
ซิ่งสยองหลบทางเบี่ยงพลิกค่ำถูกย่างสด2ศพคารถ
ซิ่งสยองหลบทางเบี่ยงพลิกค่ำถูกย่างสดสองศพคาซากรถ ส่วนอีกรายเจ็บสาหัส
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 21 พ.ค. 52 ร.ต.ท.ทวีทรัพย์ เล็กประเสริฐ ร้อยเวร สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเสียหลักพุ่งชนแผ่นปูนกั้นกลางถนนพลิกคว่ำไฟลุกท่วม ที่บริเวณถนนบางนา-ตราดขาเข้านครบาล หลักกิโลเมตรที่ 9 หมู่ 7 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีผู้เสียชีวิตสองคนติดคาอยู่ในซากรถที่ไฟกำลังลุกท่วม หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลบางพลีใหญ่จำนวน 2 คันเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นช่องทางด่วนขาเข้านครบาล ซึ่งตรงบริเวณที่เกิดเหตุมีการปิดกั้นถนนเพื่อยกคานเหล็กก่อสร้างคอเชื่อมสะพานทางพิเศษบูรภาวิถี วงแหวนสุขสวัสดิ์ ที่บริเวณช่องกลางถนนได้พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์เก๋งยี่ห้อ วอลโว่ ไม่ทราบรุ่นและสี หมายเลขทะเบียน พบ-5431 กรุงเทพมหานคร
ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 5 เมตร ได้พบผู้บาดเจ็บถูกไฟลุกท่วมตัวนอนตระเกลียดตระกายอยู่กับพื้นถนนเพื่อดับเปลวไฟ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจึงให้การช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลปิยะมินทร์
ต่อมาทราบชื่อว่านายนัฐพล ถึงศรีปั้น อายุ 32 ปี นักศึกษาภาคค่ำของวิทยาลัยช่างศิลป์ลาดกระบัง มีบาดแผลถูกไฟลวกทั้งตัวอาการสาหัส ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำอยู่นานว่าประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงสงบ เนื่องจากรถคันดังกล่าวใช้เชื้อเพลิงเป็นแก๊ส แอลพีจี ซึ่งมีถังติดตั้งอยู่ด้านท้าย ได้พบว่าภายในซากรถคันดังกล่าวมีศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน เป็นหญิง 1 ชาย 1 ถูกไฟเผาผลาญจนดำเป็นตอตะโก ศพผู้หญิงไม่ทราบชื่อนั่งอยู่ที่เบาะหน้าด้านคนขับ ส่วนศพของชายทราบชื่อ นายชณัท ถึงศรีปั้น อายุ 30 ปี อยู่เลขที่ 988 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเสียชีวิตอยู่ในตำแหน่งเบาะด้านหลังคนขับ เจ้าหน้าที่จึงได้มอบศพทั้งสองให้มูลนิธินำส่งชันสูตรสถาบันนิติเวช
จากการสอบสวน นายกิติพันธ์ บุญสุข อายุ 22 ปี ซึ่งยืนถือกระบองไฟฟ้าโบกรถอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้ให้การว่า ในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ตนได้รับคำสั่งจากนายจ้างซึ่งเป็นบริษัทที่มารับเหมายกคานเหล็กเพื่อเชื่อมต่อสะพานทางด่วนพิเศษสายดังกล่าว ให้มาคอยยืนระบายในจุดที่ปิดกั้นถนนให้รถวิ่งออกไปใช้ทางเบี่ยงทางด้านซ้าย ในขณะที่ตนกำลังโบกระบายรถให้เบี้ยงออกทางซ้ายได้พบเห็นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วสูงทางด้านเลนขวาพอมาถึงทางเบี่ยงซ้าย ซึ่งในขณะนั้นมีรถบรรทุกจำนวนมากที่วิ่งอยู่บนถนนทางด่านช่องทางด้านซ้าย
ในจังหวะที่รถเก๋งคันดังกล่าววิ่งมาถึงที่เกิดเหตุได้เหยียบเบรกกะทันหัน เนื่องจากเบี่ยงรถเข้าช่องทางด้านซ้ายไม่ได้ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนแผ่นปูนที่กั้นอยู่ขอบทางช่องกลางถนนอย่างแรงทำให้รถเกิดพลิกคว่ำข้ามแผนปูนเข้ามาที่ร่องกลางถนนก่อนที่ไฟจะลุกท่วมรถคันดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ผู้บาดเจ็บที่นั่งมาในรถด้านหน้าได้ตะเกลียดตระกายออกมาจากรถในสภาพไฟลุกท่วมตัววิ่งกระเสือกกระสนหนีตายออกมากลิ่งอยู่กับพื้นถนนพยายามจะดับไฟ ตนจึงได้รีบเข้าไปให้การช่วยเหลือก่อนแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า รถเก๋งคันดีงกลาววิ่งมาด้วยความเร็วสูงพอมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งมาการปิดถนนทางด้านช่องทางด่วนและเบี่ยงให้รถออกไปใช้เส้นทางคู่ขนาน แต่ผู้ตายอาจมองไม่เห็นจึงเหยียบเบรกกะทันหันเสียหักพุ่งชนแผนปูนก่อนพลิกคว่ำส่วนที่ทำให้ไฟลุกท่วมรถคันดังกล่าวเนื่องใช้แก๊สแอลพีจี เป็นเชื้อเพลิง จึงทำเพลิงลุกไหม้ขึ้นดังกล่าว



