ข่าว

จับ!217ท่อนไม้พะยูงมูลค่า20ล้าน

จับ!217ท่อนไม้พะยูงมูลค่า20ล้าน

08 ส.ค. 2555

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ สั่งตรวจสอบไม้พะยูง มูลค่ากว่า 20 ล้าน ระบุหากพบเป็นไม้ของกลางที่ถูกอายัดไว้ แต่กลับถูกนำมาแปรรูป จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 55  จากกรณีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมรถพ่วง 18 ล้อ 2 คัน ขณะกำลังลักลอบขนไม้พะยูงผ่านมาตามเส้นทาง สาย สกลนคร-สมเด็จ ซึ่งบรรทุกไม้พะยูงจำนวน 217 ท่อน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมระบุว่า ไม้พะยูงทั้งหมดถูกแปรรูปจากต้นไม้พะยูงจำนวน 45 ท่อน ที่ถูกอายัดไว้ตรวจสอบที่ จ.นครพนม แต่กลับถูกแปรรูปและลำเลียงข้ามมายัง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อไปส่งให้กับนายทุนในกรุงเทพมหานคร

          ล่าสุด นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้กำชับไปยังพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบหาที่มาของไม้พะยูงทั้งหมด พร้อมทั้งให้ประสานไปยังจังหวัดต้นทางของไม้ที่ลำเลียงมาด้วย ซึ่งหากผู้ที่อ้างตัวเป็นเจ้าของไม่มีหลักฐานยืนยันถึงที่มาของไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ถือว่าผิด และหากผลการตรวจสอบพบว่า เป็นไม้ของกลางหรือไม้ที่ถูกอายัดไว้ตรวจสอบ แต่กลับถูกนำมาแปรรูปและลักลอบขนย้ายจริง ก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

          ขณะที่นายปัญญา สุวรรณโส เจ้าพนักงานป่าไม้ ชำนาญงาน ผู้ช่วยหัวหน้าสายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า หลังจากมีการสนธิกำลังสกัดจับไม้พะยูงทั้งหมดไว้ได้แล้ว จากการตรวจสอบพบว่า ไม้ทั้งหมดไม่มีการตีตราเครื่องหมาย “ต” ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่จึงอายัดไว้ตรวจสอบ โดยมีการเก็บรักษาไว้และมีคนเฝ้าอย่างดีที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กส.2 (ดงแม่เผด) อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมทั้งประสานไปยังกรมป่าไม้ เพื่อนำผู้เชี่ยวชาญลงมาพิสูจน์เนื้อไม้ว่าตรงตามเอกสารที่ผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของ นำมาอ้างกับเจ้าหน้าที่หรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า ไม้พะยูงทั้งหมดเป็นไม้ที่ถูกแปรรูปจากไม้พะยูงที่ถูกอายัดไว้ที่ จ.นครพนม แต่กลับถูกขนย้ายมาคงจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง ซึ่งจะต้องรอผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ก่อนว่าใช่หรือไม่