
'อุดมเดช'ชี้รบ.ชะลอโหวตวาระ3หวั่นเสียงหนุนหด
'อุดมเดช'ชี้รัฐบาลชะลอโหวตวาระ 3 หวั่นเสียงสนับสนุนไม่เท่าเดิม มอบพรรคร่วมฯ ดูคำวินิจฉัยส่วนตนอีกครั้ง ข้องใจความเห็น 4 : 4 ระบุแก้รธน.ต้องชัดเจนในสมัยประชุมนี้
������������� 8 ส.ค.55 นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล และหนึ่งในคณะกรรมการศึกษาการแก้ไขรธน. พรรคร่วมรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสปริงนิวส์ ถึงประเด็นคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่แตกต่างกัน ว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ ม.291 ที่ความเห็นออกมา 4:4 และคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการก็แตกต่างกัน บางคนตีความว่าถือเป็นการร่างใหม่ทั้งฉบับ เป็นการล้มล้างรธน. ขณะที่ นายชัช ชลวร ยืนยันว่า ทำได้เพราะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นต้องไปเจาะดูว่าทำไมถึงทำไม่ได้ และเพื่อเป็นแนวทางที่จะตัดสินใจว่า จะแก้ตามรธน. หรือทำประชามติตามกฎหมายใด เพราะเป็นการทำประชามติที่แตกต่างจาก รธน.50 จึงฝากให้ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลไปดูรายละเอียดคำวินิจฉัยส่วนตน แล้วนำกลับเข้าที่ประชุมคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลครั้งหน้า ทั้งนี้ยอมรับว่า ในที่ประชุมเสนอว่าควรจะสอบถามไปยังศาลรธน. แต่หลายคนบอกว่าถามไปก็คงตอบมาว่าเรื่องยังไม่เกิด ยังไม่วินิจฉัย ดังนั้น หากจะถามคงต้องให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งถามไป เพราะหากพรรคการเมืองถาม อาจมีปัญหา แต่ประธานสภาก็เคยปรารภว่าอยากให้สภาถามไปเช่นกัน
����������� นายอุดมเดช กล่าวต่อว่า ส่วนจะเดินหน้าโหวตวาระ 3 หรือไม่นั้น นายอุดมเดช กล่าวว่า ยังไม่ 100% เพราะเชื่อว่าผู้ที่เคยให้การสนับสนุน 399 เสียงอาจกังวล เสียงไม่เท่าเดิม และต้องบอกสมาชิกว่าหากเราเลือกการลงมติวาระ 3 เขาจะปลอดภัยจากการวินิจฉัยของศาลกรณีมีผู้ร้อง แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องการแก้รธน. ก็ควรชัดเจนในสมัยประชุมนี้ และสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาร่าง พรบ.งบรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 กรณีฝ่ายค้านเปิดประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเมื่องบฯเสร็จก็จะมีกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลอยากให้ผ่าน เช่น กฎหมายฟอกเงิน และกฎหมายการให้สนับสนุนการก่อการร้าย
��������������� "วันที่ 15-17 ส.ค. พิจารณาร่าง พรบ.งบฯ อาจจะเป็นการปูพื้นไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะงบประมาณเป็นองค์ประกอบในการบริหารราชการของรัฐบาล ส่วนวันที่ 23 ส.ค. เป็นการกำหนดคร่าวๆ ว่าจะแถลงผลงานรัฐบาล แต่รัฐบาลยังไม่ได้ประสานมาว่าวันใด ส่วนการยื่นอภิปรายฯ นั้น อาจจะเกิดขึ้นปลายเดือน ก.ย. หรือต้นเดือน ต.ค. " นายอุดมเดช กล่าว



