
"เคอิโงะ"ออกทีวียันไม่ไปญี่ปุ่นรอพ่อโฟนอิน22พ.ค.
"เคอิโงะ" สมหวัง ถึงกรุงเทพฯ เตรียมพูดคุยกับพ่อชาวญี่ปุ่นในวันที่ 22 พ.ค. หลังผู้ว่าฯ พิจิตรจัดรถตู้เดินทางเข้าเมืองหลวงพร้อมป้า-เพื่อนๆ-คณะครู เจ้าตัวแสนดีใจ ตื่นตั้งแต่ตีห้า เก็บตุ๊กตาใส่กระเป๋าเดินทางไปฝากพ่อ เผยชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไร แค่เห็นหน้าพ่อสั
นับเป็นข่าวน่ายินดีอีกครั้ง ที่ความฝันของเด็กชายคนหนึ่งที่ต้องการพบหน้าพ่อจะกลายเป็นความจริงแล้ว ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ด.ช.เคอิโงะ ซาโต ลูกครึ่งญี่ปุ่นอายุ 9 ขวบ และนางปัทมา จตุพิศ ป้าของ ด.ช.เคอิโงะ ได้เก็บข้าวของใช้จำเป็นใส่ในกระเป๋าเดินทาง เพื่อเดินทางไปคุยกับ นายคัทซูมิ ซาโต บิดาชาวญี่ปุ่น หลังจากได้รับการประสานจากสถานทูตญี่ปุ่นว่า พ่อชาวญี่ปุ่นพร้อมจะพูดคุยผ่านระบบสื่อสารในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้
วันนี้บรรยากาศที่บ้านของ ด.ช.เคอิโงะ ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป็นไปอย่างคึกคัก ด.ช.เคอิโงะ ดูสดใสร่าเริงเป็นพิเศษขณะเก็บข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าเดินทาง โดยหนูน้อยไม่ลืมตุ๊กตาทหารที่เตรียมไว้ให้พ่อใส่กระเป๋าไปด้วย จากนั้น ด.ช.เคอิโงะ อาบน้ำแต่งตัว ใส่ชุดใหม่ที่นางปัทมาซื้อให้ในราคาชุดละ 199 บาท โดย ด.ช.เคอิโงะ แต่งตัวไปด้วยบ่นไปด้วยว่า นางปัทมา ผู้เป็นป้า ซื้อเสื้อผ้าให้แพงเกินไป เนื่องจากเงินหายาก
นอกจากนี้ ในช่วงเช้า ด.ช.เคอิโงะยังนำกระป๋องน้ำอัดลม ขวด เศษสิ่งเหลือใช้ที่เก็บมา นำไปขายให้คนรับซื้อของเก่า ได้เงิน 60 บาท เพื่อเตรียมเงินไปซื้อขนมระหว่างเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ขณะเดียวกันยังได้รับกล่องพัสดุ ซึ่งส่งมาจากนายวุฒิโรจน์ รัตนสิงห์ กงสุลไทยประจำประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งพัสดุเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น อีกทั้งมีเครื่องใช้ต่างๆ และยังมีข้อความเขียนมาในกระดาษจดหมายสอน ด.ช.เคอิโงะ ในการจะไปญี่ปุ่นต้องทำตัวอย่างไร
ด.ช.เคอิโงะกล่าวว่า ดีใจมากที่วันพรุ่งนี้ (22 พ.ค.) จะได้โทรศัพท์คุยกับพ่อแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้เห็นหน้า แต่ก็ภูมิใจมากที่มีโอกาสได้พูดคุยกับพ่อ รู้สึกตื่นเต้นมาก นอนไม่ค่อยหลับ เมื่อตื่นตอนเช้าก็รีบแต่งตัว เพื่อเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะได้คุยกับพ่อในวันรุ่งขึ้น
"ผมเตรียมของขวัญไว้ให้พ่อชาวญี่ปุ่นแล้ว คือ ตุ๊กตาแมวใส่ชุดทหารที่จะมอบให้พ่อ อีกทั้งอยากจะบอกกับพ่อว่า ถึงการที่พูดโทรศัพท์คุยกัน ผมก็ยังไม่ดีใจเท่าที่จะได้เห็นหน้าและตัวจริงของพ่อ ในชีวิตนี้ผมไม่ต้องการอะไร สิ่งเดียวที่ต้องการคืออยากเห็นหน้าพ่อสักครั้ง เพราะขณะนี้ผมจำหน้าพ่อไม่ได้แล้ว" ด.ช.เคอิโงะ กล่าว
ด.ช.เคอิโงะ กล่าวอีกว่า หลังจากคุยกับพ่อคงต้องกลับมาแก้บนหลวงพ่อเพชร พระคู่บ้านคู่เมืองพิจิตร ขณะเดียวกันทราบข่าวว่า มีลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ชื่อนารูมิ ฮามาดะ ตามหาพ่อชาวญี่ปุ่นเหมือนกัน รู้สึกสงสารพี่ที่มีชีวิตคล้ายกัน อยากจะบอกพี่นารูมิ ว่า ขอให้พี่อดทนและขออวยพรให้ตามหาพ่อเจอเหมือนตนขณะนี้ ที่มีโอกาสจะได้พูดโทรศัพท์กับพ่อ แต่ยังไม่ได้เห็นหน้า อยากให้พี่โชคดีเหมือนกัน
นางปัทมา จตุพิศ ป้าของ ด.ช.เคอิโงะ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเตรียมตัวพา ด.ช.เคอิโงะ ไปคุยโทรศัพท์กับนายคัทซูมิ พ่อชาวญี่ปุ่น ที่สถานทูตญี่ปุ่น ในวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งหลานชายตื่นตั้งแต่ตีห้า และมีอาการดีใจมาก โดยอาบน้ำไปพูดไปว่า พรุ่งนี้จะได้คุยโทรศัพท์กับพ่อแล้ว มีความสุขที่สุด
ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่โรงเรียนอนุบาลเมือง (ท่าหลวงสงเคราะห์) นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นำรถตู้ของบริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ที่ให้การสนับสนุน โดยมีนายตราชู กาญจนสถิตย์ ผู้อำนวยการสื่อสารการตลาด มารับ ด.ช.เคอิโงะ และนางปัทมา โดยมีนายชัยชนะ ศรีอุชา อาจารย์โรงเรียนอนุบาลวชิรบารมี ล่ามภาษาญี่ปุ่น น.ส.พัชรี แทนปั้น ครูประจำชั้นโรงเรียนอนุบาลเมือง น.ส.จินดา ศรีหิรัญ ครูโรงเรียนอนุบาลเมือง ส่วนการเดินทางครั้งนี้ ด.ช.เคอิโงะ ได้ชวนเพื่อนสนิทที่อยู่ชั้น ป.4 เดินทางไปด้วย คือ ด.ช.อเนก พรมเมือง ด.ช.นัฐพล เอี่ยมอุไร ด.ช.ปัญญา จตุพิศ เพื่อให้เพื่อนได้รู้ว่าจะได้พูดคุยกับพ่อทางโทรศัพท์
ส่วนบรรยากาศบริเวณโรงเรียนอนุบาลเมือง บรรดาอาจารย์และเพื่อนๆ หลายคนได้ร่วมส่ง ด.ช. เคอิโงะ ขึ้นรถ พร้อมกับโบกมือและอวยพรขอให้โชคดี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น หน่วยงานทุกหน่วยที่ร่วมมือกันช่วยเหลือ ด.ช.เคอิโงะ ให้ได้พบและพูดคุยกับพ่อ หลังจากที่รอความหวังมานาน
ต่อมาในช่วงเย็นรถตู้พา ด.ช.เคอิโงะ เดินทางมาถึงกรุงเทพมหานคร โดย ด.ช.เคอิโงะ พร้อมป้า และเพื่อน ๆ รวมทั้งคณะครูได้เข้าพักที่โรงแรมเรดิสัน ซอยแสงจันทร์ ถนนพระราม 9 ห้วยขวาง กรุงเทพฯ จากนั้นวันที่ 22-23 พฤษภาคม จะเข้าพักที่โรงแรมริเวอร์ไซค์ เชิงสะพานซังฮี้ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ เมื่อ ด.ช.เคอิโงะ ได้พูดคุยโทรศัพท์กับพ่อชาวญี่ปุ่นแล้วจะเดินทางไปเที่ยวสวนสนุกดรีมเวิลด์ เนื่องจากยังไม่เคยได้เที่ยวสวนสนุกดังกล่าว
ด้านความคืบหน้าภายหลัง น.ส.นารูมิ ฮามาดะ หรือ น้องยุ้ย อายุ 18 ปี เด็กสาวหูพิการ จ.เชียงใหม่ พร้อมแม่ได้ร้องขอสื่อช่วยตามหา นายเรียวอิจิ ฮามาดะ พ่อชาวญี่ปุ่น ที่พลัดพรากกันมานานกว่า 15 ปี วันเดียวกันเมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.นารูมิ พร้อมด้วยมารดา คือ นางสังวาลย์ บำรุง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้นำหลักฐานทั้งใบสูติบัตร พร้อมภาพถ่ายนายเรียวอิจิ ฮามาดะ บ้านเดิมอยู่ที่เลขที่ 1677-2 ต.อเนงาซากิ อ.อิจิฮาราชิ จ.ชิบาเคน เข้าพบนางจุนโกะ โยโคะตะ กงสุลใหญ่ญี่ปุ่นใน จ.เชียงใหม่ ให้ช่วยติดตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น โดย น.ส.นารูมิ และมารดา ใช้เวลาพูดคุยกับนางจุนโกะนานกว่า 1ชั่วโมง ก่อนที่ทั้งสองแม่ลูกจะเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมากขึ้น เพราะสถานกงสุลรับเรื่องไว้และรับปากจะช่วยติดตามข้อมูลให้
นางสังวาลย์กล่าวว่า กงสุลญี่ปุ่นรับเรื่องไว้แล้ว และรับปากว่าจะช่วยประสานข้อมูลในการติดตามหานายเรียวอิจิ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะดำเนินการให้ได้ในระยะเวลาเท่าใด ซึ่งทางครอบครัวก็จะรอ เพราะอย่างน้อยก็มีความหวังเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ยังยืนยันคำเดิมว่า ไม่ได้ร้องขออะไร นอกจากให้ลูกมีโอกาสได้ทราบว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น เพราะช่วงที่นายเรียวอิจิขาดการติดต่อเป็นช่วงที่ประเทศญี่ปุ่นมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้น จึงอยากรู้ว่าสามียังมีชีวิตอยู่หรือไม่
ด้าน น.ส.นารูมิ กล่าวผ่านสื่อมวลชนเพื่อฝากผ่านไปยังผู้เป็นพ่อที่ประเทศญี่ปุ่นเพียงประโยคเดียวสั้นๆ ว่า “อยากเจอพ่อมาก”
นางชญาดา กาวีวงศ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าว น.ส.นารูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานพัฒนาสังคมจังหวัดเข้าไปติดตามตรวจสอบข้อมูลจากแม่และลูกสาวรายนี้ที่บ้านทันที เบื้องต้นได้ช่วยเหลือมอบทุนการศึกษาจำนวน 1,500 บาทก่อน ส่วนระยะยาวทางจังหวัดอาจจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือที่เกี่ยวเนื่องกับความพิการทางหู รวมถึงเรื่องการช่วยเหลือติดตามหาพ่อของเด็กด้วย
ในเวลา 20.30 น. ด.ช.เคอิโงะ ได้ไปออกรายการที่สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น โดยยืนยันว่าไม่ไปญี่ปุ่น ไม่อยากไป อยากให้พ่อมาอยู่กับหนู ผู้ดำเนินรายการถามว่าถ้าไปเยี่ยมพ่อจะไปหรือไม่ ด.ช.เคอิโงะ ก็ยังยืนยันว่าไม่ไป อยากให้พ่อมาเยี่ยม และถ้าพบหน้าพ่อก็จะไม่ถามอะไร นอกจากถามว่าพ่อทำงานอะไร บอกว่าหนูรักพ่อและมอบตุ๊กตาให้เท่านั้น
"อยากให้พ่อมาหา หาหนูแค่แป๊บเดียวก็ได้ ไม่เคยโกรธพ่อ เพราะพ่อเป็นผู้ให้กำเนิดเรามา" ด.ช.เคอิโงะ กล่าว
ด.ช.เคอิโงะ กล่าวอีกว่า โตขึ้นอยากเป็นหมอ เพราะรักษาคนได้ทุกโรค ไม่ว่าโรคใดก็รักษาได้ ส่วนที่คนไทยทั้งประเทศให้กำลังใจนั้น ด.ช.เคอิโงะ บอกว่าโตขึ้นจะเป็นเด็กดี



