ข่าว

'ปู'ถอยไม่ประกาศเคอร์ฟิวแดนใต้

'ปู'ถอยไม่ประกาศเคอร์ฟิวแดนใต้

08 ส.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์' นั่งหัวโต๊ะประชุมแก้ปัญหาไฟใต้ ถอยไม่ประกาศเคอร์ฟิว หวั่นก่อให้เกิดปัญหา พร้อมขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้าน

                          8 ส.ค.55 เมื่อเวลา 14.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีหน่วยงานด้านความมั่นคง และ 17 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

                          อาทิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ,ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยหลังจากประชุมในเวลา 16.00 น. เลขาธิการสมช.จะเป็นผู้แถลงผลการประชุมในครั้งนี้

 

ถอยไม่ประกาศเคอร์ฟิว

                          ต่อมาเวลา 16.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวหลังประชุมว่า ที่ประชุมไม่มีการพิจารณาประกาศคอร์ฟิวในพื้นที่เพราะหากทำแล้วอาจก่อให้เกิดปัญหา โดยได้มีการทำความเข้าใจ ร่วมกันกับหน่วยงาน เพระไม่ได้มีการหารือตั้งแต่ต้นในด้านการวาง 9 ยุทธศาสตร์  จึงมาทำความเข้าใจว่าและจัดลำดับความสำคัญเพื่อจัดงบประมาณลงไป  การแก้ปัญหาต้องใช้เวลา เพราะเป็นเรื่องของหลายหน่วยงานที่ต้องมาบุูรณาการ  รวมทั้งขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านเช่นมาเลเซีย  ซึ่งทำอยู่แแล้วเรื่องการดูแลบริเวณแนวชายแดน

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีการเสริมศูนย์ปฏิบัติการฯอยู่ภายใต้ศูนย์ของพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.)  ที่มีอยู่แล้วนั้นไม่เป็นการซ้ำซ้อน เพียงเอาเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอยู่ แต่ให้ทำงานภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ อันนี้จะทำให้มีความเป็นเอกภาพในการทำงาน 

สั่งทำระบบเตือนภัยแก้ไฟใต้


                พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) พร้อมนายทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) และพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก ร่วมกันแถลงข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เน้นยุทธศาสตร์การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ มีระบบเตือนภัยที่มีข้อมูลชัดเจน มีการก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุโดยมีขั้นตอนปฏิบัติชัดเจน พร้อมกับสร้างความเข้าใจลดความหวาดระแวงต่อกัน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ สบายใจ

 "ดาว์พงษ์"ยันข้างล่างรวมกันทำงานอยู่แล้ว  


               พลเอกดาว์พงษ์ กล่าวว่า การเตือนภัยของระดับหนึ่งของผู้ปฏิบัติในพื้นที่นั้น ระบบซีซีทีวีที่นำไปใช้นั้น ไม่ใช่เฉพาะการติดตามและสืบสวนด้านการปราบปรามเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีระบบเก็บข้อมูลยานยนต์ต่างๆรวมทั้งภาพบุคคลไว้เป็นฐานข้อมูลที่มีโครงสร้างหน้าตาในฐานข้อมูล  ส่วนการกำหนดเซฟตี้โซนรายละเอียดคร่าวๆนั้นจะจัดกำลังเป็นชั้นวงรอบโดยปรับกำลังสามชั้นคือชั้นใน ชั้นกลาง ชั้นนอกและเสริมด้วยซีซีทีวีจากเอกชนมาช่วยบูรณาการ   รวมทั้งตำรวจต้องรับผิดชอบการมอนิเตอร์ โดยภารกิจนี้กอรมน.ดูแลงานด้านนี้ ซึ่งในการปฏิบัติข้างบนต้องรวมกัน เพราะข้างล่างรวมกันทำงานอยู่แล้ว      
 


ปลัดกต.เผย"ปู"สั่งทุกหน่วยทำแผนส่งสัปดาห์หน้า


                นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานกลับไปจัดทำแผนงานของตัวเองให้ชัดเจนแล้วส่งภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งจะมีการประชุมครั้งต่อไป

                ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องร่วมมือกับประเทศมาเลเซียในแต่ละด้านมากขึ้นและต้องตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเส้นทางการเงินที่สนับสนุนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบนั้น ยังไม่ได้ถูกนำเสนอด้วยวาจาในการประชุม แต่จะจัดทำเป็นเอกสารแผนงานของกระทรวงฯที่ต้องส่งในการประชุมกปต.สัปดาห์หน้า


 
กต.พร้อมประสานข้อมูลจากมาเลเซีย

               นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ตนได้พาเอกอัครราชทูตไทยในมาเลเซีย ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมเอเชียใต้ มาร่วมประชุม หลังจากที่มีการประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่าประเทศมาเลเซียอยู่ใกล้กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางเราต้องขอความร่วมมือกับเขาในทุกด้าน เพราะความสัมพันธ์ต่างๆ ที่เกิดในบริเวณนี้ทางมาเลเซียจะรู้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม จะมีการนำข้อมูลเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) ด้วย

               รมว.การต่างประเทศ กล่าวเชื่อมั่นว่าปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่กระทบต่อการประชุมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี )โดยรัฐบาลจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เหลือเวลาอีก 3 ปี ก็ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาทุกอย่าง เพราะหากความสงบเกิดขึ้นได้ การค้า การลงทุน ที่จะเข้ามาในประเทศไทยก็จะดีขึ้น ทั้งนี้ ในการประสานกับทางประเทศต่างๆ นั้น เราจะให้ข้อมูลในส่วนประเทศที่เป็นมุสลิมให้ได้รับทราบเหมือนกับกรณีทีโอไอซีส่งตัวแทนมา เราก็สร้างความเข้าใจว่า ประเทศไทยและรัฐบาลทำอะไรบ้าง ให้เขาได้เห็นภาพเพราะทางมุสลิมยังไม่เห็นว่าเราทำอะไรบ้าง

               นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีการสงสัยกันว่ากลุ่มก่อความไม่สงบอาจจะมีต่างชาติหนุนหลังนั้น ก็เป็นที่รู้กันว่ามีกลุ่มที่ไม่หวังดี พยายามจะก่อเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็ต้องสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือกับประเทศมาเลเซียเพื่อช่วยกันในเรื่องข้อมูล

 

"ผอ."ข่าวกรองไม่รู้40โจรใต้ขอมอบตัว


ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยจะมีผู้ต้องหาที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ติดต่อขอมอบตัวจำนวน   40 คนนั้น นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง กล่าวว่า ตนไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ แต่ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นถ้าเขาต้องการกลับใจเราก็อยากให้กลับใจ
 

"ถาวร”ซัดรัฐสับสน-ซ้ำซ้อนตั้งองค์กรแก้ปัญหาไฟใต้

              นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าภาคใต้พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่รัฐบาลมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้นว่า ในฐานะที่ตนเคยเป็นผู้รับผิดชอบดูแล 5 จังหวัดชายแดนใต้ รู้ว่าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ต้องมีบทบาทหลักควบคู่กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผอ.ศอ.บตและผอ.กอ.รมน. ซึ่งการที่รัฐบาลเริ่มตื่นตัวจัดทำยุทธศาสตร์และตั้งกรรมการต่าง ๆ ขึ้นมาในขณะนี้ ถือว่ายังสับสน เพราะจากการที่รัฐบาลได้เคยแถลงนโยบายผ่านรัฐสภา ระบุว่าจะมุ่งเน้นการเมืองนำการทหาร แต่ปรากฎว่ารัฐบาลบริหารมา 1 ปีกลับนิ่งเฉยไม่ได้แก้ไขปัญหาตามนโยบายที่ได้แถลงไว้  ว่าจะให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ที่มีนายกฯ เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีองค์กรที่ทำหน้าที่ปฏิบัติคือ ศอ.บต.และกอ.รมน.
 
              นายถาวร กล่าวว่า รัฐบาลสับสนเพราะองค์กรมีอยู่แล้ว นโยบายมีอยู่แล้ว กลับไปตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ พยายามทำให้ผิดไปจากนโยบายที่แถลงไว้คือไปตั้งคณะกรรมการบูรณาการการแก้ไขปัญหาภาคใต้ที่เรียกว่า เพนตากอน แม้จะอ้างว่าตั้งขึ้นมาเพื่อมาช่วยการประสานงานให้เกิดเอกภาพนั้น คนที่มีหน้าที่ประสานคือนายกฯ แต่หากนายกฯ ไม่มีความรู้ ไม่ถนัดก็มอบหมายให้รองนายกฯ สักคนหนึ่งดูแลได้ โดยไม่ต้องไปตั้งคณะกรรมการเพิ่ม แต่บริหารงานตามนโยบายที่กพต.จัดตั้งขึ้นมา ผ่านศอ.บต.และกอ.รมน. เท่านี้ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจมากว่า 1ปีปล่อยปัญหาให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่โดยไร้ทิศทาง ไม่เกิดเอกภาพ จนมาคิดบูรณาการ ถือเป็นการยอมรับว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไร้เอกภาพ