ข่าว

ส่อทุจริต!งบแก้น้ำท่วม3.5แสนล.

ส่อทุจริต!งบแก้น้ำท่วม3.5แสนล.

09 ส.ค. 2555

ภาคีต้านคอร์รัปชั่น ถล่ม 3.5 แสนล้าน "แก้น้ำท่วม" เปิดช่องทุจริต ชี้ใช้ "ประกาศเชิญชวน" แทน "ทีโออาร์" หวังเลี่ยงถูก ปปช. สอบ หวั่นทำไม่ดีเกิดบาดหมางระหว่างประเทศ

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 55  ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น (ภตช.) ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “งบน้ำท่วม 350,000 ล้านบาท รวดเร็ว คุ้มค่า โปร่งใส” โดยในงานนี้มีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรับฟังด้วย 3 คน ได้แก่ นายกรณ์ จาติกวณิช นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนายสรรเสริญ สมะลาภา ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเข้ามาเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ปรากฏว่านายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ไม่ได้มาร่วมงานตามคำเชิญแต่อย่างใด

           โดยนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า จากมติครม.ที่จะให้ใช้ระเบียบพิเศษในการดำเนินการ ซึ่งมติพิเศษนี้เราก็กังวลใจว่า ถ้ามีการยกเว้นระเบียบก็มักจะมีช่องโหว่และทำให้มีการทุจริตขึ้นได้อย่างที่หลายโครงการขณะนี้ที่สังคมข้องใจ จึงอยากเห็นการคุยกันและการพยายามอุดช่องว่างในการปฏิบัติ เชื่อว่าประชาชนทั่วไปอยากมีส่วนร่วมในการทำโครงการให้ประสบความสำเร็จ และเขาตรวจสอบได้ถ้าเป็นไปได้เพราะเป็นการใช้งบของพวกเราทั้งหมด 

           ด้านนายต่อตระกูล ยมนาค ประธานวิศวกรเพื่อชาติ กล่าวว่า ตนและกลุ่มวิชาชีพก่อสร้างได้มีความเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องติดตามเพื่อประโยชน์ของชาติ ซึ่งตนยังงงอยู่ว่า ที่เรียกว่าเป็นการประกาศเชิญชวนให้มารับข้อเสนอ แต่ไม่เรียกว่าเป็นทีโออาร์นั้น เป็นเพราะว่าถ้าเป็นทีโออาร์จะถูก ปปช.กระโดดลงจะจับเรื่องนี้ทันทีหรือไม่ ดังนั้นสมาคมวิศกรแห่งประเทศไทยมีการประชุมและอยากถามนี่ใช่ทีโออาร์ใช่หรือไม่ เป็นสัญญาจ้างบริษัทที่ปรึกษาใช่หรือไม่ และจะเป็นการจ้างผู้รับเหมาแบบเทิร์นคีย์ที่มาออกแบบและก่อสร้างด้วย หรือดีไซด์บิวส์

           "ซึ่งผมต่อต้อนแบบเทิร์นคีย์มาก แต่ประเทศไทยก็ใช้ในการสร้างสนามกีฬาที่ศูนย์ธรรมศาสตร์ เพราะการใช้เทิร์นคีย์มันเร็วแต่มันยาก ถ้าเป็นสิ่งที่ระบุไม่ชัดเจนเราอาจจะไม่ได้ของอย่างที่ต้องการ เช่น เจ้าของบ้านยังไม่รู้เลยว่าอยากได้บ้านแบบไหน ก็บอกผู้รับเหมา ผู้รับเหมาก็บอกเอามาห้าหมื่นบาท จากนั้นสิบวันก็เทิร์นคีย์ส่งกุญแจให้ด้วยการขุดรูให้อยู่ ซึ่งมันเกิดขึ้นจริงแล้วในประเทศไทย อันนี้เป็นสิ่งที่น่าห่วง จึงอยากถามว่า อันนี้เป็นสัญญาจ้างแบบเทิร์นคีย์หรือไม่"

 

จี้ทำ "ทีโออาร์" ให้ดี หวั่นกระทบระหว่างประเทศ

 

           "เพราะอ่านดูแล้วปลายเดือนมกราคม 56 นี้ จะได้ผู้รับเหมาเข้ามาแล้ว ถ้าทำทีโออาร์ไม่ดี ผมกลัวจะเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างประเทศ เพราะอย่างญี่ปุ่นเขาส่งคนมา 200 คน เพราะอยากได้งานนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี อเมริกาก็เข้ามา และบางประเทศมาเปิดออฟฟิศในไทยล่วงหน้าถึงครึ่งปี และก็ทำงานอื่นๆ ไปด้วยระหว่างรองานนี้"

           นายต่อตระกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนอยากให้ไปดูสัญญาระหว่างรัฐบาลจีนกับรัฐบาลไทย ที่มีการทำกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งเหมือนกับขั้นตอนที่กำลังมีการทำอยู่ในตอนนี้ว่าจีนจะช่วยให้คำปรึกษาร่วมมือเรื่องน้ำอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าสุดท้ายบริษัทจากจีนได้รับงานตนคิดว่าคงจะน่าเกลียด

 

เหน็บให้แก้ รธน.ยกเว้นกฎหมายที่ขัดขวางป้องกันน้ำท่วม

 

           นายต่อตระกูล กล่าวด้วยว่า ตนมองว่ากรมชลประทานยุคนี้มีอิทธิพลมาก เพราะสามารถให้เขื่อนที่สร้างไม่ได้สามารถสร้างได้ อาทิ เขื่อนแม่วงก์ และแก่งเสือเต้น ที่มีข่าวว่าจะมีการยกเว้นระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ซึ่งตนคิดว่าถ้าเช่นนั้นทำไมไม่แก้รัฐธรรมนูญแล้วระบุเลยว่า ให้ยกเว้นกฎหมายใดที่ขัดขวางการทำงานอย่างรวดเร็วของรัฐบาลเพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่อย่างไรก็ตาม โครงการป้องกันภัยพิบัติทุกอย่างมักมีข้ออ้างเยอะ ดังนั้นขั้นต้นต้องเปิดเผยข้อมูลว่าจะทำอะไร ไม่ใช่ว่าอ้างเร่งด่วนอย่างเดียว อย่างไรก็ตามตนอยากให้ดำเนินโครงการสำเร็จและใช้เงินนี้ให้โอกาสคนไทยทำงานมากกว่าต่างประเทศ อยากให้ใช้คนไทยเพราะเป็นเงินของเราเอง เพราะตอนนี้คนไทย วิศวกรไทยกำลังส่ายหัวที่ไม่มีวาสนาได้ร่วมงานนี้

 

"เสรี" ห่วงรัฐไม่ตกผลึก

 

           ขณะที่นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ กล่าวว่า ตนมองข้อดีของรัฐบาล คือมีความตั้งใจแต่ตนกังวลที่สุด คือคำตอบไม่ตกผลึก และการคัดเลือกบริษัทที่จะมาดีไซด์ & บิวท์ มันคัดเลือกยาก และจะเลือกยังไงเมื่อทุกคนเสนอมาหมด ดังนั้นต้องให้เวลาศึกษา อย่ากังวลว่าน้ำจะมาแล้วเร่งทำ เพราะไม่มีอะไรถาวรหรอก เพราะปี 2554 มาขนาดนี้ แล้วถ้าปี 2559 อาจจะมาอีกก็ได้ และน้ำอาจจะน้อยกว่า แต่ถ้าต่างคนต่างป้อง ต่างคนต่างกัน ความเสียหายอาจจะมากกว่าปี 54 ก็ได้แม้น้ำจะน้อยกว่า

 

ประเมินสถานการณ์หวั่นฝนตกใต้เขื่อน

 

           นายเสรี กล่าวอีกว่า ตนประเมินสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในปีนี้ไว้ว่า ถ้าฝนตกใต้เขื่อนจะเกิดอะไรขึ้น และถามว่าที่ขุดลอกคูคลองทำไมถึงประเมินการไหลของน้ำไม่ได้ เพราะไปถึงก็ขุดทันที แล้วก็วางว่าขนไปกี่รถก็จบ แล้วก็วางเงิน โดยที่ ปปช.ยังไม่ทันจะตรวจสอบ ดังนั้นถ้าถามว่าปีนี้น้ำจะไหลได้เท่าไร และขุดลึกไปเท่าไรก็ไม่รู้ ฉะนั้นยากมากที่จะประเมินว่าประสิทธิผลของการขุดลอกจะเป็นอย่างไร และสามเดือนนี้ คนที่จะมาให้คำตอบต้องลงไปประเมินสภาพปัจจุบันจากการขุดลอก คุณใช้เวลาสามเดือนมันไม่ทันหรอก

 

แฉ "อยุธยา - เชียงใหม่" ทำแผนผิดวัตถุประสงค์ ไม่โปร่งใส

 

           นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า มีข้อกังวลของหอการค้าไทยในการบริหารจัดการงบประมาณของรัฐบาล 1. การเข้าถึงงบประมาณในพื้นที่ต่างจังหวัดยังล่าช้า และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานตามที่ได้วางแผน (Action Plan.) เพื่อป้องกันน้ำท่วมยังดำเนินการล่าช้า 2. งบประมาณเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันอุทกภัย จำนวน 120,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลตั้งไว้ในส่วนของงบกลาง ขาดความชัดเจนในแผนการดำเนินงาน 3. การขุดลอกคูคลอง ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบว่า มีการดำเนินการไม่ถูกต้อง และมีความไม่ชอบมาพากล โดยที่อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า โครงการนี้ดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่เป็นการสร้างคันถนน คูคลอง เพื่อให้ประชาชนสัญจรในช่วงประสบปัญหาน้ำท่วม โดยที่อยุธยามีมูลค่าเงินในการขุดลอกคูคลอง จำนวน 100 ล้านบาท 4. อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า มีความไม่โปร่งใสในการประมูลงาน และการจัดซื้อจัดจ้างในการดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำปิง และมีการรุกล้ำพื้นที่แม่น้ำลำคลองโดยผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นขัดขวางการระบายของน้ำ เป็นสาเหตุของปัญหาน้ำท่วม ซึ่งปัญหาดังกล่าว ไม่สามารถร้องเรียน และแก้ไขได้ในระดับท้องถิ่นเพราะเกรงกลัวอิทธิพล 5. การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ และการทำประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าในโครงการ และการใช้งบประมาณ ให้ประชาชนทราบยังมีน้อยอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ตามต่างจังหวัด

 

"หอการค้า" จับตาเฝ้าระวังทุจริต ตลอดโครงการ

 

           นายสมเกียรติ กล่าวถึงแนวทางการร่วมแก้ไขปัญหาของหอการค้าไทยว่า 1. การใช้หอการค้าจังหวัดร่วมเป็นเครือข่ายในการสนับสนุนการดำเนินโครงการของรัฐบาล 2. การขอความร่วมมือจากสมาชิกหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการร่วมเป็นกระบอกเสียงช่วยกันประชาสัมพันธ์โครงการ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อโครงการของรัฐบาล และ 3. ตรวจสอบและติดตาม โครงการงบประมาณของรัฐ โดยภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งหอการค้าไทยได้วางโครงการ “หมาเฝ้าบ้าน” (watchdog) เพื่อป้องกันและจับตา ระแวดระวัง เฝ้าเตือนภัยแจ้งข้อมูลเบาะแสติดตามการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกภาคส่วนผ่านระบบ Social Network  และ โครงการ Collective Action ของภาคเอกชน โดยมีภารกิจเข้าร่วมปฏิบัติงานตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ  โดยจะเข้าร่วมสังเกตการณ์ ตลอดทั้งกระบวนการทำงานตั้งแต่ก่อนการจัดซื้อจัดจ้าง ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง จนถึงได้ผู้รับงานโครงการรัฐ เพื่อให้ทั้งกระบวนการทำงานมีความโปร่งใสชัดเจน และให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และนำเรื่องเสนอกับ ปปช.

 

เผยขุดคลองบังหน้าแค่ชั่วโมงเดียวเลิก

 

           ด้านนายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมวา ตนได้รับข้อมูลว่าการขุดลอกคูคลองบางโครงการเป็นแค่โครงการที่ขุดแค่บังหน้า โดยใช้เวลาขุด 1 ชั่วโมงแล้วก็เลิก จึงอยากสอบถามว่ารัฐบาลมีการติดตามหรือไม่ เพราะไหนไหนภาครัฐมีงบประมาณแล้วก็ต้องมีกลไกในการตรวจสอบ โดยอาจใช้เครือข่ายประชาชนในพื้นที่ติดตามโดยการให้เบอร์สายด่วนหากประชาชนพบความไม่ชอบมาพากล เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ส่วนงบประมาณ 3แสนล้านบาทนั้นต้องไม่ใช่การโปรยเงินเพื่อเป็นฐานเสียง

 

ปลัด ก.ทรัพย์ อ้าง "ลุ่มน้ำยม" คุมไม่ได้เหตุไม่มีเขื่อน

 

           ส่วนนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรักษาการเลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ(สบอช.)  หนึ่งเดียวที่เป็นตัวแทนจากรัฐบาลกล่าชี้แจงว่า ประเทศไทยมี 25 ลุ่มน้ำ ซึ่งเงินกู้ทั้งหมด 3.5 แสนล้านบาท จะอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่จำนวน 8 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง ป่าสัก เจ้าพระยาและท่าจีน จำนวน 3 แสนล้านบาท และ 17 ลุ่มน้ำที่เหลือจำนวน 4 หมื่นล้าน และอีกหมื่นล้านบาทเป็นในส่วนของยุทธศาสตร์ฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ที่มีนายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานคณะกรรมการฯ อย่างไรก็ตามแม่น้ำยมเป็นลุ่มน้ำเดียวที่ยังควบคุมไม่ได้เนื่องจากไม่มีเขื่อน

           "ทั้งนี้ในส่วนของแผนเร่งด่วนมีการดำเนินการหมดแล้ว และในปลายเดือนนี้รัฐบาลจะจัดงานแถลงข่าวใหญ่และมีนิทรรศการในเรื่องของการป้องกันน้ำท่วมโดยเฉพาะ มีการเปิดตัวเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นไอโฟน ชื่อแอพฯ "water4thai" และจะแถลงทีเดียวว่าเงินกู้ 1.2 แสนล้านจะเป็นอย่างไร ตรงจุดไหนยังไม่ดำเนินการและในเรื่องของพื้นทีรับน้ำนองที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบขณะนี้ทำเสร็จหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้ประกาศให้ทราบเท่านั้น"