
ฝนชุก!ปภ.เตือนระวังดินโคลนถล่ม
ฝนตกดินสไลด์ปิดถนน ปภ.พิษณุโลกสั่งเฝ้าระวังหมู่บ้านเสี่ยงดินโคลนถล่ม ด้าน จ.น่าน น้ำป่าหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ เตือน 9-10 ส.ค. อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม จ.น่าน เชียงราย พะเยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 55 มีฝนตกหนักต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะเขต อ.นครไทย และ อ.ชาติตระการ มีฝนตกลงมาตลอดทั้งวัน ที่ถนนนครไทย-ด่านซ้าย ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้เกิดดินสไลด์ลงมาทับผิวทางจราจร 1 ช่องทาง ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย ได้ใช้รถไถเกรดดินออก การสัญจรสามารถผ่านได้ตามปกติ พร้อมตั้งสัญญาณเตือนให้ผู้ใช้ถนน นครไทย-ด่านซ้าย ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากฝนที่ตกลงมา ส่งผลให้ดินสไลด์มาคลุมผิวจราจร แม้ว่าจะใช้รถเกรดดันออกแล้ว แต่ผิวจราจรในช่วงนี้จะลื่นมาก
นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ถนนสายนครไทย-ด่านซ้าย บริเวณต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก มักประสบปัญหาดินสไลด์ลงมาปิดทับผิวทางจราจรเป็นประจำในช่วงฤดูฝน เนื่องจากตลอดแนวถนน ตั้งอยู่เชิงเขาที่มีสภาพสูงชัน ลักษณะดินช่วงนั้นจะยุ่ยมาก เป็นลูกรังปนทราย เมื่อมีฝนตกลงมากมาก ก็มักจะไหลลงมาปิดทับผิวทางจราจร และมีการเฝ้าระวังในจุดนี้เป็นประจำ ทั้งเครื่องจักรของแขวงการทางพิษณุโลก และการเฝ้าระวังโดยผู้นำท้องที่และตำรวจประจำตำบลบ่อโพธิ์ หากเกิดเหตุการณ์ดินสไลด์ ลงมา ก็จะใช้เครื่องจักร รถไถ ดันดินที่ปิดทับผิวทางออก และท้องถิ่นจะทำป้ายเตือนให้ผู้ใช้ถนนใช้ความระวังเป็นพิเศษ ถนนจะลื่นมาก ด้วยดินโคลนที่ปกคลุม ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้ขออนุญาตกับกรมอุทยานฯ เพื่อปรับความชันของภูเขาในแนวถนนให้ชันลดลง แต่ยังไม่ได้รับการอนุญาตจากกรมอุทยานฯ ถนนเส้นนี้ จึงต้องใช้มาตรการเฝ้าระวังจากผู้นำชุมชนในพื้นที่ และสามารถเคลียร์เส้นทางให้สามารถใช้สัญจรได้ในเวลาอันรวดเร็ว
สำหรับการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจากปัญหาดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากของจังหวัดพิษณุโลกในช่วงฤดูฝนปี 2555 นายบุญยิ่ง เปิดเผยว่า ตามข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี จังหวัดพิษณุโลกมีหมู่บ้านเสี่ยงภัย 111 หมู่บ้าน ขณะที่พื้นที่ที่ปภ.พิษณุโลก ห่วงจริงๆ มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น และมีการเฝ้าระวังจากการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนและมาตรการเตือนภัยในพื้นที่ ได้แก่ หมู่บ้านในแถบ ต.บ่อโพธิ์ และ ต.นครชุม อ.นครไทย ที่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก และหมู่บ้านในเขต ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ที่เสี่ยงต่อปัญหาน้ำป่าไหลหลาก และนับจากเริ่มฤดูฝนเป็นต้นมา พื้นที่เสี่ยงเหล่านี้ ยังไม่ประสบปัญหา เนื่องจากฝนยังตกไม่มาก ปีนี้เพิ่งวัดปริมาณฝนสูงสุดได้ที่ อ.เนินมะปราง ตกลงมาวันเดียววัดได้ 70 มิลลิเมตร
น่าน - ฝนตกหนักน้ำป่าหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร 6 หมู่บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากฝนตกหนักทั้งคืน ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่อำเภอปัว วัดได้ 117.8 มิลลิเมตร อำเภอสองแคว , อำเภอสันติสุข วัดได้ 6.6 มิลลิเมตร ส่งผลให้น้ำป่าล้นตลิ่งไหลบ่าท่วมบ้านเรือน 6 หมู่บ้าน 2 ตำบล บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ 150 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตร 200 ไร่
นายเอกกฤต จิตตางกูร รักษาราชการแทน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานวิทยุด่วนมาก จากนายศรีสุรินทร์ จำปา ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนนายอำเภอ ท่าวังผา จ.น่าน ว่า เมื่อคืนวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ทิศเหนือของจังหวัดน่าน ทั้งคืน จนรุ่งเช้าวันนี้ (9 ส.ค.) และในเวลา 06.00-10.30 น. เกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรบางส่วน 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน ณ บ้าน นาทราย หมู่ที่ 2 บ้านพ่อ หมู่ที่ 3 บ้านฮวก หมู่ที่ 4 บ้านห้วยม่วง หมู่ 1 ต.แสนทอง และบ้านเชียงแล หมู่ที่ 4 , 6 ต.ริม อ.ท่าวังผา จ.น่าน
จากการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น มีบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบประมาณ 150 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรประมาณ 200 ไร่ ปัจจุบันน้ำได้ลดลงเข้าสู่ปกติ ทางอำเภอท่าวังผา ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ทั้ง 2 ตำบล สำรวจความเสียหายเบื้องต้นแล้ว ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป ปริมาณน้ำฝนที่อำเภอปัววัดได้ 117.8 มิลลิเมตร อ.สองแคว , อ.สันติสุข วัดได้ 6.6 มิลลิเมตร
ฝนถล่มน้ำปายล้นตลิ่งไหลท่วมพื้นที่
นายสมพร ชวฤทธิ์ นายกเทศบาลตำบลปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อเช้ามืดวันที่ 9 ส.ค. แม่น้ำปายได้เพิ่มระดับสูงขึ้นจนเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมในพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลปาย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ริมแม่น้ำปายซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ลดระดับลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ ทต.ปายได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายแล้วแต่เบื้องต้นไม่มีรายงานว่ามีบ้านเรือนหรือ ทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย
ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมคาดว่าเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมาจนดินบนภูเขาในพื้ทนี่ต้นน้ำ อุ้มน้ำไม่ไหวทำให้น้ำทะลักลงแม่น้ำปายและไหลทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ แม้ขณะนี้ปริมาณน้ำจะลดระดับลงและฝนก็หยุดตกแล้วแต่ ท้องฟ้ายังมืดครึ้มเกรงว่าฝนจะตกซ้ำลงมาอีกจึงได้ประสานและสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เตรียมความพร้อมรับมือ รวมทั้ง ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต้นน้ำเพื่อแจ้งเตือนหากเกิดฝนตกหนักซ้ำอีก
ชาวไทย-พม่าขนของหนีน้ำเมยเอ่อท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า ชาวไทย กับ ชาวพม่า ที่บ้านห้วยม่วง ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ต่างช่วยกันขนของหนีน้ำเมย ที่เริ่มเอ่อท่วมขึ้นมาบน 2 ฝั่งไทยกับพม่า บริเวณท่าขนส่งสินค้าที่ 2 และท่าขนส่งอื่นๆ ทั้งนี้เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเมยสูมีระดับน้ำสูงมาก จนเอ่อท่วมบางจุดแล้ว ขณะที่ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำในแม่น้ำเมยเชี่ยวกรากและน้ำค่อนข้างแดง แต่เรือสองฝั่งไทย - พม่า ยังคงสัญจรไปมาได้ตามปกติ ขณะที่มีรายงานแจ้งว่า ในพื้นที่ฝั่งเมียวดีประเทศพม่า ตรงข้ามบ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด เกิดน้ำป่าไหลหลาก และเข้า ท่วมสนามกีฬาเมืองเมียวดี ที่อยู่ด้านเหนือของจังหวัดเมียวดีแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวพม่าจำนวนมากที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมย ต่างย้ายของ และทรัพย์สินไปไว้ในที่สูง และย้ายออกจากที่อยู่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำ เกรงว่าจะได้รับอันอันตราย ขณะที่น้ำยังคงขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับมีฝนตกลงมาตลอด
เตือน! 9-10 ส.ค. อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม จ.น่าน เชียงราย พะเยา
ศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ แจ้งเตือน ระหว่างวันที่ 9 - 10 ส.ค. อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในพื้นที่ จ.น่าน จ.เชียงราย และ จ.พะเยา ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงภัยโปรดทราบ หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์เตือนภัยฯ จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
----------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)
----------



