
หลอนเชือด13แผลสาวใหญ่หาเงินซื้อยา
หลอน...เชือด13แผล ฆ่าโหดสาวใหญ่...หาเงินซื้อยา : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
เพียงวันเดียวหลังเกิดเหตุฆาตกรรม "กัลยา พลอยแสง" เจ้าของร้านขายของชำวัย 38 ปี ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมญาติผู้เสียชีวิตมาดำเนินคดีได้ โดยมีปมเหตุต้องการชิงทรัพย์เพื่อนำเงินไปซื้อยาบ้า !!
ช่วงเช้าวันที่ 7 สิงหาคม นางบุญธรรม พลอยแสง อายุ 67 ปี พบศพลูกสาวถูกฆาตกรรมภายในบ้านเลขที่ 14 หมู่ 4 ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง จึงรีบไปแจ้งตำรวจโรงพักสีบัวทอง จ.อ่างทอง พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สส.ภ.จว.อ่างทอง พ.ต.ท.สุรพล ต้อยจัตุรัส สวญ.สภ.สีบัวทอง และ พ.ต.ต.ณัฎฐ์เดชา ฐานิสภัทราวงศ์ สว.อก.สภ.ไชโย ช่วยราชการ กก.สส.ภ.จว.อ่างทอง พร้อมชุดสืบสวนจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
สถานที่เกิดเหตุเป็นร้านค้าชั้นเดียว ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านด้านหน้าติดถนน ภายในบ้านพบศพ น.ส.กัลยา นอนเสียชีวิตจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงยีนขาสั้นสีน้ำเงิน สภาพร่างกายโดนต่อยเข้าเบ้าตาทั้งสองข้างจนเขียวช้ำ ลำคอถูกของมีคมปาดเป็นแผลใหญ่จนหลอดลมขาด ส่วนแขนและขา พบรอยของมีคมบาด 12 แผล และพบมีดโกนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 3 ใบ
มารดาของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลต่อชุดสืบสวนว่า ลูกสาวได้เงินจากการออกจากงานมาแล้วเปิดร้านขายของชำ โดยอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ก่อนหน้านี้ร้านค้าดังกล่าวเคยถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์สองครั้ง กำลังจะติดตั้งกล้องวงจรปิด แต่มาเกิดเหตุเสียก่อน คาดว่าคนร้ายได้เงินสดไปเกือบ 2 หมื่นบาท
ชุดสืบสวนจึงมุ่งสอบสวนในประเด็นฆ่าชิงทรัพย์ และจากการสอบถามพยานแวดล้อมต่างให้ข้อมูลเป็นแนวทางเดียวกันว่า คนร้ายน่าจะเป็น นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ซึ่งมีพฤติการณ์ลักเล็กขโมยน้อย ล่าสุดมีคนเห็นนายเอพร้อมเพื่อนชายเข้ามาขโมยนกกรงหัวจุก แต่ผู้เสียหายไม่อยากเอาเรื่องเพราะเห็นว่าเป็นญาติๆ กัน
ชุดสืบสวนจึงออกติดตามหานายเอ พบอยู่กับคู่ขาซึ่งเป็นสาวประเภทสอง จึงเชิญตัวมาสอบสวน เบื้องต้นนายเอให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังให้การอ้างว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนงานที่นั่งดื่มสุราอยู่ในละแวกบ้านที่เกิดเหตุหรือไม่?
ชุดสืบสวนจึงออกติดตามคนงานก่อสร้างที่นายเออ้างถึง รวมแล้วประมาณ 6-7 คน แล้วนำมาสอบสวน ซึ่งคนงานทั้งหมดสามารถยืนยันถิ่นที่อยู่ในช่วงก่อนเกิดเหตุได้ทั้งหมด นอกจากนี้คนงานทั้งหมดยังให้ข้อมูลว่านายเอน่าจะมีส่วนรู้เห็นในคดีฆาตกรรม เพราะอุปนิสัยที่ไม่ค่อยดี ชุดสืบสวนจึงกลับมาสอบสวนนายเออีกครั้ง พร้อมทั้งขอตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ปรากฏว่าผลตรวจปัสสาวะของนายเอเป็นสีม่วง และแสดงอาการพิรุธ ประกอบกับผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรอยนิ้วมือแฝงและรอยเท้าตรงกับนายเอ ไม่นานจึงยอมรับสารภาพ
"คำรับสารภาพของนายเอให้การซัดทอดนายฉลาด พลอยแสง อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้เสียชีวิต ก่อนเกิดเหตุนายฉลาดต้องการซื้อยาเสพติดแต่ไม่มีเงิน จึงชวนนายเอเข้าชิงทรัพย์ จนกระทั่งในวันเกิดเหตุไปดักรอผู้เสียชีวิต ระหว่างที่ผู้เสียชีวิตกำลังไขประตูเข้าบ้าน นายฉลาดก็วิ่งสวนเข้าไปจู่โจมชกต่อยเข้าเบ้าตาจนแตก และผู้ตายแน่นิ่งไป นายฉลาดจึงเอามีดปาดคอและกรีดไปตามร่างกายรวม 13 แผล แล้วบอกให้นายเอเอาผ้าขี้ริ้วมาปิดหน้าของผู้ตายแล้วพากันไปล้างคราบเลือดในห้องน้ำ ก่อนปีนออกนอกหน้าต่างแล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป นายเออ้างอีกว่านายฉลาดกำชับไม่ให้พูดเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่งั้นจะฆ่าให้ตายแล้วแบ่งเงินให้ 200 บาท" พ.ต.ต.ณัฎฐ์เดชา กล่าว
หลังจากที่นายเอรับสารภาพแล้วให้การซัดทอดนายฉลาด ชุดสืบสวนออกติดตามพบนายฉลาดกำลังนอนพักอยู่ภายในบ้าน ทันทีที่ชุดสืบสวนเห็นนายฉลาดก็นึกขึ้นได้ว่าช่วงที่ตำรวจกำลังตรวจที่เกิดเหตุนายฉลาดก็ยืนดูการทำงานของตำรวจ เมื่อควบคุมตัวมาสอบสวนนายฉลาดยังให้การปฏิเสธ แต่ชุดสืบสวนมีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ หลังจากควบคุมตัวนายฉลาดมาสอบสวนพบว่า เล็บมือทุกเล็บถูกตัดสั้น แต่บริเวณซอกเล็บมือยังพบคราบเลือด อีกทั้งยังพบคราบเลือดที่กางเกงชั้นใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานยืนยันว่าเลือดที่พบตามร่างกายและเสื้อผ้าของนายฉลาดเป็นคราบเลือดมนุษย์
ส่วนรอยแผลที่พบบนร่างเหยื่อทั้ง 13 รอยนั้น มีลักษณะคล้ายกับฆาตกรมีความโกรธแค้นมาก่อนนั้น ชุดสืบสวนตั้งข้อสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะเสพยาบ้ามาก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ จนเกิดอาการหลอนจึงทำร้ายผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม และกลัวเหยื่อจะจำได้เนื่องจากเป็นญาติกัน !!
......
(หมายเหตุ : หลอน...เชือด13แผล ฆ่าโหดสาวใหญ่...หาเงินซื้อยา : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



