
'ดำรงค์'ชิ่งแจงกมธ.กม.เหตุรื้อรีสอร์ททับลาน
'ดำรงค์' ชิ่งแจงกมธ.กฎหมายฯ เหตุไล่รื้อรีสอร์ทอช.ทับลาน ด้านเจ้าของ 'บ้านทะเลหมอก' ปัดจัดม็อบต้าน ฉุนถูกทำเกินกว่าเหตุ
8 ส.ค.55 คณะกรรมาธิการการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยเป็นประธาน ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องกรณีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติทับลานเข้ารื้อถอนบ้านพักตากอากาศและรีสอร์ตบริเวณใกล้เขตกรมอุทยาน เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา เข้าชี้แจง ภายหลังชาวบ้านกลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ต นำโดยนายวิรัตน์ ศิริรักษ์ กำนัน ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.นครราชสีมา นางวไลลักษณ์ วิชชาบุญศิริ เจ้าของรีสอร์ทบ้านทะเลหมอก ใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เข้าร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ
อย่างไรก็ตาม การชี้แจงในครั้งนี้ นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกาศเอาจริงกับแนวทางการไล่รื้อสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่อุทยาน ไม่ได้เข้าร่วมชี้แจงด้วย ทำให้ที่ประชุม กมธ.มีมติใช้อำนาจดำเนินการเรียกตัวเข้าชี้แจงในวันที่ 15 ส.ค.นี้อีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากประเด็นเรื่องสิทธิการถือครองที่ดินภายหลังการประกาศพื้นที่อุทยานที่เป็นประเด็นถกเถียงกันแล้ว ที่ประชุมยังเน้นไปที่พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานซึ่งมีการเข้ารื้อถอนรีสอร์ตในยามวิกาล โดยนำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 3,000 คน พร้อมอาวุธ อุปกรณ์รื้อถอนครบมือเข้าข่ายการใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่ รวมถึงที่ผ่านมาก่อนการรื้อถอนมีการปักป้ายเตือนตามลำดับขั้นตอนหรือไม่
นางวไลลักษณ์ กล่าวยืนยันสิทธิการเป็นเจ้าของที่ดินของตนว่า ได้กรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย และในข้อพิพาทประเด็นดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด ดังนั้น ดังนั้นกรมอุทยานจึงยังไม่มีอำนาจรื้อถอน ประกอบกับที่ผ่านมาทางรีสอร์ทได้มีการฟ้องคดีแพ่ง และมีการนำสิ่งปลูกสร้างไปขอขึ้นทะเบียนกับกรมธนารักษ์เพื่อจะได้ยังทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้โดยจ่ายเป็นค่าเช่า จึงทำให้รีสอร์ทยังคงสามารถประกอบกิจการได้ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน แต่กรมอุทยานกลับส่งเจ้าหน้าที่กว่า 3,000 นาย อาวุธครบมือเข้ามาบุกรุกพื้นที่ยามวิกาล โดยไม่ได้แจ้งตามลำดับขั้นตอนทำให้ไม่มีการเตรียมตัวขนของออก และอ้างกับชาวบ้านว่าเพื่อเข้าปราบปรามไม้กฤษณา ดังนั้นการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
นางวไลลักษณ์ กล่าวต่อว่า การเข้ารื้อถอนครั้งนี้มีข้อน่าสังเกตว่าอาจเป็นการออกคำสั่งไม่ชอบเพราะในคำสั่งรื้อถอนครั้งแรกกำหนดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของผู้ประกอบการรีสอร์ทรวม 38 ราย ไม่มีรายของบ้านทะเลหมอก แต่ต่อมามีคำสั่งลงวันที่ 23 ก.ค. 2555 เข้ารื้อถอนรีสอร์ทจำนวน 9 ราย ในจำนวนนี้ 8 รายมีชื่ออยู่ในบัญชี 38 รายเดิม แต่อีก 1 ราย คือ บ้านทะเลหมอก ซึ่งไม่เคยมีชื่อใน 38 รายมาก่อน นอกจากนี้ยืนยันว่า ไม่มีการจัดเตรียมชาวบ้านจำนวนมากไว้ต่อต้านการเข้ามารื้อของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด เพราะเพิ่งรู้ล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมง
ด้านนายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานซึ่งร่วมเหตุการณ์รื้อถอนในคืนวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ชี้แจงว่า ตนไม่มีความโกรธแค้นใคร แต่หากไม่ทำก็จะถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้เห็นใจกัน การเข้ารื้อถอนดังกล่าวใช้อำนาจตาม มาตรา 22 ของ พรบ.อุทยานแห่งชาติ ปี 2504 และเป็นคำสั่งที่ชอบโดยกฎหมาย พื้นที่ตรงนั้นมีการตรวจสอบสิทธิการถือครองไปหลายรอบ แต่มีเพียงการถ่ายสำเนาเอกสารใบแทนเท่านั้นเพราะหาต้นขั้วไม่พบ และเมื่อครั้งประกาศเป็นพื้นที่อุทยานก็ไมได้มีผู้ใดคัดค้าน ทั้งนี้เมื่อพิจารณาภาพถ่ายทางอากาศแล้วพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีถึง 600 ไร่ อยู่ท่ามกลางพื้นที่ป่า ไม่มีทางเข้าออกจึงมั่นใจว่าดำเนินการไปตามกฎหมาย
นายธิติ กนกทวีฐากร ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ตามกฎหมายผู้มีอำนาจในการรื้อถอนคือพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ.อุทยาน พ.ศ.2547 ส่วนกรณีการดำเนินการรื้อถอนนั้นถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่ทางการปกครอง ซึ่งมี มาตรา 22 พรบ.อุทยานแห่งชาติ คุ้มครองการทำหน้าที่อยู่ โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้ได้มีการทหารือกับกฤษฎีกาแล้ว เพราะสอดคล้องกับ พรบ.วิธีปฏิบัติราชการการปกครองปี 39 และกฎหมายการรับผิดของเจ้าหน้าที่ รวมถึงสอดคล้องกับวิธีการพิจารณาปกครองปี พ.ศ.2542 ทั้งนี้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ผ่านมาเคยถูกฟ้องร้องในลักษณะที่เกาะเสม็ด ซึ่งคดีได้ถึงศาลปกครองได้พิจารณาว่าการรื้อถอนรีสอร์ต 17 หลังเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 21, 22
อธิบดีกรมอุทยานฯ กร้าวบุกรุกพื้นที่กรมอุทยานฯ ภูเก็ตต้องเสร็จใน 30 วัน
นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยในการร่วมเปิดตัวโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี วันนี้ บ้านหนองผึ้ง หมู่ 18 ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ถึงความคืบหน้าของการรุกพื้นที่กรมอุทยานฯ ว่า ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการดูในส่วนของหลักฐาน เนื่องจากที่บริเวณที่มีการบุกรุกพบว่ามีการเวรคืนที่ดินสด.1 ตั้งแต่ปี 2507 แล้ว แต่กลับมีการออกโฉนดที่ดินเมื่อปี 2532 ซึ่งไม่มีหลักฐานอะไรเลย
"ตอนนี้ผู้ซื้อไปก่อสร้างถือว่าไม่มีความผิด แต่คนที่ออกโฉนดตอนแรกออกมาได้อย่างไร สิ่งปลูกสร้างมีมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งตนเองจะเร่งดำเนินการกลางเดือนนี้และจะต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วันแน่นอน" นายดำรงค์ กล่าว
ส่วนการบุกรุกอุทยานที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี นั้นดำเนินการในอำนาจตาม มาตรา 22 สามารถใช้อำนาจอธิบดีฯ เพิกถอนได้เลย ขณะที่ของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือนั้นปัญหาการบุกรุกพื้นที่และทำลายป่ามีไม่มาก ส่วนใหญ่เพื่อการทำกิน การปลูกยางพาราก็ยังมีไม่มากแต่เริ่มเข้าไปในพื้นที่ต้นน้ำมากขึ้น ต่อไปหากจะมีการปลูกยางพาราจะต้องมีการขึ้นทะเบียนเพื่อความชัดเจน แต่โดยภาพรวมถือว่ายังไม่มีอะไรที่น่าเป็นกังวล ขณะที่ภาคใต้ ถือว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่ารุนแรงมากที่สุด เพื่อการปลูกยางพารา อีกไม่เกิน 10 ปี เชื่อว่าจะเป็นแต่พื้นที่ยางพารา ส่วนที่ภาคอีสานถือว่ามีการบุกรุกป่าน้อยที่สุด เพราะยังเกรงกลัวกฎหมาย
นายดำรงค์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ที่ จ.ภูเก็ต ถือว่ายากมากกว่าพื้นที่อื่น เพราะต้องรอหลักฐาน ทั้งนี้ สาเหตุของการบุกรุกพื้นที่กรมอุทยานฯ นั้น เกิดจากมติครม.ที่ให้มีการผ่อนผันการใช้ที่ดินตั้งแต่ปี 2518 ต้องเลิกขั้นตอนนี้ก่อน เพราะการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่ผ่านมาเกิดจากการยกเลิกการผ่อนผัน ตอนนี้เอาไม่อยู่ เปลี่ยนรัฐบาลมาหลายสมัยก็ยังเป็นแบบนี้ ต้องปิดระบบให้ดี อันไหนทำได้หรือทำไม่ได้ ต้องระบุให้ชัดเจน
"ในส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องการโยกย้ายนั้นก็ยังไม่มีอะไร ทำหน้าที่เหมือนเดิม ส่วนใครจะมาเป็นอธิบดีฯ คนต่อไปนั้น เชื่อว่าคงมีคนที่เหมาะสมอยู่แล้ว และน่าจะเป็นคนที่คลุกคลีกับกรมอุทยานฯ มีความรู้ ความสามารถ ส่วนเป็นใครนั้นตนเองก็ไม่ทราบ สำหรับชีวิตหลังเกษียณนั้น ตนเองก็เป็นคนธรรมดา เป็นพลเมืองคนหนึ่ง ไม่คิดลงเล่นการเมืองแน่นอน ส่วนจะเป็นที่ปรึกษาหรือไม่นั้นตอนนี้ก็คงไม่" นายดำรงค์ กล่าว



