
'จรัญ'ชี้ระบบงานยธ.ไทยล่าช้ากว่าสากล
'จรัญ' ชี้ จุดอ่อนระบบงานยุติธรรมไทยล่าช้ากว่าสากล ระบุ ปชช. ไม่เชื่อถือ ต้องหันกลับไปพึ่งกองกำลังของแต่ละฝ่าย หวั่นปท.เข้าสู่กลียุค
9 ส.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงยุติธรรมได้จัดการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 10 ในหัวข้อ “การเสริมสร้างประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมเพื่อสังคมไทย” ระหว่างวันที่ 8-9 ส.ค.55 ที่ห้องประชุมแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาประสิทธิภาพความรวดเร็ว รวมถึงร่วมกันเสนอแนะแนวทาง เพื่อปรับปรุงงานด้านกระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน เพื่อเป็นมาตรฐานในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป โดยมีบุคลาการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านกระบวนการยุติธรรม นักวิชาการ นักศึกษา ตลอดจนประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมงานด้วย ซึ่งในวันนี้ 9 ส.ค. ได้จัดให้มีการบรรยายปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การเสริมสร้างประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมเพื่อสังคมไทย” โดยมีนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้บรรยาย
โดยนายจรัญ กล่าวบรรยายตอนหนึ่งว่า สำหรับระบบงานยุติธรรมและระบบกฎหมายของทุกประเทศ ยังอยู่ในสภาพเดียวกัน ที่ต้องวิ่งไล่ตามสภาพสังคม ซึ่งมักจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบงานยุติธรรมและระบบกฎหมายให้เป็นไปตามสภาพของสังคมอยู่ตลอดเวลา แต่ในหลายประเทศมีระบบงานในการติดตามการดูแลทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สภาพสังคม วิถีชีวิต ตลอดจนวัฒนธรรม อันจะนำมาพัฒนาระบบงานยุติธรรมให้ทันท่วงที เพื่อมาปรับแก้ระบบกฎหมายและระบบงานยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพ จนเป็นที่ไว้วางใจและเป็นศักดิ์ศรีแก่ผู้คนในประเทศนั้นๆ ตั้งแต่ระบบเจ้าหน้าที่ อัยการ ทนายความ ฯลฯ ที่คอยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนที่หลงผิด แต่น่าเสียดายที่กระบวนการพัฒนาระบบงานยุติธรรมในประเทศไทยล่าช้ากว่าหลายประเทศ ซึ่งช้ากว่าประเทศพม่าเสียอีก ทั้งที่ก็มีคณะกรรมการหน่วยงานที่ดูแลงานด้านนี้อยู่แล้ว แต่ก็จะพบว่าสถานะทางกฎหมายของประเทศเราในหลายๆสาขาล่าสมัยอย่างมาก ไม่เพียงแต่ไม่ทัน แต่ยังไปขัดขวางโลก และอาจทำสิ่งที่ผิดให้เป็นถูก ทำสิ่งถูกให้เป็นผิดอีกด้วย นี่จึงถือเป็นจุดอ่อนอย่างมาก
นายจรัญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยยังมีจุดอ่อนที่ล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมืองในปัจจุบัน ส่งผลให้ไม่ได้รับความเคารพ เชื่อถือ ศรัทธาอย่าง และความไว้วางใจจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นงานของตำรวจ ทนายความ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ ล้วนแต่ยังไม่ได้รับความเชื่อถือศรัทธาและไว้วางใจ อย่างที่ควรจะเป็น สิ่งนี้จึงเป็นเงื่อนไขให้ประสิทธิภาพของงานอ่อนล้าไปด้วย ประชาชนถอยห่างจากระบบงานยุติธรรมระบบกฎหมาย แทนที่จะพึ่งพาระบบงานยุติธรรม เขาก็จะไปพึ่งกองกำลังของตัวเอง ของแต่ละกลุ่ม คนที่มีกำลังมากกว่า มีฐานะ มีพรรคพวก ก็จะกดขี่ข่มเหงคนที่ด้อยกว่า ซึ่งตนมองว่าถ้าเป็นเช่นนี้ประเทศเราจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความผาสุกของบ้านเมือง ประเทศเราก็จะก้าวเข้าสู่กลียุค ส่งผลให้คุณภาพการดำเนินชีวิตของประเทศก็จะแย่ลงไปด้วย จึงอยากให้ตั้งสติหันกลับมาดูจุดอ่อนข้อด้วยของเรา เพื่อให้มาช่วยกันกำจัดจุดอ่อนให้หมดไป และเพิ่มพูนกระบวนการยุติธรรมให้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามกระบวนการยุติธรรมหรืองานยุติธรรมที่ล่าช้านั้น เกิดจากขั้นตอนพิจารณาคดีที่ใช้เวลามากกว่าประเทศอื่นๆ กว่าจะรู้ผลว่าจำเลยกระทำผิดจริงหรือไม่นั้น ต้องใช้เวลาเป็นสิบถึงจะรู้ผล ดังนั้นต้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้มันง่ายขึ้น เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง คดีบางประเภทไม่ต้องผ่านทนายความได้หรือไม่ คดีทางเพ่ง อาญา และพาณิชย์ มีอุปสรรคมากมาย ระบบงานราชทัณฑ์ของไทยยังมีจุดอ่อนมาก ปัญหาที่แท้จริงคือผู้ที่ผ่านราชทัณฑ์มาแล้ว ไม่ได้รับการบำบัดรักษาให้เขาเป็นคนดี เนื่องจากระหว่างที่เขาถูกจองจำ เราไม่ได้มีการบำบัดรักษาให้เขาเป็นคนดีสู่สังคม มีเพียงแต่การป้องกันระวังไม่ให้นักโทษหนีคุก
“ประเทศเราต้องมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้การบังคับคดีดีขึ้น เพื่อไม่ให้ระบบงานยุติธรรมของไทยยังล้าหลังกับสากลอย่างมาก นอกจากนี้มองว่าสาเหตุที่ทำให้ภาระงานด้านยุติธรรมยังมีมากอยู่ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีนโยบายในการป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมในประเทศมากขึ้น ซึ่งหากป้องกันได้จะส่งผลให้คนกระทำผิดลดน้อยลง ภาระงานก็จะน้อยลงตามไปด้วย เราไม่เคยมีนโยบายเรื่องนี้ และยังไม่ลงมือทำอย่างจริงจัง เชื่อว่าถ้าทำจะได้ผลอย่างคุ้มค่าและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความล่าช้าในระบบงานยุติธรรมอย่างแน่นอน”นายจรัญ กล่าว



