
จัดตร.5นายจำโรงสีกัน'ทุจริตจำนำข้าว'
ดีเอสไอตรวจโรงสีจำนำข้าวนาปรัง สนองนโยบายรัฐบาลใช้ตำรวจประจำทุกจุดจำนำ ดีเดย์ขอนแก่นพร้อม 11 จุด ใช้กำลังตั้งแต่ตำรวจระดับรองผู้กำกับจนถึงประทวนจุดละ 5 นาย
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 ส.ค.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เดินทางพร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รอง ผบช.ภาค 4 และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ตรวจโรงสีข้าวชัยมงคล บริษัท เค.ซี.รุ่งเรืองการเกษตร จำกัด โรงสีโครงการรับจำนำข้าวนาปรัง และได้ทำการตรวจสอบการวัดความชื้นข้าวที่เกษตรกรนำมาจำนำ
นายธาริต เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการเพื่อกำกับการให้ 3 หน่วยงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษและปปช. สนธิกำลังกันเพื่อทำการป้องกันปราบปรามการทุจริต 3 โครงการ โครงการทุจริตจำนำข้าว การทุจริตงบพัฒนาท้องถิ่น จังหวัดและการทุจริตเกี่ยวกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ใน 3 หน่วยได้มีการสนธิกำลังกัน
ถือเป็นปฐมฤกษ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและดีเอสไอได้ร่วมจัดกำลังไปประจำจุดที่มีการรับจำนำข้าว จุดรวมข้าวโรงสีที่รับจำนำ และโกดังเก็บข้าว โรงสีชัยมงคลนี้เป็นแห่งแรกของขอนแก่นและเป็นจังหวัดนำร่อง ที่มีการสนธิกำลังกันตั้งแต่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น การมาครั้งนี้ไม่ใช่การมาจับผิดแต่เป็นการมาตรวจตราตรวจเยี่ยม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเพื่อความสบายใจของพี่น้องเกษตรกรว่าโครงการรับจำนำที่โรงสีเป็นไปด้วยความโปร่งใส
การทำงานครั้งนี้ถือเป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งสองหน่วยงานจะมุ่งมั่นเพื่อให้เกิดความโปร่งใสสร้างความสบายใจให้กับพี่น้องประชาชน ว่าการรับจำนำข้าวจะปราศจากการทุจริต จุดโรงสีเป็นจุดสำคัญจะมีการทุจริตได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวัดความชื้น การชั่งน้ำหนัก ทางตำรวจขอนแก่นจะจัดกำลังตำรวจตั้งแต่ระดับรองผู้กำกับ รองสารวัตร และชั้นประทวน มาประจำเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วันนี้คือดีเดย์เป็นวันเริ่มต้นทั่วประเทศ ขอให้สบายใจได้ว่านโยบายของรัฐบาล สานต่ออย่างจริงจัง
ส่วนการทำผิดตอนนี้ข้อมูลกำลังหลั่งไหลเข้ามาจากากรร้องเรียนให้เบาะแส โดยเฉพาะกำลังตำรวจที่ประจำจุดจำนำจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จะมีการตรวจอย่างจริงทั้งเรื่องการวัดความชื้น การชั่งน้ำหนักที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามเมื่อได้กำลังหลักจาก สตช.ทั่วประเทศเชื่อว่าการทุจริตจะลดลงหรือไม่มีเลย เพราะว่าคนของสตช.อย่างน้อย 5 นายอยู่ใน 1,000 กว่าแห่งทั่วประเทศอย่างน้อยจะปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจัง
นายธาริต กล่าวอีกว่า ละจากการตรวจสอบโรงสีนำร่องที่ขอนแก่นพบว่ามีการปฏิบัติมีเครื่องมือถูกต้องไปตามขั้นตอนทุกประการและ ดีเอสไอฝากเตือนโรงสีรับจำนำข้าวทั่วประเทศให้ปฏิบัติตามกฎหมายเครื่องไม้เครื่องมือให้ถูกต้อง ถ้ามีการตรวจสอบพบก็จะมีการดำเนินคดีการทุจริต ความผิดฐานฉ้อโกง
พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รอง ผบช.ภาค 4 กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้ให้สภ.ที่มีจุดตั้งสถานที่จำนำข้าว ทั้ง 12 จังหวัด จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปประจำ 5 นายประกอบไปด้วยรองผู้กำกับ หน้าชุด 1 นาย สารวัตร 1 นาย รองสารวัตรและชั้นประทวน ไปเพื่อทำการตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีการทุจริตโดยมีการจัดทำคู่มือในการตรวจสอบ ซึ่งการปฏิบัติเริ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า เป็นนโยบายที่ได้ประสานกำลังกัน 3 ฝ่าย จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดแรกของโครงการ จะดำเนินงานกันอย่างเต็มที่ ขณะนี้ได้จัดกำลังตำรวจไปประจำที่โรงสี ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดแล้วในจังหวัดขอนแก่ โดยมีรองผู้กำกับ รองสารวัตรและชั้นประทวนอีก 3 นาย เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปราม ซึ่งโรงสีแห่งนี้เป็นแห่งแรกที่เริ่มดำเนินการ ต่อไปจะเพิ่มมาตรการเข้มงวดเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจัง
ด้านนายชัยศิริ ลีศิริกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทเค.ซี.รุ่งเรืองการเกษตร จำกัด เจ้าของโรงสีข้าวชัยมงคล เปิดเผยว่า โรงสีเป็นจุดรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังของจังหวัดขอนแก่น เดือนนี้ถือว่าเป็นปลายฤดูการผลิตข้าวเปลือกเข้ามาค่อนข้างน้อยช่วงที่ผ่านมามีการเก็บเกี่ยวไปแล้วช่วงเดือนเม.ย.ถึง พ.ค. โดนได้รับจำนำข้าวแล้ว 5,000 ตัน นำส่งไปแล้ว 4,000 ตัน ช่วงนี้เกษตรกรออกมาจำนำประปรายวันละ 1-2 ราย ประมาณวันละ 300-400 กก.เท่านั้น และจากการที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำที่โรงสี ตนไม่รู้สึกกังวลเพราะว่าเมื่อทำอย่างตรงไปตรงมา ทำดีอยู่แล้วไม่ต้องกลัวอะไร ดีเสียอีกที่มีคนมาคอยให้คำแนะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่มีโรงสีโครงการจำนำข้าวไปประจำทุกวันโดยใช้กำลัง 5 นาย นานจนสิ้นโครงการกลางเดือนกันยายน ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการดูแลทุกข์สุขประชาชน และจากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนทราบว่า แม้ว่าจะมีคู่มือตรวจสอบแต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องของการตรวจวัดความชื้นซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะ ทำให้มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าการที่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากถึง 5 นายไปประจำที่โรงสีไม่น่าจะเกิดประโยชน์ที่แท้จริง



