
เปิดโผทหาร'ทนงศักดิ์'แรงจ่อนั่งปลัดกห.
เปิดโผทหาร ทนงศักดิ์ จ่อ ปลัดกลาโหม เด็ก บิ๊กเฟื่อง ไม่พลาดเก้าอี้ ผบ.ทอ. คนใหม่ หลัง สุกำพล รับปากไม่ล้วงลูก ด้าน ประยุทธ์ ปรับไลน์ 5 เสือ ทบ. ดันเพื่อนรักขึ้น เสธ.ทบ. ขยับ ผบ.นปอ.- มทภ.1 ขึ้น ผช.ผบ.ทบ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมสภากลาโหมเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมหารือพร้อมมอบนโยบายแก่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ในการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2555 โดย พล.อ.อ.สุกำพล ยืนยันต่อผู้บัญชาการเหล่าทัพว่า จะไม่เข้าไปก้าวก่าย และจะให้อิสระแก่กองทัพในการพิจารณา โดยให้คำนึงถึงความอาวุโส และความสามารถเป็นหลัก ทั้งนี้ได้กำชับให้ทุกเหล่าทัพส่งบัญชีรายชื่อไปยังกระทรวงกลาโหมภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของเหล่าทัพ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมขึ้นดำรงตำแหน่งแทนผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ โดยผู้บัญชาการเหล่าทัพเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาตามสายงานเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมขึ้นมารับตำแหน่ง ก่อนที่จะมีการพิจารณาอีกครั้งของแต่ละเหล่าทัพ
ในปีนี้มีผู้ที่เกษียณอายุราชการในตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์, พล.ร.อ.รุ่งรัตน์ บุณยรัตพันธุ์, พล.อ.อ.ไมตรี โอสถหงษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม
ส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย คือ พล.อ.อ.ม.ล.สุปรีชา กมลาศน์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในส่วนของกองทัพบก ได้แก่ พล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก พล.อ.โปฎก บุนนาค ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กองทัพเรือ อาทิ พล.ร.อ.วีระพล กิจสมบัติ รองผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ ส่วนกองทัพอากาศ อาทิ พล.อ.อ.อิทธพล ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.อ.อ.ศรีเชาวน์ จันทร์เรือง รองผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.อ.อ.พิธพร กลิ่นเฟือง ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ
สำหรับบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ มีแคนดิเดตหลายคน อาทิ พล.อ.ชาตรี ทัตติ (ตท.14) รองปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งถือว่าเป็นลูกหม้อของกระทรวงกลาโหม ที่สำคัญเป็นน้องรักของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี แต่อาจถูกสกัด เนื่องจากมีอายุราชการเหลืออีก 3 ปี แม้ว่า พล.อ.ชาตรี จะครองอัตราจอมพลแล้วก็ตาม แต่ระดับความอาวุโสถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับ ผบ.เหล่าทัพ ที่ขณะนี้อยู่ลำดับท้ายๆ นอกจากนี้ยังมีชื่อ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน (ตท.11) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.เสถียร ที่มีอายุราชการอีก 1 ปี และที่สำคัญมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับฝ่ายการเมือง ดังนั้นหาก พล.อ.เสถียร ผลักดันเพื่อนร่วมรุ่นคนนี้ขึ้นไปโอกาสที่จะหลุดนั่งเก้าอี้คงยาก แม้ตอนนี้จะไม่ครองอัตราจอมพลก็ตาม แต่ในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีพลเอกที่ไม่ได้ครองยศอัตราจอมพลมาดำรงตำแหน่งนี้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ (ตท.12) รองผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงเพื่อนรักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก จะส่งชื่อเข้าชิงในตำแหน่งดังกล่าวด้วย แต่ต้องวัดใจรัฐบาลอีกครั้งว่าจะยอมให้ชื่อนี้มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมหรือไม่ เพราะอดีตที่ผ่านมาถือว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ มีส่วนสำคัญในการวางแผนสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 และคนสุดท้ายที่มีชื่อคือ พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข (ตท.11) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งถือเป็นม้ามืดเข้าชิงผู้บัญชาการทหารอากาศ แต่หากพาดอาจจะมาอยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมได้เช่นกัน
สำหรับตำแหน่งสำคัญในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พยายามผลักดันเพื่อนร่วมรุ่น คือ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร (ตท.12) เสนาธิกาทหาร เข้าชิงในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม แต่คงเกิดขึ้นยาก เนื่องจากรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยคงไม่ยอมให้ ตท.12 ขึ้นมาอยู่ในไลน์เดียวกันในตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพ ดังนั้น พล.อ.วรพงษ์ อาจจะขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ว่างลง
ขณะเดียวกันยังมีข่าวว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะส่ง พล.อ.นิพัทธ ทองเล็ก (ตท.14) ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม โดดข้ามห้วยมานั่งในตำแหน่งเสนาธิการทหาร เพื่อรอจ่อคิวขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด หลังจาก พล.อ.ธนะศักดิ์ เกษียณอายุราชการในปี 2557 และให้ พล.อ.เผด็จการ จันทร์เสวก (ตท.12) ผบ.สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ขึ้นเป็น ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย
ส่วนกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก มีการขยับไลน์ 5 เสือ ทบ.ใหม่ เนื่องจากตำแหน่งว่างลง 2 ตำแหน่ง คาดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะขยับ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล (ตท.14) เสนาธิการทหารบก ขึ้นเป็นตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก และจะขยับเพื่อนร่วมรุ่น พล.ท.ฉัตรชัย สาริกัลยะ (ตท.12) รองเสนาธิการทหารบก ขึ้นเป็นเสนาธิการทหารบก ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกที่ว่างลง 1 ตำแหน่ง อาจจะขยับ พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร (ทต.14) แม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นมา และหากตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารบก และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก มีการขยับ พล.อ.ประยุทธ์จะดันเพื่อนร่วมรุ่น คือ พล.ท.ยอดยุทธ บุญญาธิการ (ตท.12.) ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทหารอากาศ กองทัพบก (ผบ.นปอ.) ขึ้นนั่งเก้าอี้ดังกล่าวแทน
สำหรับกองทัพเรือ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มีการขยับไลน์ 5 ฉลาม ทร.ใหม่ เนื่องจากตำแหน่งว่างลง 2 ตำแหน่ง คือ พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร (ตท.12) หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ขึ้นเป็นประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ และขยับเพื่อนร่วมรุ่น คือ พล.ร.อ.ดำรงศักดิ์ ห้าวเจริญ (ตท.13) เสนาธิการทหารเรือ ขึ้นเป็น รองผู้บัญชาการทหารเรือ ขณะที่ พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม (ตท.13) ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ ขยับมาเป็น เสนาธิการทหารเรือ และคาดว่าจะโยก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ ข้ามมาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหมที่ว่างลงด้วย
ขณะที่กองทัพอากาศมีตำแหน่งที่ว่างลง 3 ตำแหน่ง โดย พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่จะเกษียณอายุราชการ จะเสนอชื่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง (ตท.13) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ น้องรักขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ หากไม่โดนฝ่ายการเมืองสกัดกั้นก็จะสมหวังแบบไร้ปัญหา โดยมีแคนดิเดตที่ถูกจับตา คือ พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข (ตท.11) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด รอลุ้นอยู่เช่นกัน
ขณะที่ พล.อ.อ.เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์ (ตท.13) เสนาธิการทหารอากาศ ขยับเป็น รองผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.อ.ดิเรก พรหมประยูร ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพอากาศ ขึ้นเป็น คณะประธานที่ปรึกษากองทัพอากาศ และโยก พล.อ.อ.วินัย เปล่งวิทยา (ตท.12) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ มานั่งเก้าอี้รองปลัดกระทรวงกลาโหมที่ว่างลง เปิดทางให้ พล.อ.ท.ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ (ตท.14) ผบ.กรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ ขยับเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ รวมถึง พล.อ.อ.ชนะ อยู่สถาพร (ตท.13) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ ขึ้นเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ขณะที่ พล.อ.ท.อารยะ งามประมวญ (ตท.13) รองเสนาธิการทหารอากาศ ขึ้นเป็น เสนาธิการทหารอากาศ



