกษา จี้รบ.ขอสหรัฐจับกุม 'แม้ว' ท้า 'กิตติรัตน์' โชว์ข้อมูลขายข้าว เชื่อรัฐยื้อเวลาพิจารณาร่างพรบ. ยื่นหนังสือผู้ตรวจฯ เอาผิด 'ธาริต-นิรันดร์'
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่มีการแต่งตั้งอนุกรรมการสภาการศึกษา โดยมีนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. เข้าเป็นคณะอนุกรรมการวางแผนการศึกษา ว่า ตนไม่เคยดูถูกความคิดของบุคคลใด แต่การที่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษา แต่งตั้งประธานนปช. เข้าเป็นอนุกรรมการวางแผนการศึกษานั้น เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เนื่องจากนางธิดา มีแนวคิดต่อต้านประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมีแนวคิดที่เป็นอันตรายต่อประเทศชาติ ในการที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของสังคมไทย
"พรรคประชาธิปัตย์ ขอประณามการกระทำของรมว.ศึกษาฯ และขอให้เร่งทบทวน อย่านำเรื่องการเมืองมาปะปนกับเรื่องการศึกษาของชาติ เพราะจะทำให้บุคคลเหล่านี้เขาไปปลูกฝังการศึกษาให้กับเด็ก ถือว่าเป็นแนวคิด ลอบกัดการศึกษา และมอมเมาเยาวชน" นายชวนนท์ กล่าวและว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต่อต้านอย่างถึงที่สุด โดยจะใช้ช่องทางทางรัฐสภา ตรวจสอบเพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อความมั่นคง
จี้ รัฐ ออกคำร้องจับกุม 'แม้ว'
นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีนายวอเตอร์ เอ็ม บราวโนเลอร์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายสื่อสารมวลชนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ออกมาระบุถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สามารถขอวีซ่าเดินทางเข้าสหรัฐฯนั้น เป็นเรื่องของกองตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น รวมถึงถ้ารัฐบาลไทยทำเรื่องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนก็สามารถดำเนินการได้ ว่า ตนอยากถามว่า ทำไมรัฐบาลไทยถึงยังนิ่งเฉย ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ดำเนินการประสานขอความร่วมมือกับทุกประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ จนทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ แต่ขณะนี้เหตุใดสถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในบัญชีตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ถึงเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากสหรัฐฯ ก็รับรู้มาโดยตลอดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักโทษ ที่รัฐบาลไทยต้องการตัว หรือสหรัฐฯ คิดไปเองว่าเมื่อน้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงทำให้สถานะเปลี่ยนแปลงไป
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนที่ถูกต้องที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องทำ คือ เมื่อรัฐบาลรู้ที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ชัดเจนว่าอยู่ในสหรัฐฯ ก็ควรดำเนินการประสานไปยังทางการสหรัฐฯ ในทันที โดยกระทรวงการต่างประเทศต้องไปยื่นต่ออัยการสูงสุดเพื่อให้ออกคำร้องจับกุมตัวชั่วคราว พ.ต.ท.ทักษิณ และส่งคำร้องดังกล่าวไปยังสถานทูตไทยในสหรัฐฯ เพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่กรฺงวอชิงตัน เพื่อให้มีผลทางปฏิบัติ ส่วนสหรัฐจะปฎิบัติอย่างไรก็อยู่ที่สหรัฐ และหากรัฐบาลไม่ดำเนินการ เราก็มีช่องทางกฎหมาย โดยฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมหลักฐานที่จะดำเนินการกับราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ท้า 'กิตติรัตน์' โชว์ข้อมูลขายข้าว
นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ออกมาระบุว่า ความเสียหายที่เกิดจากนโยบายรับจำนำข้าวมีน้อยกว่าโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า ตนขอเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงการประกันรายได้และโครงการรับจำนำว่า ในโครงการประกันรายได้ ใช้เงินประมาณ 6 หมื่นล้านบาท โดยที่เกษตรกรได้รับประโยชน์ 4 ล้านครัวเรือน และเป็นการจ่ายเงินตรง ผ่านธนาคารธกส. ขณะที่โครงการรับจำนำข้าว ใช้เงินกว่า 7 หมื่นล้านบาท แต่เกษตรกรได้ประโยชน์ไม่ถึง 2 ล้านครอบครัว และเงินตกเบี้ยใบ้รายทางให้กับโรงสี พ่อค้าคนกลาง และเกษตรกรรายใหญ่ ดังนั้นการที่นายกิตติรัตน์ พยายามบอกว่า ความเสียหายในโครงการรับจำนำไม่น่าเกิน 5 หมื่นล้านบาท นั้น ตนอยากขอท้าให้นายกิตติรัตน์ เปิดเผยข้อมูล ว่าขายข้าวจีทูจี หรือแบบรัฐต่อรัฐ ให้แก่ผู้ใดบ้าง และขายในราคาเท่าไหร่ และหากขาดทุนมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท ตนขอให้นายกิตติรัตน์ ลาออกจากครม.พร้อมกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ในทันที
'ณัฏฐ์' เชื่อ รัฐบาลยื้อเวลาพิจารณาร่างพ.ร.บ.10 ฉบับ
นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมา ว่า จากการหารือกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) มีความเห็นที่จะให้ผ่านร่างกฎหมายทั้ง 5 ฉบับ แต่การประชุมสภาฯที่ผ่านมากลับผ่านได้เพียง 3 ฉบับเท่านั้น ซึ่งตนเชื่อว่า เป็นความพยายามยื้อการพิจารณากฎหมายทั้ง 10 ฉบับให้ผ่านอย่างช้าที่สุด เพื่อชะลอการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปอรงดองฯ เพื่อให้ฝ่ายค้านได้ทบทวนว่าร่างพ.ร.บ.ปรองดองฯ มีความสำคัญ ซึ่งฝ่ายค้านไม่ได้ขัดขวางการปรองดอง แต่พฤติกรรมการแสดงออกของพรรคเพื่อไทยยังไม่มีความเข้าใจพ.ร.บ.ปรองดองฯ อย่างแท้จริง เพราะยังคงมีการละเมิดกฎหมายอยู่ และที่เห็นได้ชัดคือไม่สามารถทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเท่าเทียมได้ และการบริหารงานของรัฐบาลก็ไม่ยอมรับฟังความเห็น แต่พยายามโยนความผิดให้ผู้อื่น หากยังเป็นเช่นนี้การปรองดองก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ทีม กม.ปชป.บุกยื่นหนังสือผู้ตรวจการแผ่นดิน เอาผิด 'ธาริต-นิรันดร์'
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกหนังสือเรียกตัวผู้ที่เคยบริจาคเงินช่วยหลือน้ำท่วมเมื่อปี 53 ในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลให้มาให้ปากคำว่า ไม่ทราบว่า พ.ต.อ.นิรันดร์ ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ถือว่าร่วมกันกระทำผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะอำนาจการสอบสวนคดีดังกล่าวเป็นอำนาจของกกต. เนื่องจากกระบวนการรับบริจาคผ่านพรรคการเมืองจะผิดกฎหมายหรือไม่ องค์กรที่มีหน้าโดยตรงตามกฎหมายคือ กกต. แต่ พ.ต.อ.นิรันดร์ กลับอ้างว่าเรื่องดังกล่าวสอบสวนโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา23/1 และมาตรา 24 ของพ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ แต่หากไปดูในมาตรา 21 ที่ระบุว่าดีเอสไอจะดำเนินการได้ต้องเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายที่กำหนดตามบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ. ซึ่งเมื่อไปตรวจสอบดู พบว่ามีความผิดทั้งหมด 37 รายการ แต่ไม่มีรายการไหนที่เกี่ยวกับเรื่องพรรคการเมืองเลย ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติมากล่าวหาว่าผู้บริจาคทำผิด กล่าวหาว่าพรรคทำผิด ทั้งที่เป็นอำนาจของกกต.ในการสอบสวน
"ผมและส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 15 คน ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียได้ทำหนังสือที่จะไปยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันนี้ (10 ส.ค.) เวลา 11.30 น. ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่าการกระทำของ พ.ต.อ.นิรันดร์และนายธาริตมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะได้กระทำการนอกเหนืออำนาจตัวเอง ดีเอสไอไม่มีอำนาจตามบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ. ซึ่งจะเสนอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอเรื่องไปให้ศาลปกครอง เพื่อสั่งยกเลิกการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ตัวเอง สั่งให้ พ.ต.อ.นิรันดร์และนายธาริตหยุดการกระทำการในการสอบสวนดังกล่าว"
นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า โดยเจตนาของ พ.ต.อ.นิรันดร์และนายธาริตที่เรียกผู้บริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมที่ผ่านพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นการข่มขู่ประชาชนที่มาสนับสนุนและทำงานการเมืองโดยสุจริต ทำให้ประชาชนไม่กล้ามาเยี่ยมหรือร่วมกิจกรรมใดๆ กับพรรค อย่างไรก็ตาม หากยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้วพ.ต.อ.นิรันดร์ยังดึงดันไม่ยอมยุติ ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความชอบธรรมจะดำเนินการตามกฎหมายในช่องทางที่เห็นสมควรต่อไป



