ข่าว

'ประสานงา'ดับไฟใต้

'ประสานงา'ดับไฟใต้

08 ส.ค. 2555

'ประสานงา'ดับไฟใต้

              เหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ที่ปะทุอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันและมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นมะเร็งเรื้อรังลุกลามในพื้นที่ปลายสุดด้ามขวานไทย เนื่องจากยาขนานต่างๆที่รัฐบาลส่งเข้าไปแก้ปัญหานั้นไม่ได้ผล ไม่ถูกกับชนิดของโรค และอาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทที่สับสนของผู้รับผิดชอบในการแก้ปัญหาไฟไต้ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
 
               เริ่มต้นจากหนังหน้าไฟอย่าง พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่พยายามฟื้นความน่าเชื่อถือของกองทัพที่ตกต่ำลงไปอย่างมากหลังเหตุการณ์ปล้นปืน แต่เหตุการณ์กลับรุนแรงขึ้น แม้ในฐานะผอ.กอ.รมน.ภาค 4 แต่ก็ไม่สามารถทำให้องค์กรแห่งนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นมาได้
 
               ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการกองทัพบก รับแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองในประเด็นอื่นๆ แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการเจรจากับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ขณะที่ยังมีแรงกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามให้ได้ถึงสถานการณ์ที่ไม่คลี่คลาย
 
               ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศอ.บต. เดินหน้าความเชื่อถือให้แก่ทางการไทย ผ่านโครงการเยียวยาที่ใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก และทุ่มงบพัฒนาโดยได้รับมอบหมายให้บริหารดูแลพื้นที่สำคัญ และให้แก้ไขปัญหาด้วยการจัดการเจรจากับกลุ่มแกนนำแบ่งแยกดินแดน
 
               แม้ พ.ต.อ.ทวี ได้เชิญนักการเมืองอดีตกลุ่มวาดะห์ และผู้นำด้านความคิดในพื้นที่ภาคใต้เข้าเจรจากับแกนนำแบ่งแยกดินแดนกลุ่มเก่าที่ปฏิบัติการอย่างยาวนานในเวทีต่างประเทศ แต่กลุ่มแนวร่วมบีอาร์เอ็น-ซี ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นที่สุดกับกองกำลังใต้ดิน กลับปฏิเสธการหารือกับ พ.ต.อ.ทวี และตัวแทนจากแกนนำพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ซ้ำร้ายยังก่อเหตุรุนแรงเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลและกองทัพอย่างต่อเนื่อง แต่เหตุคาร์บอมบ์ 3 ครั้งซ้อนในตัวเมืองยะลา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 กลับฟ้องว่า ไม่มีผลทางบวกจากการเจรจา
 
               ขณะที่นักการเมืองวงในที่ล้อมรอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไว้นั้น ทั้งนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ถือว่าเป็น "ดรีมทีม" แม้ พล.อ.อ.สุกำพล และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะเป็นทหารแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างทหารกับรัฐบาลมากนัก ตรงกันข้าม ฝ่ายทหารกลับคัดค้านการใช้เคอร์ฟิวของรัฐบาลเสียด้วยซ้ำ ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ออกมาจากนายกรัฐมนตรี
 
               ในส่วนสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่เสนอทบทวนแผนการตั้ง "เซฟตี้ โซน" เป็นพื้นที่ตั้งโต๊ะเจรจากลับถูกรัฐบาลตอบโต้ด้วยการย้ายนายสมเกียรติ บุญชู รองเลขาธิการสมช. เข้ากรุ แม้ว่านายสมเกียรติจะทำหน้าที่ประสานงานระหว่างต่างประเทศกับองค์กรระหว่างประเทศที่ต้องการเป็นตัวกลางในการแก้ปัญหา
 
               ส่วนการแต่งตั้ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ที่แม้จะมีประวัติการทำงานร่วมกับฝ่ายทหารในการปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ไม่ได้หมายความว่าการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้จะได้ผลดีขึ้นอย่างทันตา เพราะถึงอย่างไรตำรวจก็ต้องอยู่ใต้บังคับบัญชาของทหารอยู่ดี