ข่าว

'เฉลิม'ปัด'ปู'เปลี่ยนโครงสร้างแก้ไฟใต้

'เฉลิม'ปัด'ปู'เปลี่ยนโครงสร้างแก้ไฟใต้

08 ส.ค. 2555

"เฉลิม" ปัด 'นายกฯ' เปลี่ยนโครงสร้างแก้ไฟใต้ มั่นใจไร้เหตุป่วนที่ศาล ยันรัฐแก้ไฟใต้เป็นเอกภาพ ปูด 40 คนร้ายขอมอบตัวแลก 3 เงื่อนไข

          8 ส.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีในวันที่ 9 ส.ค.นี้ ที่ศาลได้นัดสอบถามนาย จตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยกับพวกแกนนำ นปช.จำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้ายรวม 24 คน กระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งมีข้อกังวลว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้นได้ว่า ไม่มี อย่าไปยุ่งกับศาลท่านเลย สถาณการณ์ก็เรียบร้อยปกติ
 
          เมื่อถามว่าได้วิเคราะห์หรือไม่ว่าใครจะถอนประกันหรือไม่ได้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แสดงความเห็นถือว่าละเมิดอำนาจศาลเลย ไม่ได้เลย เรื่องนี้จะเป็นอย่านั้นเรื่องนั้นจะเป็นอย่างนี้ ไม่ได้เลย
 
          เมื่อถามว่ามีการกำชับกับทางตำรวจไว้อย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ สองแกนนำคนเสื้อแดง ก็บอกมาแล้วว่าจะเคารพคำสั่งศาล ดูสองคนนี้เป็นหลัก ส่วนมวลชนจะไม่พอใจนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใครจะกล้าไม่พอใจศาล “สุดท้ายศาลอ่านคำพิพากษามีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย 5 ปี ก็เห็นครับผมแล้วเข้าคุกหมดทุดคดี ไม่ได้ๆอย่าไปยุ่ง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอย่างอารมณ์ดี

 


"เฉลิม"ยันรัฐแก้ไฟใต้เป็นเอกภาพ เตรียมถกความมั่นคงเรื่อง 40 คนร้ายขอมอบตัว

          รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งทางฝ่ายค้านยังเห็นว่ามีปัญหาว่า ท่านนายกฯไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างอะไร ที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเอะอะโวยวายนั้นเข้าใจผิด ทั้งหมดโครงสร้างเหมือนเดิม แต่การทำงานมันต้องพัฒนาให้ดีกว่าและดีขึ้น ที่ผ่านมาพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐนตรี รับผิดชอบ บางครั้งทางจังหวัดอาจจะมีข้อขัดข้องทหารก็สั่งไม่ได้ บางครั้งนายอำเภอไปตั้งด่านตรวจมีกำลังน้อยทางฝ่ายทหารก็เตือนว่ามีกำลังน้อยมันจะถูกโจมตีได้ นายอำเภอก็อาจจะมีความคิดว่านายอำเภอนั้นขึ้นกับมหาดไทย ลักษณะอย่างนี้ตำรวจกับทหารส่วนใหญ่ก็ไปกันได้ เพราะรุ่นเดียวกันมั่ง รุ่นพี่รุ่นน้องกันบ้างความแนบแน่น มันก็มีทางยุทธวิธีก็เรียนมาคล้ายคลึงกันบางส่วน นายรัฐมนตรีจึงมอบให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาร่วมอีกคน และมอบให้ตนในฐานะดูแลตำรวจ มาทำงานร่วมก็จะมี 3 รองนายกฯ แก้ไขปัญหาพร้อมกัน พล.อ.ยุทธศักดิ์ มีปัญหาอะไรโทรหาผม ผมจัดการให้ มีขอแนะนำมหาดไทย ก็บอกกับนายยงยุทธ แม่ทัพนายกองเหมือนเดิมหมด และที่สำคัญที่สุดนายกรัฐมนตรี ไปเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) เห็นว่าตนทำโอเปอเรชั่นรูมไม่ดี ก็สามารถประสานงานกับทุกภาคส่วนได้  นายกรัฐมนตรีก็พอใจ และได้สั่งตนให้ไปบูรณาการเรื่องการติดต่อสื่อสารเครื่องมือทั้งหมดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนก็ได้ชั้นที่ 20 และของบประมาณไปเพิ่ม สมัยพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้คิดเรื่องอย่างนี้ และตนก็บูรณาการด้านการข่าว สำนักข่าวกรองแจ้งตน ตนแจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ผู้บัญชาการภาค 9 ผู้การ 3 จังหวัดให้รับรู้ข้อมูล สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แจ้งตน ตนก็แจ้งลงพื้นที่ ก็เป็นเรื่องที่ดี
 
          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า วันนี้ตนจะแจ้งกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่ามีผู้ต้องหา 40 คน ติดต่อจะขอมอบตัวกับตน แต่มีเงื่อนไข 3 ข้อ และดูแล้วก็จะมีการมอบตัวอีกเรื่อยๆ ซึ่งตนก็ยังไม่ทราบนโยบายทางฝ่ายความมั่นคงว่าคิดอย่างไร เพราะผู้ต้องหาคิดว่ามีเงื่อนไขใช้มาตรา 21 การร่วมพัฒนาชาติ ในการประกันตัวหรืออยู่ในที่ควบคุมหรือการต่อสู้คดี อะไรต่างๆนี้ก็จะต้องดูว่าที่ทำผิดคิดร้ายไปมากๆ แล้วมามอบตัวหน่วยงานความมั่นคงจะยอมหรือไม่ แต่ตนยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้ต้องใช้การเจรจา ต้องทำความเข้าใจส่วนทหารก็ทำหน้าที่ไป รัฐบาลต้องเจรจา
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าเจรจากับใคร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใครมาเจรจาก็เจรจาด้วย อย่างมามอบตัว เขาก็มีตัวแทนมาแล้วเป็นทนายความมาหาตน ตนก็ส่งไปพบพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. ประชาธิปัตย์ไม่คิดบ้าง สมัยเป็นรัฐบาลบอกจะแก้ 99 วัน แล้วทำได้หรือไม่ คุณมีผู้แทนทุกจังหวัดแล้วเคยมีใครเคยติดต่อขอมอบตัวหรือไม่ เขาก็มองคนละแบบแล้ว เขาก็มองว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่รุนแรง
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าเงื่อนไข 3 ข้อนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลรับได้หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะพูดก่อนไม่ได้ ต้องให้ความมั่นคงวิเคราะห์ เพราะเขาทำงานในพื้นที่มานาน
 
          เมื่อถามว่าหน่วยงานที่ปฏิบัติได้ขอผู้มีอำนาจในการตัดสินใจยามเกิดเหตุสำคัญหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ณ วันนี้มันบูรณาการกันเพราะรัฐบาลพรรคเดียว อำนาจหลักอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ส่วนคำสั่งด้านยุทธการณ์นั้นทางกองทัพบก ทางกอ.รมน. ทางกอ.รมน.ภาค 4 เป็นผู้รับผิดชอบ หากมีปัญหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็แจ้งมา “เอาเถอะน่า ให้ผมได้ไปทำเถอะ ผมมีวิธีคิด” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว เมื่อถามว่าในส่วนของ 3 รองนายกรัฐมนตรีนั้นมีการตกลงกันอย่าไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตกลงแล้ว
 
          เมื่อถามว่าสำหรับในพื้นที่จะมีการเสริมกำลังตำรวจอย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีวิธีคิด ขอประชุมก่อน และในวันที่ 10 ส.ค. ตนจะประชุมกับตำรวจ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนเรื่องกำลังนั้นตนได้เสนอไปว่าให้รับทหารที่ปลดแล้วใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เอามาเป็นตำรวจสัก 4 พันนาย เราขาดอยู่ 5 พันนาย
 
          เมื่อถามว่ากลุ่มที่จะเข้ามอบตัวนั้นเป็นกลุ่มไหนเพราะเคยมีเหตุการณ์หลอกกันมาแล้ว ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนให้พบกับพล.ต.อ.อดุลย์ และหลอกตนไม่ได้ เพราะมีวิธีในการตวจสอบอย่างแจ่มแจ้ง ซึ่งจะมีมาก่อนกุ่มแรก 40 คน ให้พล.ต.อ.อดุลย์ วิเคราะห์ก่อนว่าหลักการนี้รับได้ไหม ถ้าเรารับมอบได้ญาติพี่น้อง เขาจะมาหาตนก่อน เขาจะมาสักร้อยคน ตนก็ได้บอกไปว่ายินดีต้อนรับเปิดทำเนียบรัฐบาลคุย และจะไปบอกกันต่อๆว่ามอบตัวเถอะหนีทำไม นี่ที่เรียกว่าการทำงานเชิงรุก
 
          เมื่อถามว่ามีมาทั้งหมดกี่กลุ่ม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังไม่ทราบเพิ่งมารับงานใหม่ ยังไม่ได้ประชุมกับเขาเลยเดี๋ยวพูดมาก จะหาว่ารู้มาก ส่วนข้อกังวลว่าการข่าวจะรั่วไหล เป็นไส้ศึกนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าปล่อยไว้อย่านี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็เป็นอย่างนี้
 
          เมื่อถามว่าจะซ้ำรอยกับสมัยพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตผู้บัญชาการทหารบก หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ จะไปซ้ำได้อย่างไร เพียงแค่มาติดต่อ ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงวิเคราะห์
 
          เมื่อถามว่าปัญหาในพื้นที่นั้นมีเรื่องยาเสพติดด้วยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยาเสพติดนั้นไม่ใช่แหล่งผลิต แต่ไปจากทางเหนือ พอไปจากทางเหนือก็มาขายกัน แล้วภาคใต้จะเป็นใบกระท่อม กัญชา ซึ่งตนได้ไปรื้อค้นมาแล้วในเขตหนองจอก มีนบุรี ก็จะมีน้อยลง ส่วนกัญชาก็มาจากภาคเหนือบางจังหวัด และจากการณ์คนร้ายชาวฮ่องกงลักลอบส่งยาไอซ์กว่า 300 กก. เฮโรอีน 250 กก. ไปซิดนีย์ ซึ่งทำให้เต้นกันหมดเมื่อก่อนนี้ไม่มีใครเชื่อเมืองไทยเอะอะก็สิทธิมนุษยชน ทีตอนเวียดนามฆ่าไป 400 กว่าศพ ไม่ไปประท้วงมั่ง มาเลเซีย สิงคโปร์ ได้รับเอกราชจากอังกฤษก็ฆ่ามาตลอดไม่ไปประท้วงมั่ง พอตนขยับหน่อยก็จะเป็นจะตาย พอโดนเข้าบ้างของไปถึงประเทศก็ร้องงอแงติดต่อขอความร่วมมือ ซึ่งตรงนี้สะท้อนให้นานาประเทศเห็นแล้วว่าถึงบ้านคุณแล้ว ต้องช่วยเมืองไทยแล้ว และในวันที่ 17 - 19 ส.ค. ตนจะไปทำการขรึงลวดหนามเพิ่มที่จังหวัดเชียงราย
 
          ส่วนปัญหาน้ำมันเถื่อนนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เกิดจากนักการเมืองเป็นผู้ค้ามายาวนานแล้ว ซึ่งให้ลูกน้องทำ กลางทะเลไปลอยเรือดู 3 วันที่แล้วมีผู้การฯคนลงเรือไปดูแต่เฉี่ยวกันจับไม่ได้
 
          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ขอชมตำรวจจังหวัดเชียงราย เก่งจริงๆจับยาบ้า 4 หมื่นเม็ดที่อ.แม่สาย จับคนร้ายเรียบร้อย ซึ่งตามจับเรื่อยมาจาก 4 จังหวัด เป็นวิธีที่ตนชอบที่สุด ตนไม่อยากตามจับยาบ้า ไม่เข้ามายิ่งดี แต่จับแกงค์อุบาทว์อย่างนี้ได้เยอะๆมันก็ลดเสี้ยนหนามแผ่นดิน